ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

คุณค่าส่วนเพิ่มของการเปิดเผยข้อมูลจำแนกตามส่วนงาน

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : คุณค่าส่วนเพิ่มของการเปิดเผยข้อมูลจำแนกตามส่วนงาน
นักวิจัย : ณรงค์ฤทธิ์ ชาญสุวรรณ
คำค้น : การเปิดเผยข้อมูล , งบการเงิน , ปริญญาดุษฎีบัณฑิต
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : วิศรุต ศรีบุญนาค , สุพล ดุรงค์วัฒนา , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี
ปีพิมพ์ : 2550
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/20959
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (บช.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความมีคุณค่าส่วนเพิ่มของการเปิดเผยข้อมูลจำแนกตามส่วนงาน ที่พิจารณาจาก 3 มุมมอง คือ ความแตกต่างของความสามารถในการทำกำไรแต่ละส่วนงานเปรียบเทียบกับกำไรโดยรวมของบริษัท ความสามารถในการพยากรณ์กำไรหรือกระแสเงินสดในอนาคต และความสามารถของราคาหุ้นในการคาดหวังข้อมูลเกี่ยวกับกำไรในอนาคตจากการเลือกเปิดเผยข้อมูลจำแนกตามส่วนงานตามมาตรฐานการบัญชีที่แตกต่างกัน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่เปิดเผยข้อมูลจำแนกตามส่วนงานอย่างน้อย 2 ส่วนงานในช่วงปี 2541-2549 งานวิจัยนี้ใช้การวิเคราะห์ความถดถอยเชิงพหุในการทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างความแตกต่างของความสามารถในการทำกำไรและมูลค่าหลักทรัพย์ของบริษัทเพื่ออธิบายความมีคุณค่าส่วนเพิ่มของข้อมูลจำแนกตามส่วนงาน และทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างกำไรหรือกระแสเงินสดในปัจจุบันกับกำไรหรือกระแสเงินสดในอนาคตเพื่ออธิบายความมีคุณค่าในการพยากรณ์ของบริษัทที่เลือกเปิดเผยข้อมูลจำแนกตามส่วนงานตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 50 และ 24 รวมทั้งทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างกำไรหรือกระแสเงินสดในอนาคตกับผลตอบแทนของหลักทรัพย์ในปัจจุบันเพื่ออธิบายความสามารถของราคาหุ้นในปัจจุบันในการสะท้อนข้อมูลเกี่ยวกับกำไรในอนาคตของบริษัทที่เลือกเปิดเผยข้อมูลจำแนกตามส่วนงานตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 50 และ 24 รวมทั้งยังใช้การวิเคราะห์ความถดถอยแบบโลจิสติกส์เพื่อพิจารณาปัจจัยที่ส่งผลต่อทางเลือกในการเปิดเผยข้อมูลตามมาตรฐานการบัญชีทั้ง 2 ฉบับ จากนั้นจึงนำผลลัพธ์จากตัวแบบดังกล่าวมาใช้แก้ปัญหาความลำเอียงจากการเลือกกลุ่มตัวอย่าง และปัญหา Endogeneity อีกด้วย ผลการศึกษาพบว่า ตัวชี้วัดความแตกต่างของความสามารถในการทำกำไรแต่ละส่วนงาน (DOP) ที่พัฒนาขึ้นโดย Chen และ Zhang (2003) จะมีคุณค่าส่วนเพิ่มเพียงบางส่วนในการอธิบายราคาหลักทรัพย์เมื่อเปรียบเทียบกับกำไรโดยรวมต่อเมื่อบริษัทได้ปันส่วนต้นทุนและสินทรัพย์ตามส่วนงานด้วยเกณฑ์ที่เหมาะสม สำหรับตัวชี้วัดของความสามารถในการทำกำไรแต่ละส่วนงานที่พัฒนาขึ้นใหม่สำหรับงานวิจัยนี้ (MDOP) มีคุณค่าส่วนเพิ่มในการอธิบายราคาหลักทรัพย์มากกว่าตัวชี้วัดที่พัฒนาขึ้นโดย Chen และ Zhang (2003) บริษัทที่เลือกเปิดเผยข้อมูลตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 50 จะส่งผลให้กระแสเงินสดในปัจจุบันมีความสัมพันธ์กับกระแสเงินสดในอนาคตมากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับบริษัทที่เลือกเปิดเผยตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 24 รวมถึงหลังจากที่บริษัทเปิดเผยข้อมูลจำแนกตามส่วนงานตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 50 ไปแล้วระยะเวลาหนึ่งจะส่งผลให้กำไรและกระแสเงินสดในปัจจุบันเพิ่มคุณค่าในการพยากรณ์กำไรหรือกระแสเงินสดในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ Hollie (2003) นอกจากนี้แล้ว หลังจากที่บริษัทเปิดเผยข้อมูลจำแนกตามส่วนงานตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 50 จะส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทเพิ่มความสามารถในการคาดหวังข้อมูลเกี่ยวกับกำไรและกระแสเงินสดในอนาคตได้ดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาก่อนที่บริษัทจะเปิดเผย ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ Ettredge และคณะ (2005)

บรรณานุกรม :
ณรงค์ฤทธิ์ ชาญสุวรรณ . (2550). คุณค่าส่วนเพิ่มของการเปิดเผยข้อมูลจำแนกตามส่วนงาน.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ณรงค์ฤทธิ์ ชาญสุวรรณ . 2550. "คุณค่าส่วนเพิ่มของการเปิดเผยข้อมูลจำแนกตามส่วนงาน".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ณรงค์ฤทธิ์ ชาญสุวรรณ . "คุณค่าส่วนเพิ่มของการเปิดเผยข้อมูลจำแนกตามส่วนงาน."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550. Print.
ณรงค์ฤทธิ์ ชาญสุวรรณ . คุณค่าส่วนเพิ่มของการเปิดเผยข้อมูลจำแนกตามส่วนงาน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2550.