| ชื่อเรื่อง | : | ความแตกต่างในการจัดการขยะมูลฝอยระหว่างชุมชนล้อมรั้วและไม่ล้อมรั้วในจังหวัดนนทบุรี |
| นักวิจัย | : | นิติ เจริญสุข |
| คำค้น | : | การกำจัดขยะ , บ้านจัดสรร -- ไทย -- นนทบุรี , ชุมชนล้อมรั้ว -- ไทย -- นนทบุรี , Refuse and refuse disposal , Gated communities -- Thailand -- Nonthaburi |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | อภิวัฒน์ รัตนวราหะ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2553 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/19866 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ผ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553 ศึกษาการจัดการด้านขยะมูลฝอยในชุมชนล้อมรั้วและไม่ล้อมรั้วในจังหวัดนนทบุรี โดยเปรียบเทียบโครงสร้างพื้นฐานด้านขยะมูลฝอยของชุมชนและการจัดการขยะมูลฝอย ผู้ศึกษาแบ่งกลุ่มตัวอย่างเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ชุมชนจัดสรรล้อมรั้ว ชุมชนจัดสรรไม่ล้อมรั้วและชุมชนเดิม และเก็บข้อมูลโดยการสังเกต แบบสอบถามและสัมภาษณ์หน่วยงานท้องถิ่น การสังเกตใช้เพื่อเปรียบเทียบโครงสร้างพื้นฐานด้านขยะมูลฝอย ส่วนแบบสอบถามและการสัมภาษณ์ เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างการจัดการขยะมูลฝอยในชุมชน ผลการศึกษาสรุปได้ว่า ชุมชนทั้ง 3 รูปแบบมีมาตรฐานภาชนะรองรับขยะตามมาตรฐานกรมควบคุมมลพิษกำหนดแตกต่างกัน โดยชุมชนที่มีภาชนะรองรับได้มาตรฐานมากที่สุด ได้แก่ ชุมชนจัดสรรล้อมรั้ว ชุมชนจัดสรรไม่ล้อมรั้ว และชุมชนเดิม ตามลำดับ ส่วนการจัดวางภาชนะรองรับขยะของชุมชนทั้ง 3 รูปแบบ เป็นไปตามข้อกำหนดของกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น รูปแบบของชุมชนมีผลทางอ้อมต่อประสิทธิภาพการจัดการขยะสองตัวแปร คือ ความพึงพอใจและขยะคงเหลือ ตัวแปรอิสระที่มีผลต่อประสิทธิภาพการจัดการขยะ ได้แก่ ราคาบ้านเรือนมีผลต่อระดับความพึงพอใจในการจัดการขยะและขยะคงเหลือ ชุมชนที่บริหารจัดการโดยนิติบุคคลกับชุมชนที่บริหารจัดการโดยหน่วยงานท้องถิ่นดูแล มีความพึงพอใจและขยะคงเหลือแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ตัวแปรแทรกที่มีผลต่อประสิทธิภาพการจัดการขยะ ได้แก่ ราคาค่าบริการจัดเก็บขยะมีผลต่อความพึงพอใจอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ จากการสังเคราะห์ผลการศึกษาจากเครื่องมือทั้ง 3 พบว่าสาเหตุที่ชุมชนจัดสรรล้อมรั้วมีประสิทธิภาพการจัดการขยะมูลฝอย มากกว่าชุมชนจัดสรรไม่ล้อมรั้วและชุมชนเดิมนั้นเกิดจากรูปแบบการจัดการชุมชนโดยนิติบุคคล ส่งผลให้คนชุมชนจัดสรรล้อมรั้วส่วนเสียค่าใช้จ่ายด้านการจัดการขยะ มากกว่าชุมชนจัดสรรไม่ล้อมรั้วและชุมชนเดิมในรูปแบบของค่าส่วนกลาง ค่าส่วนกลางดังกล่าวนิติบุคคลนำไปจัดซื้อภาชนะรองรับขยะที่ได้มาตรฐาน เพื่อนำมาใช้ในชุมชนโดยไม่ต้องร้องขอจากหน่วยงานท้องถิ่น และนำไปจ่ายค่าบริการขยะแบบเหมาจ่ายให้แก่องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น โดยค่าบริการคิดตามปริมาณขยะที่เกิดขึ้นเฉลี่ยแล้วมีราคาตั้งแต่ 25-50 บาทต่อหลังคาเรือนต่อเดือน ซึ่งแตกต่างจากชุมชนเดิมที่จ่ายเพียง 20-25 บาทต่อหลังคาเรือนต่อเดือน อย่างไรก็ตามชุมชนทั้ง 3 รูปแบบ ยังขาดการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนทั้งเรื่องการวางแผนร่วมกันและการคัดแยกขยะ ทั้งนี้เมื่อเกิดชุมชนจัดสรรล้อมรั้วแห่งใหม่ จะส่งผลต่อการวางแผนเส้นทางการจัดเก็บขยะมูลฝอย เนื่องจากต้องใช้ระยะเวลาการจัดเก็บมากกว่าเดิม ดังนั้นหน่วยงานส่วนท้องถิ่นต้องวางแผนการจัดเก็บขยะอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อหลีกเลี่ยงการจัดเก็บขยะในช่วงเวลาเร่งด่วน การจัดเก็บขยะมูลฝอยของชุมชนจัดสรรล้อมรั้ว ชุมชนจัดสรรไม่ล้อมรั้วและชุมชนเดิมแตกต่างกัน เนื่องจากภายในชุมชนจัดสรรล้อมรั้วมีบ้านเรือนเรียงติดกัน จัดวางภาชนะรองรับขยะอย่างเป็นระบบ รวมถึงการทิ้งขยะลงถังเป็นระเบียบเรียบร้อย ส่งผลให้หน่วยงานของส่วนท้องถิ่นจัดเก็บสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น หน่วยงานท้องถิ่นจึงสามารถประหยัดเวลาในการจัดเก็บ รวมถึงประหยัดค่าเชื้อเพลิงซึ่งเป็นการลดต้นทุนในการจัดเก็บขยะมูลฝอยด้วย |
| บรรณานุกรม | : |
นิติ เจริญสุข . (2553). ความแตกต่างในการจัดการขยะมูลฝอยระหว่างชุมชนล้อมรั้วและไม่ล้อมรั้วในจังหวัดนนทบุรี.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นิติ เจริญสุข . 2553. "ความแตกต่างในการจัดการขยะมูลฝอยระหว่างชุมชนล้อมรั้วและไม่ล้อมรั้วในจังหวัดนนทบุรี".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นิติ เจริญสุข . "ความแตกต่างในการจัดการขยะมูลฝอยระหว่างชุมชนล้อมรั้วและไม่ล้อมรั้วในจังหวัดนนทบุรี."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553. Print. นิติ เจริญสุข . ความแตกต่างในการจัดการขยะมูลฝอยระหว่างชุมชนล้อมรั้วและไม่ล้อมรั้วในจังหวัดนนทบุรี. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2553.
|
