ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม และพฤติกรรมที่มีผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการผลิตพริกปลอดภัยของเกษตรกรในจังหวัดชัยภูมิ

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม และพฤติกรรมที่มีผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการผลิตพริกปลอดภัยของเกษตรกรในจังหวัดชัยภูมิ
นักวิจัย : ธนาภรณ์ อธิปัญญากุล
คำค้น : ชัยภูมิ , พริกปลอดภัย
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=TRG5380007 , http://research.trf.or.th/node/8812
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์หลัก 2 ข้อ คือ เพื่อศึกษาเปรียบเทียบ พฤติกรรมการตัดสินใจและ ปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคม ของเกษตรกรผู้เพาะปลูก พริกปลอดภัยตามมาตรฐาน GAP และ เกษตรกรที่ปลูกพริกในระบบเดิม และเพื่อวิเคราะห์ปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม และพฤติกรรมของ เกษตรกรที่มีต่อการยอมรับเทคโนโลยี GAP มีวิธีการเลือกพื้นที่ศึกษาโดยเลือกพื้นที่ส่งเสริมของการ การพัฒนาเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกพริกปลอดภัยรหัส RDG 5220020และ RDG 5120010 กรอบ ตัวอย่างสำหรับการศึกษานี้คือ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ไม่เข้าร่วมโครงการ และเกษตรกรกลุ่ม ควบคุม ใช้วิธีการเลือกตัวอย่างโดยการสุ่มแบบชั้นภูมิ (Stratified simple random sampling) แบ่ง การเก็บรวบรวมข้อมูล 2 ช่วง รวบรวมผู้เพาะปลูกพริกปลอดภัยทั้งหมด 207 ตัวอย่างในปี 2554 เนื่องจากงบประมาณที่จำกัดในปี 2555 สามารถรวบรวมจำนวนตัวอย่างได้เพียง 107 ตัวอย่าง ทฤษฎีที่ใช้ในการศึกษาเรื่องทัศนคติของเกษตรกรที่มีต่อความเสี่ยง ได้แก่ ทฤษฎีความคาดหวัง (Prospect theory) ใช้แบบจำลอง Treatment effect model ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการยอมรับ เทคโนโลยีโดยไม่รวมในเรื่องของทัศนคติที่มีต่อการยอมรับความเสี่ยงและกำหนดคำจำกัดความของ การยอมรับ คือ จำนวนเทคโนโลยีที่ยอมรับ ส่วน แบบจำลอง IVprobit model ศึกษาปัจจัยที่มีต่อ การยอมรับเทคโนโลยีที่รวมทัศนคติของเกษตรกรที่มีต่อระดับการยอมรับความเสี่ยงเข้าไปด้วย โดย กำหนดคำจำกัดความของการยอมรับคือ เกษตรกรที่มีใบรับรอง GAP จากผลการศึกษาของแบบจำลอง Treatment effect model พบว่า การเข้าร่วมโครงการ ของเกษตรกรเป็นปัจจัยสำคัญในการยอมรับเทคโนโลยี รองลงมาคือ ระดับความรู้ความเข้าใจที่ เกษตรกรมีต่อตัวเทคโนโลยี นอกจากนี้การพบปะกับเจ้าหน้าที่ส่งเสริมหรือเพื่อนบ้านเพื่อแลกเปลี่ยน ความรู้ด้านเทคโนโลยีการผลิตพริกปลอดภัยก็เป็นปัจจัยหลักที่สำคัญเช่นกัน เกษตรกรที่มีอายุน้อยมี แนวโน้มที่จะเพิ่มจำนวนเทคโนโลยีที่ยอมรับ อาจเนื่องจากเกษตรกรที่อายุน้อยมีความใฝ่รู้หรือเปิดรับ สิ่งใหม่ๆ มากกว่าเกษตรกรที่มีอายุมาก จากผลการศึกษาทัศนคติด้านความเสี่ยงและเปรียบเทียบระดับการยอมรับความเสี่ยงของ เกษตรกรโดยใช้สถิติ t-test ในการทดสอบ พบว่า เกษตรกรที่ยอมรับเทคโนโลยีการผลิตพริก ปลอดภัยซึ่งก็คือกลุ่มเกษตรกรที่มีใบรับรองมาตรฐานการผลิต (GAP) มีระดับการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk aversion) สูงกว่าผู้ที่ไม่ยอมรับเทคโนโลยีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และผลการศึกษาของ Ivprobit model พบว่า เกษตรกรที่มีระดับการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงสูงมีแนวโน้มความน่าจะเป็นใน การยอมรับเทคโนโลยีสูงเช่นกัน นอกจากนี้ยังพบว่าเมื่อระดับการหลีกเลี่ยงความสูญเสียลดลง เกษตรกรมีโอกาสที่จะยอมรับเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นเช่นกัน อาจเป็นไปได้ว่าหากผลประโยชน์จากการใช้ เทคโนโลยีในแง่ของรายได้ของการผลิตพริกปลอดภัยสูงกว่าพริกทั่วไปเกษตรกรก็อาจยอมรับ เทคโนโลยีดังกล่าวเพิ่มขึ้น This study aimed to analyze factors affecting adoption of good agricultural practices (GAP) in chili production systems in Chaiyaphum province, northeastern Thailand. The specific objectives of the study were: (1) to identify socio-economic and behavioral factors affecting adoption of GAP in chili production; and (2) to specify the role of farmer behavior under risk in the adoption of GAP. Selection of the study areas was based on the study area of the project numbers RDG 5220020 and RDG 512001. Sampling frame of this study was participant, non-participant, and control groups. Stratified simple random sampling was used. Data was collected in two periods. The first period was in 2011 and total of 207 farmers was collected. In 2012, only 107 farmers were carried out because of the limitation of budget and time. A prospect theory was used to elicit farmer’s risk attitude. The treatment effect model and the Ivprobit model were applied to identify factors affecting GAP adoption. The first model, adoption was identified by the number of practices used by farmers, and risk attitude did not include in this model. The second model (Ivprobit model) was used to identify whether risk attitude has effect the adoption of GAP. Here, adopters were farmers who have certification of GAP. Results of the treatment effect model showed a significant effect of program participation and farmer’s knowledge that were the ancestor of adoption. The number of farmers meeting with neighbors and discussing chili production practices significantly affected adoption. Age was a negative determinant of adoption, implying that younger farmers may have more ability to learn new technologies than those older farmers. Considering results of the IVprobit model, the average value of risk averse of GAP farmers was greater than non-GAP farmers. The results showed that cumulative prospect theory explained the behaviors of chili farmers in Northeast Thailand in participating in the GAP program. Farmers who have higher risk aversion and less loss aversion tended to increase the probability of the adoption. This can imply that farmers who were averse to risk in view of income will willing to use GAP practices, if those conventional practices they received more income when compared with.

บรรณานุกรม :
ธนาภรณ์ อธิปัญญากุล . (2556). ปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม และพฤติกรรมที่มีผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการผลิตพริกปลอดภัยของเกษตรกรในจังหวัดชัยภูมิ.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ธนาภรณ์ อธิปัญญากุล . 2556. "ปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม และพฤติกรรมที่มีผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการผลิตพริกปลอดภัยของเกษตรกรในจังหวัดชัยภูมิ".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ธนาภรณ์ อธิปัญญากุล . "ปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม และพฤติกรรมที่มีผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการผลิตพริกปลอดภัยของเกษตรกรในจังหวัดชัยภูมิ."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2556. Print.
ธนาภรณ์ อธิปัญญากุล . ปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม และพฤติกรรมที่มีผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการผลิตพริกปลอดภัยของเกษตรกรในจังหวัดชัยภูมิ. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2556.