| ชื่อเรื่อง | : | ผลของดุลยพินิจเชิงจริยธรรมที่มีต่อการฝ่าฝืนระเบียบวินัยของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| นักวิจัย | : | วัชรพันธ์ ผาสุข |
| คำค้น | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย -- นักศึกษา , จริยธรรมนักศึกษา , ความคิดอย่างมีวิจารณญาณ -- แง่ศีลธรรมจรรยา |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ดวงกมล ไตรวิจิตรคุณ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2551 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/20516 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551 การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับดุลยพินิจเชิงจริยธรรมและระดับการฝ่าฝืนระเบียบวินัยของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2) เพื่อเปรียบเทียบระดับดุลยพินิจเชิงจริยธรรมและระดับการฝ่าฝืนระเบียบวินัยระหว่างนิสิตที่มีภูมิหลังต่างกัน และ3) เพื่อพัฒนาและตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดลเชิงสาเหตุดุลยพินิจเชิงจริยธรรมที่ส่งผลต่อการฝ่าฝืนระเบียบวินัยของนิสิตที่พัฒนาขึ้นกับข้อมูลเชิงประจักษ์ กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ คือ นิสิตระดับปริญญาบัณฑิตของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจำนวน 640 คน ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย ตัวแปรแฝง 2 ตัวแปร คือ ดุลยพินิจเชิงจริยธรรม และการฝ่าฝืนระเบียบวินัย ตัวแปรสังเกตได้ 14 ตัวแปร ใช้วัดตัวแปรแฝงทั้ง 2 ตัวแปร และตัวแปรสังเกตได้ซึ่งเป็นตัวแปรปัจจัย คือ ตัวแปรภูมิหลัง 4 ตัวแปร เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถามวัดระดับการฝ่าฝืนระเบียบวินัยของนิสิตและแบบวัดระดับดุลยพินิจเชิงจริยธรรม (The Defining Issues Test : DIT) วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์ค่าสถิติพื้นฐาน วิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว การวิเคราะห์ค่าสหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน การวิเคราะห์การถดถอย การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน และการวิเคราะห์โมเดลลิสเรล ผลการวิจัยพบว่า 1) นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีระดับดุลยพินิจเชิงจริยธรรมอยู่ในขั้นพัฒนาการดุลยพินิจเชิงจริยธรรมขั้นที่ 4 เป็นจริยธรรมแห่งการทำตามกฏหมายและมีระดับการฝ่าฝืนระเบียบวินัยอยู่ในระดับน้อยที่สุดทุกด้าน 2) ตัวแปรภูมิหลัง ได้แก่ เพศ ระดับการศึกษา สาขาวิชา และเกรดเฉลี่ยสะสม ที่ทำให้ระดับดุลยพินิจเชิงจริยธรรมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 คือ เกรดเฉลี่ยสะสม และตัวแปรภูมิหลังที่ทำให้ระดับการฝ่าฝืนระเบียบวินัยแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 มี 3 ตัวแปร คือ เพศ สาขาวิชา และเกรดเฉลี่ยสะสม 3) โมเดลเชิงสาเหตุดุลยพินิจเชิงจริยธรรมที่ส่งผลต่อการฝ่าฝืนระเบียบวินัยของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่พัฒนาขึ้น มีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ผลการตรวจสอบความตรงมีค่าไค-สแควร์ (chi-square) เท่ากับ 33.980; p = 0.737 ที่องศาอิสระเท่ากับ 40 มีค่า GFI เท่ากับ 0.992 ค่า AGFI เท่ากับ 0.980 และค่า RMR เท่ากับ 0.007 ตัวแปรในโมเดลสามารถร่วมกันอธิบายความแปรปรวนของระดับดุลยพินิจเชิงจริยธรรมและระดับการฝ่าฝืนระเบียบวินัยของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ร้อยละ 2 และ 27.5. |
| บรรณานุกรม | : |
วัชรพันธ์ ผาสุข . (2551). ผลของดุลยพินิจเชิงจริยธรรมที่มีต่อการฝ่าฝืนระเบียบวินัยของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วัชรพันธ์ ผาสุข . 2551. "ผลของดุลยพินิจเชิงจริยธรรมที่มีต่อการฝ่าฝืนระเบียบวินัยของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วัชรพันธ์ ผาสุข . "ผลของดุลยพินิจเชิงจริยธรรมที่มีต่อการฝ่าฝืนระเบียบวินัยของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551. Print. วัชรพันธ์ ผาสุข . ผลของดุลยพินิจเชิงจริยธรรมที่มีต่อการฝ่าฝืนระเบียบวินัยของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551.
|
