ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ในการเรียนวิชาการใช้ห้องสมุด ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยการใช้กับไม่ใช้แผ่นโปร่งใสประกอบการสอน

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ในการเรียนวิชาการใช้ห้องสมุด ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยการใช้กับไม่ใช้แผ่นโปร่งใสประกอบการสอน
นักวิจัย : สุชาดา อมรพิเชษฐ์กุล
คำค้น : บรรณารักษศาสตร์ -- การศึกษาและการสอน , การสอนด้วยสื่อ
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สำเภา วรางกูร , สุภาพ วาดเขียน , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2522
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/18999
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (อ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2522

การวิจัยเรื่องนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างแผ่นโปร่งแสงประกอบการสอนวิชาการใช้ห้องสมุดของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายเรื่อง เลขหมู่หนังสือและการเรียงหนังสือบนชั้นและเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ในการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยการใช้กับไม่ใช้แผ่นโปร่งแสงประกอบการสอนวิชาการใช้ห้องสมุด เรื่อง เลขหมู่หนังสือและการเรียงหนังสือบนชั้นเมื่อเรียนจบบทเรียนและเมื่อเรียนผ่านไปแล้วหนึ่งเดือน ตัวอย่างประชากรที่ใช้ในการวิจัยคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่สี่ โรงเรียนวัดบวรมงคล ปีการศึกษา 2522 จำนวน 60 คน โดยการพิจารณาจากคะแนนสอบไล่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่สาม จัดเรียงลำดับคะแนนแล้วแยกเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมกลุ่มละ 30 คน เพื่อให้ค่าเฉลี่ยและความแปรปรวนของคะแนนใกล้เคียงกัน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแผ่นโปร่งแสงที่ผู้วิจัยได้ประดิษฐ์ขึ้นโดยการเขียนเป็นรูปสีและข้อความประกอบรูปจำนวน 25 แผ่นและแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจำนวน 40 ข้อ กลุ่มทดลองกำหนดให้เรียนโดยการใช้แผ่นโปร่งแสงประกอบการสอน ส่วนกลุ่มควบคุมให้เรียนโดยใช้แผนภูมิประกอบการสอน การวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนใช้แบบทดสอบที่ผู้วิจัยได้สร้างขึ้นและได้หาความเที่ยงตรงและหาความเชื่อถือได้ก่อนที่จะใช้ทดสอบจริง ในการสอนแต่ละครั้งผู้วิจัยได้ให้กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมทำแบบทดสอบก่อนและหลังเรียนและให้ทำแบบทดสอบเพื่อวัดความจำหลังจากเรียนไปแล้วหนึ่งเดือน การทดสอบความมีนัยสำคัญของค่าเฉลี่ยของคะแนนใช้การทดสอบคะแนน คะแนนที (t-test) ที่ระดับนัยสำคัญ .05 สรุปผลการวิจัยได้ดังนี้ 1. แผ่นโปร่งแสงที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ดีคือ มีประสิทธิภาพร้อยละ 89 2. การเรียนโดยการใช้กับไม่ใช้แผ่นโปร่งแสงประกอบการสอนทำให้นักเรียนเรียนรู้มากขึ้นกว่าเดิม กล่าวคือ ค่าเฉลี่ยของคะแนนแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 3. การใช้แผ่นโปร่งแสงประกอบการสอนให้ผลสัมฤทธิ์ในการเรียนสูงกว่าการไม่ใช้แผ่นโปร่งแสงประกอบการสอน กล่าวคือ ค่าเฉลี่ยของคะแนนแบบทดสอบหลังเรียนของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 4. การเรียนโดยการใช้กับไม่ใช้แผ่นโปร่งแสงประกอบการสอนทำให้ความจำหลังเรียนแล้วหนึ่งเดือนของผู้เรียนคงเดิม กล่าวคือ ค่าเฉลี่ยของคะแนนแบบทดสอบหลังเรียนใหม่ ๆ และหลังเรียนหนึ่งเดือนของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญที่ระดับ .05 แต่การเรียนโดยการใช้แผ่นโปร่งแสงประกอบการสอนยังคงให้ผลสัมฤทธิ์ในการเรียนสูงกว่าการเรียนโดยไม่ใช้แผ่นโปร่งแสงประกอบการสอน กล่าวคือ ค่าเฉลี่ยของคะแนนแบบทดสอบหลังเรียนหนึ่งเดือนของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 ข้อเสนอแนะของผู้วิจัยคือ ควรจะได้มีการจัดทำแผ่นโปร่งแสงและนำไปใช้ประกอบการสอนวิชาการใช้ห้องสมุดในเรื่องอื่น ๆ โดยคำนึงถึงเนื้อเรื่องและเวลาที่ใช้ในการสอนแต่ละเรื่องด้วย

บรรณานุกรม :
สุชาดา อมรพิเชษฐ์กุล . (2522). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ในการเรียนวิชาการใช้ห้องสมุด ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยการใช้กับไม่ใช้แผ่นโปร่งใสประกอบการสอน.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุชาดา อมรพิเชษฐ์กุล . 2522. "การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ในการเรียนวิชาการใช้ห้องสมุด ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยการใช้กับไม่ใช้แผ่นโปร่งใสประกอบการสอน".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุชาดา อมรพิเชษฐ์กุล . "การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ในการเรียนวิชาการใช้ห้องสมุด ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยการใช้กับไม่ใช้แผ่นโปร่งใสประกอบการสอน."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2522. Print.
สุชาดา อมรพิเชษฐ์กุล . การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ในการเรียนวิชาการใช้ห้องสมุด ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยการใช้กับไม่ใช้แผ่นโปร่งใสประกอบการสอน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2522.