ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ สำหรับการป้องกันและควบคุมยุงลายและโรคไข้เลือดออกในพื้นที่เสี่ยงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ สำหรับการป้องกันและควบคุมยุงลายและโรคไข้เลือดออกในพื้นที่เสี่ยงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
นักวิจัย : อนันต์ ไชยกุลวัฒนา
คำค้น : การรับรู้พฤติกรรม , ดัชนีลูกน้ำยุงลาย , เทคโนโลยีสารสนเทศภูมิศาสตร์ , ไข้เลือดออก
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RSA5280003 , http://research.trf.or.th/node/8739
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วัตถุประสงค์: เพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบดัชนีลูกน้ำยุงลายในพื้นที่เสี่ยง 3 จังหวัด ตลอดช่วงระยะเวลา 3 ปี โดยศึกษาในช่วงก่อน-ระบาด-หลังระบาด และวิเคราะห์เปรียบเทียบข้อมูลการรับรู้พฤติกรรมการ ป้องกันยุงลายและโรคไข้เลือดออกของประชากรพื้นที่เสี่ยง 3 จังหวัด วิธีทดลอง: ในปีที่3 ทำการสำรวจลูกน้ำยุงลาย 5 หมู่บ้านพื้นที่เสี่ยงซ้ำซากจาก 5 อำเภอของแต่ละ จังหวัด รวมทั้งสิ้น 15 หมู่บ้าน (3 จังหวัด) โดยคำนวณเป็นค่าดัชนีลูกน้ำยุงลาย เช่น HI, CI, และ BI หลังจากนั้น นำข้อมูลที่ได้ทั้ง 3 ปีมาเปรียบเทียบกัน ทำการสำรวจพฤติกรรมการป้องกันยุงลายและโรค ไข้เลือดออกในกลุ่มตัวอย่างในพื้นที่เสี่ยง 3 อำเภอ ของแต่ละจังหวัด รวมทั้งสิ้น 9 อำเภอ โดยทำการ ตอบแบบสอบถาม (pre-test) หลังจากนั้น ผู้วิจัยทำกิจกรรมรณรงค์ป้องกันฯร่วมกับกลุ่มตัวอย่างใน พื้นที่ หลังจากนั้นตอบแบบสอบถามอีกครั้ง (posttest) นำข้อมูลทั้งหมดทั้ง 3 ปี มาวิเคราะห์ทางสถิติ ต่อไป ผลการศึกษา: พบว่าพื้นที่ศึกษาจังหวัดศรีสะเกษเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงสุดเมื่อเปรียบเทียบกับจังหวัด อุบลราชธานีและอำนาจเจริญ ซึ่งค่าดัชนีลูกน้ำยุงลายทั้ง HI, CI, BI ของศรีสะเกษมีค่าแตกต่างอย่างมี นัยสำคัญทางสถิติเมื่อเทียบกับอีก 2 จังหวัด ค่าดัชนีทั้ง 3 ตัว (HI,CI,BI) ในแต่ละพื้นที่เสี่ยง 3 จังหวัด นั้นมีค่าไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อเทียบกับระยะเวลาในการเก็บข้อมูลช่วงต่างๆ (ก่อน-ระบาด-หลังระบาด) ส่วนค่าคะแนนเฉลี่ยการรับรู้พฤติกรรมเกี่ยวกับการป้องกันควบคุมยุงลาย และโรคไข้เลือดออกไม่แตกต่างกันทางสถิติ เมื่อเทียบระหว่างปีและรายจังหวัด (p =0.672, 0.358 ตามลำดับ) หากพิจารณาค่าคะแนนเฉลี่ยการรับรู้ฯ เปรียบเทียบกันระหว่างก่อนและหลังจากบุคลากรลง พื้นที่ให้ความรู้แก่ประชาชน พบว่าค่าคะแนนเฉลี่ยการรับรู้ฯหลังทำกิจกรรม (posttest) สูง กว่าก่อนทำ กิจกรรม (pre-test) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p=0.001) ควบคุมยุงลายและโรคไข้เลือดออกในพื้นที่เสี่ยงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่ปี พศ. 2552-2554 ใน เขตพื้นที่เสี่ยง 3 จังหวัด พบว่าอุบัติการณ์ของการะบาดของยุงลายและโรคไข้เลือดออกยังคงสูงตลอด ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ข้อเสนอแนะ: ควรนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศ (ArcGIS) มาใช้ในงานเฝ้าระวังยุงลายและโรคไข้เลือดออกมากขึ้น โดยต้องมีการพัฒนาทักษะความรู้ให้กับเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากขึ้น -

บรรณานุกรม :
อนันต์ ไชยกุลวัฒนา . (2556). การประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ สำหรับการป้องกันและควบคุมยุงลายและโรคไข้เลือดออกในพื้นที่เสี่ยงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
อนันต์ ไชยกุลวัฒนา . 2556. "การประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ สำหรับการป้องกันและควบคุมยุงลายและโรคไข้เลือดออกในพื้นที่เสี่ยงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
อนันต์ ไชยกุลวัฒนา . "การประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ สำหรับการป้องกันและควบคุมยุงลายและโรคไข้เลือดออกในพื้นที่เสี่ยงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2556. Print.
อนันต์ ไชยกุลวัฒนา . การประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ สำหรับการป้องกันและควบคุมยุงลายและโรคไข้เลือดออกในพื้นที่เสี่ยงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2556.