ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ชลประทานในการปลูกพืชหมุนเวียนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน บริเวณโครงการสถานีสูบน้ำขนาดเล็กยะกัง 8 บ้านบูเก๊ะกูนุง ตำบลลำภู อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ระยะที่ 2

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ชลประทานในการปลูกพืชหมุนเวียนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน บริเวณโครงการสถานีสูบน้ำขนาดเล็กยะกัง 8 บ้านบูเก๊ะกูนุง ตำบลลำภู อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ระยะที่ 2
นักวิจัย : อาแว มูดอ
คำค้น : การบริหารจัดการน้ำ , การมีส่วนร่วมของชุมชน , จังหวัดนราธิวาส , ชลประทาน , ตำบลลำภู , บ้านบูเก๊ะกูนุง , ปลูกพืชหมุนเวียน , อำเภอเมือง , โครงการสถานีสูบน้ำขนาดเล็กยะกัง
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=PDG54S0001 , http://research.trf.or.th/node/7913
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

โครงการ “การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ชลประทานในการปลูกพืชหมุนเวียนโดยการ มีส่วนร่วมของชุมชนบริเวณโครงการสถานีสูบน้ำขนาดเล็กยะกัง 8 บ้านบูเก๊ะกูนุง ตำบลลำภู อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ระยะที่ 2” มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาแนวทางการ บริหารจัดคลองส่งน้ำให้เอื้อต่อการทำนาและการปลูกพืชหมุนเวียนในพื้นที่โครงการสถานีสูบน้ำขนาด เล็กยะกัง 8, 2) เพื่อศึกษาแนวทางการจัดการแหล่งน้ำชลประทานให้เกิดประโยชน์ในการปลูกพืช หมุนเวียนได้เต็มประสิทธิภาพโดยกลุ่มผู้ใช้น้ำโครงการสถานีสูบน้ำขนาดเล็กยะกัง 8 และ 3) เพื่อ ศึกษารูปแบบการทำนา การบริหารจัดการน้ำ และการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานของรัฐกับ ประชาชนของรัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย กระบวนการวิจัย เริ่มจากคัดเลือกพื้นที่ดำเนินโครงการวิจัยร่วมกับเจ้าหน้าที่ของโครงการ ชลประทานนราธิวาส และเจ้าหน้าที่ของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลุ่มน้ำบางนรา กำหนดแนวทาง การทำงานของนักประสานงานชุมชนชลประทาน (ปส.) ลงพื้นที่เพื่อประมวลสภาพปัญหาและเลือก ประเด็นปัญหาที่เห็นร่วมกันในการนำมาเป็นโจทย์วิจัยเพื่อท้องถิ่นยืนยันโจทย์วิจัยเพื่อท้องถิ่นร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สมาชิกกลุ่มผู้ใช้น้ำและเกษตรกร, นักประสานงานชุมชนชลประทาน, เจ้าหน้าที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลุ่มน้ำบางนรา, เจ้าหน้าที่โครงการชลประทานนราธิวาส, เกษตรอำเภอเมืองนราธิวาส, นายกองค์การบริหารส่วนตำบลลำภู และ สกว. ปรับปรุงโครงสร้าง พื้นฐานระบบชลประทานให้มีประสิทธิภาพ ขุดลอกคลองส่งน้ำจากเครื่องสูบน้ำขนาดเล็กยะกัง 8 กระจายให้ทั่วถึงพื้นที่การทำนา จัดกิจกรรมสัมพันธ์ สร้างการมีส่วนร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ จัดทำ ปฏิทินการเพาะปลูก ผังการใช้ประโยชน์พื้นที่เกษตรกรรม ปฏิบัติการทดลองปลูกพืชหมุนเวียน และ ศึกษาดูงานสำนักงานพัฒนาเกษตรกรรมลุ่มน้ำมูดา ประเทศมาเลเซีย พร้อมถอดบทเรียนการศึกษา ดูงาน ผลการวิจัย พบว่า คลองส่งน้ำชลประทานที่สูบขึ้นจากแม่น้ำยะกังไม่ได้ใช้มานาน มีสาเหตุ หลักๆ อยู่ 2 ประการ คือ 1) เป็นพื้นรับน้ำจากแม่น้ำแหล่งต่างๆ การไหลลงสู่อ่าวไทย ทำให้มีปัญหา เรื่องการวางแผนเพาะปลูกข้าวให้ทันต่อการเก็บเกี่ยว หลายพื้นที่จึงทิ้งร้าง ไม่ได้ทำนา 2) แนวคลอง ส่งน้ำโดยเฉพาะช่วงต้นทางจากสถานีสูบน้ำ แนวคลองเลียบไปกับถนนหินคลุก ช่วงฤดูน้ำหลาก น้ำจะพัดเศษดินและหินร่วมหล่นทับถมในคลองส่งน้ำชลประทาน ทีมวิจัยได้แก้ไขเบื้องต้นด้วยการ ขุดลอกให้ทันต่อการปลูกข้าวตามฤดูกาล แต่ถ้าจะแก้ไขอย่างถาวร ต้องเปลี่ยนถนนหินคลุกเป็นถนน ซีเมนต์ องค์การบริหารส่วนตำบลลำภูมีโครงการจัดสร้างถนนในหมู่บ้านบูเก๊ะกูนุง จึงมีส่วนสำคัญต่อ การแก้ไขปัญหาการอุดตันของคลองชลประทานไปได้ ยังมีถนนบางส่วนที่ยังเป็นดินและหินคลุกอยู่ ทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลุ่มน้ำบางนรา จึงได้สนับสนุนวัสดุก่อสร้างเพื่อมาก่อสร้างคันกั้น คลองส่งน้ำให้สูงขึ้น ป้องกันไม่ให้เศษดินและหินทับถมลงคลองชลประทานได้ดีขึ้นมากแล้ว ชุมชนบ้านบูเก๊ะกูนุง เดิมเป็นพื้นที่ทำนามาแต่ครั้งอดีต แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของทิศทาง น้ำจากการขุดคลองและทำฝายกั้นน้ำ ทำให้บ้านบูเก๊ะกูนุงกลายเป็นพื้นที่รับน้ำในช่วงฤดูฝน คนใน ชุมชนจึงต้องอพยพข้ามฝั่งคลองไปทำนาในพื้นที่โครงการสถานีสูบน้ำขนาดเล็กยะกัง 9 ส่วนพื้นที่ ของตนเองถูกทิ้งร้างไปกว่า 15 ปี เมื่อมีการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานชลประทานให้กลับมาใหม่ ชาว บ้านบูเก๊ะกูนุงจึงหันมาทดลองทำนา แต่ไม่ได้ผลมากนัก เนื่องจากพบว่าหากปลูกในฤดูทำนา ไม่ทัน ได้เก็บเกี่ยวน้ำก็ท่วมนาเสียหายไปหมดแล้ว หากปลูกนอกฤดูทำนาหรือนาปรัง เมล็ดข้าวจะลีบและ เป็นอาหารของนกที่บินเข้ารุมจิกกิน เพราะเป็นแหล่งอาหารหย่อมเดียว ฝูงนกไม่ได้กระจายไปที่นา ผืนอื่นที่ปลูกพร้อมกันเหมือนนาปีที่ช่วยแบ่งเบาจากฝูงนกได้ ทางออกที่ชุมชนบูเก๊ะกูนุงคิดได้ คือ ทดลองปลูกพืชที่สามารถเก็บเกี่ยวได้ในระยะสั้น จึงได้ ช่วยกันวางแผนผ่านปฏิทินการเพาะปลูก โดยเพิ่มข้อมูลวันสำคัญทางศาสนาอิสลาม และฤดูฝนหรือ ช่วงมรสุมลงไปด้วย เพื่อหลีกเลี่ยงการเพาะปลูกในช่วงดังกล่าว เมื่อได้ลองปรับพื้นที่เพื่อเตรียมปลูกพืชหมุนเวียน ทีมวิจัยพบปัญหาหลัก คือ บางแปลง อุ้มน้ำ บางแปลงดินแข็งจับเป็นก้อนถึงแม้ไถสามรอบแล้วยังแก้ปัญหาดินแข็งไม่ได้ การนำอวนประมง มากั้นเป็นรั้วเพื่อป้องกันแพะเข้าไปกัดกินพืชที่ปลูกไม่ได้ผล แพะสามารถมุดเข้ามายังแปลงที่ปลูกพืช หมุนเวียนได้อยู่ เมื่อทีมวิจัยได้รู้สภาพดินแต่ละแปลงแล้ว ได้นำมาวิเคราะห์ร่วมกับทีมวิจัย กำหนด พืชหมุนเวียนที่จะทดลองปลูกจำนวน 9 ชนิด คือ ถั่วฝักยาว, กระเจี๊ยบเขียว, บวบ, ถั่วเขียว, ข้าวโพด, แตงกวา, ผักบุ้ง, อ้อย และข้าว รวมทั้งสิ้น 8 แปลงเพาะปลูก ผลการทดลองพบว่าแปลงที่ 1 ที่ได้ปลูกแตงกวา ถั่วฝักยาว บวบ กระเจี๊ยบเขียว และผักบุ้ง ให้ผลดีที่สุด โดยเฉพาะถั่วฝักยาวที่ ให้ผลผลิตและนำไปจำหน่ายได้ถึง 4,302 บาท รองลงมาคือกระเจี๊ยบเขียว ขายได้ 800 บาท ส่วน แปลงเพาะปลูกอื่น ยังคงประสบปัญหาหลักๆ 3 ประการ คือ 1) มีศัตรูพืชกัดกิน 2) สภาพดินแข็ง 3) น้ำท่วมขังในช่วงฤดูฝน นอกเหนือจากการปลูกพืชหมุนเวียนแล้ว ทีมวิจัยยังได้ฟื้นฟูนาร้าง โดยการ ปรับพื้นที่ทำนาปีในปี2555 ประมาณ 43 ไร่ ด้วยการใช้พันธุ์ข้าวพื้นเมือง คือ พันธุ์ข้าวยามู และพันธุ์ ข้าวสากูนิงแต่ถูกน้ำท่วมเสียหายทั้งหมด จึงพยายามหาทางออกในการปลูกข้าวบนแพ ตัวแบบที่ใช้ คือความรู้เรื่อง “ปลูกข้าวลอยน้ำ” ของคุณสุพรรณ เมธสาร เจ้าของสวนไผ่ศรีสุพรรณ อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรีโดยทีมวิจัย ได้ใช้บ่อเลี้ยงปลาเป็นสถานที่จำลองน้ำท่วม จากนั้นต่อบนแพไม้ไผ่ ขนาด 3.5 x 6 เมตร ปูพื้นด้วยผักตบชวาหนา 4 นิ้ว โกยดินถมผักตบชวาขึ้นมาอีก 4 นิ้ว ใช้ข้าวพันธุ์ ชัยนาท 1 ที่มีอายุการเก็บเกี่ยว 120 วัน เริ่มหว่านกล้าต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2555 ปักดำในแพ 16 แถวๆ ละ 26 กอ รวม 390 กอ ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามผล ส่วนแปลงที่ใช้ปลูกพืชหมุนเวียน ได้ทดลองปลูกแตงโมเต็มพื้นที่ การศึกษาดูงานสำนักงานพัฒนาเกษตรกรรมลุ่มน้ำมูดา (Muda Agriculture Development Authority – MADA) ได้ความรู้ว่า การทำนาของรัฐเคดาห์จะพึ่งพาน้ำฝนเป็นหลัก ส่วนน้ำในระบบ ชลประทานจะถูกใช้เพียงร้อยละ 30 ของน้ำที่ใช้ทำนาตลอดทั้งปี ปริมาณข้าวจากการทำนาในพื้นที่ ของรัฐเคดาห์และเปอร์ลิส สามารถเลี้ยงประชากรมาเลเซียได้เพียงร้อยละ 40 ส่วนที่ยังขาดแคลนอีก ร้อยละ 60 ต้องนำเข้าข้าวจากต่างประเทศ สายพันธุ์ข้าวที่ใช้ คือ MR 202 เป็นพันธุ์ข้าวที่ปลูกมากที่สุด ด้วยปริมาณข้าวที่เก็บเกี่ยวได้ไม่เพียงพอต่อการบริโภคของประชากรภายในประเทศ มาเลเซีย อาชีพทำนาจึงได้รับการสนับสนุนเป็นพิเศษ เพื่อลดการพึ่งพาจากการนำเข้าข้าวจาก ต่างประเทศให้มากที่สุด รัฐบาลมาเลเซียจึงสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าว ปุ๋ย และสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ตลอดจนมีเจ้าหน้าที่ดูแลจัดสรรน้ำให้อย่างเบ็ดเสร็จ เกษตรกรมีหน้าที่ทำนาให้ได้ปริมาณผลผลิต เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ส่วนหนึ่งเพื่อรายได้ต่อครัวเรือนต่อปีที่สูงขึ้น ส่วนหนึ่งเพื่อเพิ่มปริมาณ ข้าวเพื่อใช้เลี้ยงคนในประเทศมาเลเซีย สิ่งที่น่าสนใจคือรูปแบบ “การรักษาพื้นที่เกษตรกรรม” การกำหนดเขตพื้นที่ปลูกข้าวได้ ติดต่อกันเป็นผืนกว้าง นับเป็นจุดเด่นในการจัดการของมาเลเซีย เมื่อรัฐบาลกำหนดให้เป็นพื้นที่ ปลูกข้าวโดยดูจากความเหมาะสมกับสภาพดินและแหล่งน้ำแล้ว จะสร้างแรงจูงใจให้ชาวนาด้วยการ สนับสนุนสิ่งจำเป็นต่อการทำนาดังที่กล่าวไว้ข้างต้น หากชาวนารายใดไม่ประสงค์จะทำนาในพื้นที่ ตนเอง รัฐบาลจะจัดจ้างบุคคลเข้ามาทำนาแทน โดยไม่ปล่อยพื้นที่ว่างให้เป็นนาร้าง แล้วจัดแบ่ง ผลประโยชน์ให้เจ้าของที่ดินอย่างเหมาะสม จึงมีโอกาสได้เห็นเจ้าของที่นาขับรถยนต์มาดูพื้นที่นาของ ตนเองว่าจะได้ผลผลิตเท่าใดในแต่ละรอบทำนา หรือหากต้องการเปลี่ยนพื้นที่ของตนไปปลูกพืช ชนิดอื่นที่ไม่ใช่นาข้าว จะต้องได้รับอนุญาตจากรัฐบาลระดับรัฐเสียก่อน ซึ่งมักจะไม่ได้รับการอนุญาต ให้เปลี่ยนพื้นที่นาไปทำอย่างอื่น นอกจากนี้ยังมีโรงงานแปรรูปข้าวไปเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดอื่น เช่น แป้ง ขนมขบเคี้ยว ฯลฯ ซึ่งเกษตรกรรายใดไม่ประสงค์จะทำนา หรืออาจจะเป็นคนรุ่นใหม่ที่ไม่นิยมใช้ แรงงานเพื่อการทำนา ก็สามารถผันตนเองเข้าสู่โรงงานแปรรูปผลผลิตจากข้าวได้ การรวมกลุ่มของเกษตรกรชาวนาไม่มีรูปแบบเป็นองค์กรที่ชัดเจน มีเพียงกิจกรรมการเข้ามา รับฟังนโยบายการปลูกข้าวจากหน่วยงานภาครัฐว่าแต่ละปีจะมีเป้าหมายในเรื่องผลผลิตอย่างไร โดยจะใช้ที่ทำการย่อยเป็นจุดศูนย์กลางในการประชุมและกระจายข่าวสารข้อมูลให้ชาวนาได้รับทราบ

บรรณานุกรม :
อาแว มูดอ . (2556). การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ชลประทานในการปลูกพืชหมุนเวียนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน บริเวณโครงการสถานีสูบน้ำขนาดเล็กยะกัง 8 บ้านบูเก๊ะกูนุง ตำบลลำภู อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ระยะที่ 2.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
อาแว มูดอ . 2556. "การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ชลประทานในการปลูกพืชหมุนเวียนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน บริเวณโครงการสถานีสูบน้ำขนาดเล็กยะกัง 8 บ้านบูเก๊ะกูนุง ตำบลลำภู อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ระยะที่ 2".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
อาแว มูดอ . "การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ชลประทานในการปลูกพืชหมุนเวียนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน บริเวณโครงการสถานีสูบน้ำขนาดเล็กยะกัง 8 บ้านบูเก๊ะกูนุง ตำบลลำภู อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ระยะที่ 2."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2556. Print.
อาแว มูดอ . การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ชลประทานในการปลูกพืชหมุนเวียนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน บริเวณโครงการสถานีสูบน้ำขนาดเล็กยะกัง 8 บ้านบูเก๊ะกูนุง ตำบลลำภู อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ระยะที่ 2. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2556.