ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาวัสดุยางธรรมชาติยับยั้งเชื้อแบคทีเรียสำหรับการประยุกต์ใช้งานในผลิตภัณฑ์ด้านอนามัย

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาวัสดุยางธรรมชาติยับยั้งเชื้อแบคทีเรียสำหรับการประยุกต์ใช้งานในผลิตภัณฑ์ด้านอนามัย
นักวิจัย : ณรงค์ฤทธิ์ สมบัติสมภพ
คำค้น : การประยุกต์ใช้งาน , ผลิตภัณฑ์ด้านอนามัย , ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย , วัสดุยางธรรมชาติ
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5250068 , http://research.trf.or.th/node/8148
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้ศึกษาผลของระบบการคงรูปยางธรรมชาติ ดังนี้ ระบบการคงรูปแบบดั้งเดิม (Conventional vulcanization, CV) แบบกึ่งประสิทธิภาพ (Semi-efficient vulcanization, Semi-EV) และแบบประสิทธิภาพ (Efficient vulcanization, EV) ที่มีต่อประสิทธิภาพการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย สารยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่ใช้ในวิจัยนี้คือสารละลาย 2–Hydroxypropyl–3–Piperazinyl–Quinoline carboxylic acid Methacrylate 10 เปอร์เซ็นต์ (HPQM) และอนุภาคซิลเวอร์ตรึงอยู่บนซีโอไลต์ (Silver substituted zeolite, SSZ) ที่ปริมาณตั้งแต่ 0 ถึง 5 ส่วนในยางร้อยส่วน เชื้อแบคทีเรียที่ใช้ทดสอบ คือ Escherichia coli (E. coli) ATCC 25923 และ Staphylococcus aureus (S. aureus) ATCC 25922 ผลการวิจัยพบว่า ยางคอมปาวด์ระบบ EV สามารถแสดงประสิทธิภาพการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียได้ดีกว่าในระบบ CV และ Semi-EV ส่วนการเติมสารยับยั้งเชื้อแบคทีเรียทั้ง 2 ชนิดในยางคอมปาวด์ทั้ง 3 ระบบ พบว่า การเพิ่มปริมาณสารยับยั้งเชื้อแบคทีเรียส่งผลให้ประสิทธิภาพการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียมีค่าเพิ่มสูงขึ้น เมื่อพิจารณาถึงปริมาณการผสมสารยับยั้งเชื้อแบคทีเรียต่าสุดที่สามารถยับยั้งเชื้อ E. coli ได้ ในยางคอมปาวด์ระบบ CV ใช้ปริมาณที่ 1 phr ส่วนยางคอมปาวด์ระบบ Semi-EV และ EV ใช้ที่ปริมาณ 3 phr สาหรับเชื้อ S. aureus ยางคอมปาวด์ระบบ CV ใช้ที่ปริมาณ 3 phr ส่วนยางคอมปาวด์ระบบ Semi-EV และ EV ใช้ที่ปริมาณ 5 phr การผสมสารชนิด HPQM และ SSZ ในชิ้นงานยางคอมปาวด์ระบบ CV มีประสิทธิภาพการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียสูงสุด นอกจากนี้พบว่า HPQM ที่เติมในยางคอมปาวด์ระบบ CV มีประสิทธิภาพการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียได้ดี ส่วนสาร SSZ สามารถแสดงประสิทธิภาพการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียได้ดี ในยางคอมปาวด์ระบบ Semi-EV และ EV This work studied the effect of vulcanizing systems [Conventional vulcanization (CV), Semi-efficient vulcanization (Semi-EV) and Efficient vulcanization (EV)] on antibacterial performance of natural rubber compounds. Solution of 2–Hydroxypropyl–3–Piperazinyl–Quinoline carboxylic acid Methacrylate 10 percents (HPQM) and silver substituted zeolite (SSZ) at loadings from 0 to 5 parts per hundred rubber (phr) were used against Escherichia coli (E. coli) ATCC 25923 and Staphylococcus aureus (S. aureus) ATCC 25922. The results suggested that EV system without antibacterial agent could exhibit an antibacterial performance in Semi-EV and EV systems. Increasing the HPQM and SSZ in natural rubber resulted in appearance of inhibition zone and the efficacies of anti-bacterial. The minimum quantity of the both antibacterial agents for E. coli was 1 phr for the CV system and 3 phr for the semi-EV and EV systems, whereas those for S. aureus was for the CV system and 3 phr for the semi-EV, and 5 phr for the EV system. HPQM and SSZ compounded in CV had most satisfactory antibacterial efficacies. HPQM exhibited the most satisfactory anti-bacterial efficacy for the CV system whereas SSZ was most suitable for the semi-EV and EV systems.

บรรณานุกรม :
ณรงค์ฤทธิ์ สมบัติสมภพ . (2556). การพัฒนาวัสดุยางธรรมชาติยับยั้งเชื้อแบคทีเรียสำหรับการประยุกต์ใช้งานในผลิตภัณฑ์ด้านอนามัย.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ณรงค์ฤทธิ์ สมบัติสมภพ . 2556. "การพัฒนาวัสดุยางธรรมชาติยับยั้งเชื้อแบคทีเรียสำหรับการประยุกต์ใช้งานในผลิตภัณฑ์ด้านอนามัย".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ณรงค์ฤทธิ์ สมบัติสมภพ . "การพัฒนาวัสดุยางธรรมชาติยับยั้งเชื้อแบคทีเรียสำหรับการประยุกต์ใช้งานในผลิตภัณฑ์ด้านอนามัย."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2556. Print.
ณรงค์ฤทธิ์ สมบัติสมภพ . การพัฒนาวัสดุยางธรรมชาติยับยั้งเชื้อแบคทีเรียสำหรับการประยุกต์ใช้งานในผลิตภัณฑ์ด้านอนามัย. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2556.