| ชื่อเรื่อง | : | การจัดอัตรากำลังบุคลากรพยาบาลในแต่ละเวรโดยใช้ความต้องการพยาบาลเป็นพื้นฐานของหน่วยผู้ป่วยอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช |
| นักวิจัย | : | เถลิงศรี ศรทรง |
| คำค้น | : | โรงพยาบาลศิริราช , พยาบาล , บริการการพยาบาลของโรงพยาบาล |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | จินตนา ยูนิพันธุ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2526 |
| อ้างอิง | : | 9745626236 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/19044 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2526 การวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาการจัดอัตรากำลังบุคลากรพยาบาลในแต่ละเวรของหน่วยผู้ป่วยอายุรศาสตร์ โดยใช้ความต้องการการพยาบาลเป็นพื้นฐาน พร้อมทั้งเปรียบเทียบเวลาของกิจกรรมการพยาบาลทั้งหมด และกิจกรรมการพยาบาลโดยตรงที่ผู้ป่วยแต่ละประเภทได้รับจากพยาบาลและผู้ช่วยพยาบาล ตัวอย่างประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้คือ ผู้ป่วยสามัญในแผนกอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช จำนวน 6 หอผู้ป่วย รวมกลุ่มตัวอย่างประชากรทั้งสิ้น 270 คน โดยทำการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling)โดยได้จัดผู้ป่วยในแผนกอายุรศาสตร์ออกเป็น 3 ประเภท คือผู้ป่วยที่ดูแลตนเอง ผู้ป่วยระดับกลาง และผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลในระยะวิกฤติ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นเครื่องมือที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมี 3 ฉบับ คือ เกณฑ์ในการจัดแบ่งประเภทผู้ป่วยแบบฟอร์มในการจัดประเภทผู้ป่วยประจำวัน และแบบฟอร์มบันทึกเวลากิจกรรมการพยาบาลโดยตรงและโดยอ้อม นำเครื่องมือทั้ง 3 ชนิดไปหาความตรงตามเนื้อหา โดยการตรวจสอบของผู้ทรงคุณวุฒิและหาความเที่ยงของแบบฟอร์มในการจัดประจำวัน โดยนำไปใช้กับพยาบาลและผู้ช่วยพยาบาลจำนวน 8 คน ได้ค่าความเที่ยงของเครื่องมือประเภทที่ 1,2 และ 3 คือ 100%, 100% และ 87.5% ตามลำดับ เก็บรวบรวมข้อมูลในการสังเกตโดยตรงและต่อเนื่อง วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าร้อยละ มัชฌิมเลขคณิต ความเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที การวิเคราะห์ความแปรปรวน และการทดสอบภายหลังการวิเคราะห์ความแปรปรวนด้วยวิธีของ Tukey (T-Method) ผลการวิจัย เมื่อศึกษาความต้องการการพยาบาลของผู้ป่วยแต่ละประเภทพบว่า ผู้ป่วยประเภทที่ 1 2 และ 3 มีความต้องการการพยาบาลใน 24 ชั่วโมงตามลำดับ นอกจากนี้ยังพบว่าค่าเฉลี่ยเวลาของกิจกรรมการพยาบาลทั้งหมดที่ผู้ป่วยแต่ละประเภทได้รับจากบุคลากรทั้งหมดจากพยาบาลและจากผู้ช่วยพยาบาลในแต่ละเวร มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ซึ่งสนองสมมุติฐานข้อ 1,2 และ 3 เมื่อพิจารณาถึงค่าเฉลี่ยเวลาของกิจกรรมการพยาบาลทั้งหมดที่ผู้วิจัยแต่ละประเภทได้รับจากพยาบาลและผู้ช่วยพยาบาลพบว่า ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ยกเว้นผู้ป่วยประเภทที่ 2 ซึ่งค่าเฉลี่ยดังกล่าวมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ซึ่งสนองสมมุติฐานข้อที่ 4 ในเรื่องของกิจกรรมการพยาบาลโดยตรงพบว่า ค่าเฉลี่ยเวลาของกิจกรรมการพยาบาลโดยตรงที่ผู้ป่วยแต่ละประเภทได้รับจากบุคลากรพยาบาลทั้งหมดในแต่ละเวร มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ซึ่งสนองสมมุติฐานข้อที่ 5 และเมื่อพิจารณาถึงค่าเฉลี่ยเวลาของกิจกรรมที่ผู้ป่วยแต่ละประเภทได้รับจากพยาบาลและผู้ช่วยพยาบาล พบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งสนองสมมุติฐานข้อที่ 6 ในการคำนวณจำนวนบุคลากรพยาบาลในแผนกอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราชจากการศึกษาความต้องการการพยาบาลของผู้ป่วยแต่ละประเภทดังกล่าว ได้ผลดังนี้คือ จำนวนบุคลากรในแต่ละวันมีจำนวน 121 คน แบ่งเป็นเวรเช้า 60 คน เวรบ่าย 34 คน และเวรตึก 27 คน |
| บรรณานุกรม | : |
เถลิงศรี ศรทรง . (2526). การจัดอัตรากำลังบุคลากรพยาบาลในแต่ละเวรโดยใช้ความต้องการพยาบาลเป็นพื้นฐานของหน่วยผู้ป่วยอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เถลิงศรี ศรทรง . 2526. "การจัดอัตรากำลังบุคลากรพยาบาลในแต่ละเวรโดยใช้ความต้องการพยาบาลเป็นพื้นฐานของหน่วยผู้ป่วยอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เถลิงศรี ศรทรง . "การจัดอัตรากำลังบุคลากรพยาบาลในแต่ละเวรโดยใช้ความต้องการพยาบาลเป็นพื้นฐานของหน่วยผู้ป่วยอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2526. Print. เถลิงศรี ศรทรง . การจัดอัตรากำลังบุคลากรพยาบาลในแต่ละเวรโดยใช้ความต้องการพยาบาลเป็นพื้นฐานของหน่วยผู้ป่วยอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2526.
|
