| ชื่อเรื่อง | : | การวางผังแม่บทมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาเขตรังสิต |
| นักวิจัย | : | สุชาติ ตรีสัตยพันธ์ |
| คำค้น | : | การออกแบบสถาปัตยกรรม , การใช้ที่ดิน , ภูมิสถาปัตยกรรม , มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาเขตรังสิต -- การวางผัง |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ประทีป มาลากุล, ม.ล. , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2527 |
| อ้างอิง | : | 9745635499 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/19014 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (สถ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2527 แนวความคิดในการวางผังแม่บทมหาวิทยาลัยได้มีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องตลอดมา เพื่อความประหยัดและมีประสิทธิภาพในการใช้สอยสูงที่สุดจากการที่การวางผังแบบ Molecular และ Cluster ของมหาวิทยาลัยในแบบดั้งเดิม ก่อให้เกิดปัญหาความหนาแน่น ระยะทางไกลในการติดต่อและปัญหาความไม่สะดวกอื่น ๆ เป็นอย่างมาก มหาวิทยาลัยในยุคหลังๆ นี้ที่มีการวางผังในแบบ Linear เพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ ดังกล่าว นับว่าเป็นผลดีในด้านการสัญจร เป็นอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตาม ในการออกแบบผังแม่บทของมหาวิทยาลัยในระบบนี้ ก็จะต้องมีการจำกัดขนาดของมหาวิทยาลัยให้มีขนาดที่เหมาะสม ถ้ามีขนาดที่ใหญ่จนเกินไป ก็จะยังทำให้เกิดปัญหาระยะทางในการติดต่อขึ้นได้ จำนวนนักศึกษาเต็มโครงการ และระบบการบริหารการศึกษาของมหาวิทยาลัย จะกำหนดขนาด ขอบเขตการวางผังและระยะเวลาในการปฏิบัติตามผังแม่บทต่อไป และจะมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับองค์ประกอบต่าง ๆ ในการออกแบบ อันได้แก่ระบบการจัดกลุ่มอาคาร ระบบการสัญจรและระบบทางกายภาพที่สำคัญอื่น ๆ รวมทั้งความสามารถในการยืดหยุ่นและการขยายตัวของส่วนต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยอีกด้วย ในการวางผังแม่บทของมหาวิทยาลัย จะต้องจัดให้ทุกระบบที่เกี่ยวข้องกันนี้ มีความสอดคล้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากทุก ๆ องค์ประกอบ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีความจำเป็นต้องขยายตัวออกไปยังวิทยาเขตรังสิต เพื่อรองรับความเติบโตของมหาวิทยาลัย และจำนวนนักศึกษาที่เพิ่มมากขึ้น โดยกำหนดเป้าหมายไว้ว่า จะมีนักศึกษาเต็มโครงการประมาณ 10,000 คน จึงจำเป็นต้องมีแผนผังแม่บทเพื่อกำหนดแนวทางการใช้สภาพแวดล้อมทางกายภาพให้มีความเหมาะสมกับการเป็นมหาวิทยาลัยต่อไป ในการจัดทำครั้งนี้ ได้เลือกใช้การวางผังแบบ Central ชนิดที่เปิดโอกาสให้มีการขยายตัวได้ ซึ่งจะลดความยาวของศูนย์กลางมหาวิทยาลัยลงได้ แต่กลุ่มอาคารภายในศูนย์กลางนี้จะไม่ถูกปิดล้อมโดยกลุ่มอาคารอื่น ๆ เป็นการเปิดโอกาสให้มีการขยายตัวและเปลี่ยนแปลงการใช้สอยอาคารได้โดยสะดวก กลุ่มอาคารในศูนย์กลางนี้ได้แก่ อาคารเรียนรวม ศูนย์กลางนักศึกษา หอสมุดกลาง สำนักงานอธิการบดี และศูนย์บริการคอมพิวเตอร์เป็นต้น ส่วนกลุ่มอาคารอื่น ๆ เช่น อาคารเรียน และอาคารหอพัก ได้กำหนดให้อยู่รอบนอกออกมา โดยมีถนนวงแหวนหลักเป็นตัวแบ่งแยกเขตการศึกษา และเขตที่พักออกจากกัน เพื่อความเป็นส่วนตัวของผู้พักอาศัยภายใน สำหรับเขตกีฬาและบริเวณที่จัดเตรียมไว้เป็นโรงพยาบาล จัดให้อยู่ด้านหน้าของมหาวิทยาลัยเพื่อการใช้ประโยชน์ร่วมกันกับชุมชน ในการจัดระบบทางกายภาพต่าง ๆ เพื่อการบริการในมหาวิทยาลัยอันได้แก่ ระบบการสัญจร การจัดภูมิสถาปัตยกรรม การระบายน้ำ การกำจัดน้ำเสีย การกำจัดขยะ ระบบประปา ระบบไฟฟ้า และอื่น ๆ ได้เลือกระบบที่มีความเหมาะสมกับสภาพของมหาวิทยาลัยมากที่สุด เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุด โดยคำนึงถึงความประหยัด ความสะดวกในการใช้สอย และการบำรุงรักษาต่อไปในอนาคต ขั้นตอนในการก่อสร้างกำหนดขึ้นจากความจำเป็นในการใช้สอยอาคารซึ่งจะต้องเปิดทำการในปี 2530 เป็นต้นไป และเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2534 จึงได้แบ่งระยะดำเนินการออกเป็น 2 ระยะ ระยะละ 5 ปี ใช้งบประมาณทั้งสิ้นประมาณ 1,800 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าออกแบบ 61 ล้านบาท ค่าก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน 323 ล้านบาท ค่าก่อสร้างอาคารและส่วนประกอบ 1,130 ล้านบาท และค่าครุภัณฑ์ 280 ล้านบาท |
| บรรณานุกรม | : |
สุชาติ ตรีสัตยพันธ์ . (2527). การวางผังแม่บทมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาเขตรังสิต.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สุชาติ ตรีสัตยพันธ์ . 2527. "การวางผังแม่บทมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาเขตรังสิต".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สุชาติ ตรีสัตยพันธ์ . "การวางผังแม่บทมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาเขตรังสิต."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2527. Print. สุชาติ ตรีสัตยพันธ์ . การวางผังแม่บทมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาเขตรังสิต. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2527.
|
