ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของกรรมวิธีทางความร้อนหลังเชื่อมและชนิดของลวดเชื่อมต่อความแข็งและโครงสร้างจุลภาคของแนวเชื่อมระหว่างเหล็กกล้าที่มีโครเมียม 2.25%และ 9% โดยน้ำหนัก

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของกรรมวิธีทางความร้อนหลังเชื่อมและชนิดของลวดเชื่อมต่อความแข็งและโครงสร้างจุลภาคของแนวเชื่อมระหว่างเหล็กกล้าที่มีโครเมียม 2.25%และ 9% โดยน้ำหนัก
นักวิจัย : ณัฐพล ธรรมโสภณ
คำค้น : การเชื่อม , งานโลหะ , งานเหล็ก , เหล็กกล้า -- การเชื่อม
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : กอบบุญ หล่อทองคำ , ปัญญวัชร์ วังยาว , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2553
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/19581
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)-- จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553

ในการใช้งานแนวเชื่อมทิกระหว่างเหล็กกล้า P22 (2.25%โครเมียม) และเหล็กกล้า P91 (9%โครเมียม) ที่เชื่อมต่อกันด้วยลวดเชื่อมอินโคเนล 625 หรืออินโคเนล 617 ที่อุณหภูมิสูง พบว่าเกิดการแตกร้าวที่บริเวณกระทบร้อนของเหล็กกล้า P91 เพื่อความเข้าใจปัญหาการแตกร้าวนี้ จึงศึกษาผลของกรรมวิธีทางความร้อนหลังการเชื่อมที่อุณหภูมิ 750°C เป็นเวลา 2, 4 และ 6 ชั่วโมง และศึกษาผลของกรรมวิธีทางความร้อนที่อุณหภูมิ 550, 633, 717 และ 800°C เป็นเวลา 500, 1000, 2000 และ 2500 ชั่วโมง หลังจากกรรมวิธีทางความร้อนหลังการเชื่อม ต่อโครงสร้างจุลภาคและความแข็ง หลังผ่านกรรมวิธีทางความร้อนหลังการเชื่อมที่อุณหภูมิ 750°C เวลา 2 ชั่วโมง ความแข็งที่บริเวณกระทบร้อนของเหล็กกล้า P91 สูงกว่าค่าความแข็งหลังผ่านกรรมวิธีทางความร้อนหลังการเชื่อมเวลา 4 และ 6 ชั่วโมง แต่ค่าไม่เกิน 350 HV ซึ่งเป็นค่ากำหนดทั่วไปในงานเชื่อมเหล็กกล้า หลังจากนั้นการทำกรรมวิธีทางความร้อนที่อุณหภูมิ 633°C เวลา 1000 ชั่วโมง บริเวณกระทบร้อนของเหล็กกล้า P91 มีค่าความแข็งกว่าการทำกรรมวิธีทางความร้อนที่อุณหภูมิและเวลาอื่น ความแข็งหลังผ่านกรรมวิธีทางความร้อนที่อุณหภูมิ 633°C เวลา 2000 ชั่วโมง ลดลง การผ่านกรรมวิธีทางความร้อนทำให้โครงสร้างจุลภาคเปลี่ยนจากมาร์เทนไซต์เป็นเทมเปอร์มาร์เทนไซต์และตะกอนคาร์ไบด์เนื้อเชื่อมอินโคเนล 625 และ อินโคเนล 617 หลังผ่านกรรมวิธีทางความร้อนหลังการเชื่อมที่อุณหภูมิ 750°C เป็นเวลา 4 และ 6 ชั่วโมง และผ่านกรรมวิธีทางความร้อนที่อุณหภูมิ 633°C เป็นเวลา 1000 ชั่วโมง มีค่าความแข็งสูงที่สุด ผลการตรวจสอบโครงสร้างจุลภาคของเนื้อเชื่อมอินโคเนล 625 และ 617 ด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกวาด พบตะกอนภายในเนื้อเชื่อมและคาร์ไบด์ตามขอบเกรน ส่งผลทำให้ความแข็งมีค่าสูง จากการผ่านกรรมวิธีทางความร้อนหลังทุกกรณี พบว่า บริเวณโลหะพื้นของเหล็กกล้า P22 และ P91 ไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างจุลภาคและความแข็ง และบริเวณกระทบร้อนของเหล็กกล้า P22 ไม่พบปัญหาค่าความแข็งสูงกว่าที่กำหนด

บรรณานุกรม :
ณัฐพล ธรรมโสภณ . (2553). ผลของกรรมวิธีทางความร้อนหลังเชื่อมและชนิดของลวดเชื่อมต่อความแข็งและโครงสร้างจุลภาคของแนวเชื่อมระหว่างเหล็กกล้าที่มีโครเมียม 2.25%และ 9% โดยน้ำหนัก.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ณัฐพล ธรรมโสภณ . 2553. "ผลของกรรมวิธีทางความร้อนหลังเชื่อมและชนิดของลวดเชื่อมต่อความแข็งและโครงสร้างจุลภาคของแนวเชื่อมระหว่างเหล็กกล้าที่มีโครเมียม 2.25%และ 9% โดยน้ำหนัก".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ณัฐพล ธรรมโสภณ . "ผลของกรรมวิธีทางความร้อนหลังเชื่อมและชนิดของลวดเชื่อมต่อความแข็งและโครงสร้างจุลภาคของแนวเชื่อมระหว่างเหล็กกล้าที่มีโครเมียม 2.25%และ 9% โดยน้ำหนัก."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553. Print.
ณัฐพล ธรรมโสภณ . ผลของกรรมวิธีทางความร้อนหลังเชื่อมและชนิดของลวดเชื่อมต่อความแข็งและโครงสร้างจุลภาคของแนวเชื่อมระหว่างเหล็กกล้าที่มีโครเมียม 2.25%และ 9% โดยน้ำหนัก. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2553.