| ชื่อเรื่อง | : | ฟ้อนโส้ทั่งบั้ง จังหวัดสกลนคร |
| นักวิจัย | : | นัยน์ปพร ชุติภาดา |
| คำค้น | : | การรำ -- ไทย -- สกลนคร , โส้ -- ความเป็นอยู่และประเพณี |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | วิชชุตา วุธาทิตย์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะศิลปกรรมศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2552 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/19071 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ศศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552 วิทยานิพนธ์ฟ้อนโส้ทั่งบั้ง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาศึกษาความเป็นมาของการฟ้อนโส้ทั่งบั้งวิเคราะห์กระบวนท่าฟ้อนและองค์ประกอบของการฟ้อนโส้ทั่งบั้งรวมทั้งศึกษาปัจจัยและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่มีผลกระทบต่อการพัฒนาฟ้อนโส้ทั่งบั้ง โดยดำเนินการศึกษาค้นคว้าจากหนังสือ เอกสาร ทำการสัมภาษณ์ และศึกษาฝึกปฏิบัติท่ารำด้วยตัวเอง จากการศึกษาพบว่า ฟ้อนโส้ทั่งบั้ง ใน พ.ศ.2521 ได้มีการนำเอาการเล่นทั่งบั้งในพิธีกรรมเยา พิธีเจียสะลา พิธีแซงสนาม ท่าฟ้อนรำของหมอเยาและขั้นตอนในการประกอบพิธีมาคิดประดิษฐ์เป็นท่าฟ้อนรำ โดยนายสุวัฒน์ แสงสุทธิเศรษฐ นายอำเภอกุสุมาลย์ เป็นผู้ริเริ่มและสนับสนุนให้มีการคิดประดิษฐ์ท่ารำขึ้น โดยมอบหมายให้ครูและข้าราชการกองการศึกษาธิการช่วยกันคิดประดิษฐ์ท่ารำขึ้น ซึ่งมีท่ารำด้วยกันทั้งหมด 7 ท่า คือ 1. ท่าเชิญผีฟ้า 2. ท่าส่งผีฟ้า 3. ท่าทั่งบั้ง 4. ท่าถวายแถน 5. ท่าถวายดอกไม้ 6. ท่าเกี่ยวแขนรำ 7. ท่าเลาะตูบ ต่อมาในปี พ.ศ.2525 ได้เรียบเรียงท่ารำขึ้นใหม่โดยศึกษาจากขั้นตอนในการประกอบพิธีเยา มีการนำไม้ไผ่เข้ามาเป็นอุปกรณ์ประกอบในการฟ้อนและประดิษฐ์ท่ารำให้มีความสอดคล้องกับการใช้ไม้ไผ่ ในดนตรีจังหวะเร็ว ซึ่งการฟ้อนในระยะแรกจะใช้ดนตรีจังหวะช้าประกอบการฟ้อนโส้ทั่งบั้ง การแสดงจะเริ่มด้วยหมอเยาจุดธูปเทียนบวงสรวงวิญญาณ จากนั้นล่ามจะลำเชิญผีฟ้าให้มาเข้าทรงร่างของหมอเยาในขณะเดียวกันหมอแคนก็จะเป่าแคนคลอไปกับเสียงขับลำของล่าม เมื่อผีฟ้าเข้าทรงหมอเยาแล้ว หมอเยาจะเริ่มการเสี่ยงทายด้วย ไข่ เงินเหรียญ ง้าว ดาบ ซึ่งอุปกรณ์ต่างๆ จะขึ้นอยู่กับหมอเยาว่าจะใช้วัสดุสิ่งใด โดยล่ามจะเป็นผู้ซักถามหมอเยาเกี่ยวกับสภาพดิน ฟ้า อากาศ ผลผลิตในการปลูกพืชไร่ เมื่อทำนายเสร็จแล้วล่าม หมอเยา นางเทียมและผู้ร่วมพิธีจะลุกขึ้นฟ้อนไปรอบๆ คาย 3 รอบ เมื่อฟ้อนเสร็จแล้วล่าม หมอเยา นางเทียม ผู้ร่วมพิธีจะนั่งลง แล้วหมอเยาจะดื่มเหล้าอุ (เหล้าไห) แล้วจะก้มลงกราบ เป็นอันเสร็จพิธี จากนั้นคนตีกลองจะเริ่มรัวกลองเป็นสัญญาณเพื่อบอกให้นักแสดงเตรียมตัวนักแสดงก็จะก้มลงกราบ 1 ครั้ง เมื่อดนตรีเริ่มบรรเลงนักแสดงจะเริ่มฟ้อนรำ ในขณะที่นักดนตรีบรรเลงล่ามจะขับลำเป็นภาษาโส้ พร้อมกับทิ้งจังหวะให้พวกทั่งบั้งเปล่งเสียง เออเลอ เออเลอะ เออเลอ เออเลอะ จนกระทั่งจบกระบวนท่าฟ้อน แต่ถ้าเป็นการแสดงเพื่อการต้อนรับจะไม่มีพิธีเยาเพราะชาวโส้ถือว่าเป็นพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นพิธีเกี่ยวกับผี วิญญาณของบรรพบุรุษจะมาทำเล่นไม่ได้โดยเด็ดขาด |
| บรรณานุกรม | : |
นัยน์ปพร ชุติภาดา . (2552). ฟ้อนโส้ทั่งบั้ง จังหวัดสกลนคร.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นัยน์ปพร ชุติภาดา . 2552. "ฟ้อนโส้ทั่งบั้ง จังหวัดสกลนคร".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นัยน์ปพร ชุติภาดา . "ฟ้อนโส้ทั่งบั้ง จังหวัดสกลนคร."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. Print. นัยน์ปพร ชุติภาดา . ฟ้อนโส้ทั่งบั้ง จังหวัดสกลนคร. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.
|
