ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาเปรียบเทียบตัวรับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนในท่อทางเดินระบบสืบพันธุ์ของสุกรนางหลังจากการผสมเทียมแบบสอดท่อเข้าคอมดลูก, แบบสอดท่อเข้ามดลูก และแบบสอดท่อเข้าปีกมดลูก

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาเปรียบเทียบตัวรับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนในท่อทางเดินระบบสืบพันธุ์ของสุกรนางหลังจากการผสมเทียมแบบสอดท่อเข้าคอมดลูก, แบบสอดท่อเข้ามดลูก และแบบสอดท่อเข้าปีกมดลูก
นักวิจัย : ศยามณ ศรีสุวัฒนาสกุล
คำค้น : Artificial insemination , Deep intrauterine insemination , Intrauterine Insemination , oestrogen receptor alpha , progesterone receptor , Reproductive tract , Sow , การผสมเทียมแบบดั้งเดิม , การผสมเทียมแบบปล่อยน้าเชื้อที่ปีกมดลูก , การผสมเทียมแบบปล่อยน้าเชื้อที่มดลูก , ตัวรับฮอร์โมนเอสโตรเจนชนิดแอลฟ่า , ตัวรับฮอร์โมนโปรเจนเตอโรน สุกรนาง
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=MRG5380173 , http://research.trf.or.th/node/7594
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ในอุตสาหกรรมการผลิตสุกรได้มีความพยายามในการลดจานวนของตัวอสุจิในการทาการผสมเทียม โดยทาการปล่อยน้าเชื้อที่ตาแหน่งถัดจากของคอมดลูกทาให้สามารถปล่อยน้าเชื้อได้ในบริเวณที่ลึกกว่าปกติคือที่ตาแหน่งมดลูก (การผสมเทียมแบบปล่อยน้าเชื้อที่มดลูก, IUI) และที่ปีกมดลูก (การผสมเทียมแบบปล่อยน้าเชื้อที่ปีกมดลูก, DIUI) ทาให้สามารถลดความเข้มข้นของจานวนอสุจิในน้าเชื้อลง อย่างไรก็ตามพบว่าวิธีเหล่านี้ทาให้จานวนลูกต่อครอกลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับการผสมเทียมแบบดั้งเดิม (การผสมเทียมแบบปล่อยน้าเชื้อที่คอมดลูก, AI)ร วมทั้งพบจานวนของตัวอสุจิที่ตาแหน่งรอยต่อระหว่างท่อนาไข่และมดลูกซึ่งเป็นที่กักเก็บอสุจิน้อยลงอีกด้วย จากการศึกษาก่อนหน้านี้พบว่าสเตียรอยด์ฮอร์โมนมีความเกี่ยวข้องกับการขนส่งตัวอสุจิ เซลล์ไข่ และตัวอ่อน ในท่อทางเดินสืบพันธุ์ของสุกรเพศเมียโดยมีความสัมพันธ์กับการแสดงออกของตัวรับสเตียรอยด์ฮอร์โมนที่จาเพาะนั่นคือ ตัวรับฮอร์โมนเอสโตรเจนชนิดแอลฟ่า และตัวรับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ดังนั้นการทดลองในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อที่จะศึกษาการแสดงออกของตัวรับฮอร์โมนเอสโตรเจนชนิดแอลฟ่าและตัวรับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนหลังจากที่ทาการผสมเทียมด้วยวิธีที่ต่างกัน โดยผลการศึกษาจะถูกวัดด้วยสองวิธีคือวิธีการให้คะแนนจากภาพ และการใช้โปรแกรมวิเคราะห์ภาพ ผลการศึกษาพบว่าการแสดงออกของตัวฮอร์โมนเอสโตรเจนชนิดแอลฟ่าและตัวรับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนมีระดับต่าในกลุ่มที่ใช้วิธีการผสมเทียมแบบปล่อยน้าเชื้อที่มดลูกและปีกมดลูกเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ผสมเทียมแบบดั้งเดิมที่ส่วนท่อนาไข่ มดลูก และคอมดลูกสาหรับการแสดงออกของตัวรับฮอร์โมนเอสโตรเจนชนิดแอลฟ่า และพบความแตกต่างในส่วนท่อนาไข่และคอมดลูกสาหรับการแสดงออกของตัวรับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน แต่ไม่พบความแตกต่างระหว่างการผสมเทียมด้วยวิธีต่าง ๆ สาหรับการแสดงออกของตัวรับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนในมดลูก จากการศึกษาก่อนหน้านี้พบว่าในน้าเชื้อสุกรนั้นมีระดับของฮอร์โมนเอสโตรเจนในระดับสูงทาให้สามารถกระตุ้นให้เกิดการแสดงออกของตัวรับฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นได้ในอวัยวะสืบพันธุ์ของสุกร ดังนั้นการผสมเทียมด้วยวิธีปล่อยน้าเชื้อที่ตาแหน่งมดลูกและปีกมดลูกซึ่งใช้ปริมาณของน้าเชื้อและตัวอสุจิลดลงอย่างมากอาจจะมีผลทาให้การแสดงออกของตัวฮอร์โมนน้อยกว่าในกลุ่มที่ผสมเทียมแบบดั้งเดิม ในส่วน 2 ของมดลูกสุกรพบว่าเยื่อบุต่อมมดลูกมีการแสดงออกตัวรับฮอร์โมนเอสโตรเจนชนิดแอลฟ่าในระดับสูงในกลุ่มที่ผสมเทียมด้วยวิธีดั้งเดิม ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับอัตราการเกิดการปฏิสนธิและตั้งท้องที่สูงกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการผสมเทียมด้วยวิธีอื่น ๆ ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากเยื่อบุต่อมมดลูกทาหน้าที่หลักในการหลั่งสารที่ช่วยในการปรับสภาพแวดล้อมของอวัยวะสืบพันธุ์ให้เหมาะสมต่อการเกิดการปฏิสนธิและตั้งท้องโดยมีการควบคุมผ่านทางการแสดงออกของตัวรับฮอร์โมนเอสโตรเจนชนิดแอลฟ่าในส่วนของเยื่อบุต่อมมดลูก ในส่วนของคอมดลูกพบว่ากล้ามเนื้อคอมดลูกเป็นเนื้อเยื่อที่มีการแสดงออกของตัวรับฮอร์โมนเอสโตรเจนชนิดแอลฟ่าในระดับสูงเมื่อเปรียบเทียบกับเยื่อบุคอมดลูก ในทางตรงกันข้ามกับเนื้อเยื่อมดลูกและท่อนาไข่ พบการแสดงออกของตัวรับฮอร์โมนเอสโตรเจนชนิดแอลฟ่าในระดับสูงในสุกรนางกลุ่มที่ทาการผสมเทียมแบบปล่อยน้าเชื้อที่ปีกมดลูกทั้งนี้แสดงให้เห็นว่ากล้ามเนื้อคอมดลูกหลังจากผ่านการผสมเทียมแบบปล่อยน้าเชื้อที่ปีกมดลูก นั้นต้องการการกระตุ้นเพื่อให้เกิดการบีบตัวจากการแสดงออกของตัวรับฮอร์โมนเอสโตรเจนชนิดแอลฟ่าที่มากกว่าการผสมเทียมแบบดั้งเดิม จากผลการศึกษาครั้งนี้สรุปได้ว่าการผสมเทียมด้วยวิธีต่าง ๆ มีอิทธิพลต่อการแสดงออกของตัวรับสเตียรอยด์ฮอร์โมนในระบบทางเดินสืบพันธุ์ของสุกรนาง ซึ่งอาจมีผลต่อการเกิดการปฏิสนธิที่สมบูรณ์ได้ In pig production, there are efforts to reduce the number of spermatozoa by insemination into the posterior region of the cervix. By using special device that can be passed through the cervix allowing the deposition of sperm in the uterine body (Intrauterine insemination, IUI) or uterine horn (Deep intrauterine insemination, DIUI), the number of spermatozoa per dose could be reduced. However, it was found that these techniques resulted in a small litter size compared with conventional artificial insemination (AI) as well as smaller number of spermatozoa at the uterotubule junction. The earlier studies reported that steroid hormones influenced the transportation of spermatozoa, ovum and embryos in the sow reproductive tract which related to the presence of their specific receptors; oestrogen receptor alpha (ER) and progesterone receptor (PR). Therefore, the present study aims to evaluate the immunolocalization of ER and PR in the sow oviducts, uterus and cervix after different artificial insemination techniques. The percentage of ER and PR immunostaining was evaluated by manual scoring and image analysis system and the results showed significant lower percentage of positive staining in IUI and DIUI groups compared with AI group in the oviduct, uterus and cervix for ER and only in the oviduct and cervix for PR. In the oviduct, significant higher immunostaining of both ER and PR was observed in AI group compared to the others. It has been demonstrated that oestrogen (E2) in boar semen can up-regulate steroid receptors in the pig reproductive tract, a small volume of semen used for IUI and DIUI groups might also influence the lower expression of these steroid receptors due to the lower amount of E2. In the uterus, significant higher ER immunolocalization found in the glandular epithelium of AI groups may indicate the higher successful fertilization as glandular epithelium was known for secretory activity mediated through ER in order to facilitate fertilization and pregnancy. On the other hand, the prominent staining was found in the muscular layer of the cervix in which higher ER staining was found in DIUI group and it was suggested that the cervix in DIUI group needs more level of ER in order to mediate cervical muscular contraction compared to the others. In conclusion, the methods of insemination regarding the volume of semen can have the effects on the expression of steroid receptors in the sow reproductive tracts and this may influence the successful fertilization in sows.

บรรณานุกรม :
ศยามณ ศรีสุวัฒนาสกุล . (2556). การศึกษาเปรียบเทียบตัวรับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนในท่อทางเดินระบบสืบพันธุ์ของสุกรนางหลังจากการผสมเทียมแบบสอดท่อเข้าคอมดลูก, แบบสอดท่อเข้ามดลูก และแบบสอดท่อเข้าปีกมดลูก.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ศยามณ ศรีสุวัฒนาสกุล . 2556. "การศึกษาเปรียบเทียบตัวรับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนในท่อทางเดินระบบสืบพันธุ์ของสุกรนางหลังจากการผสมเทียมแบบสอดท่อเข้าคอมดลูก, แบบสอดท่อเข้ามดลูก และแบบสอดท่อเข้าปีกมดลูก".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ศยามณ ศรีสุวัฒนาสกุล . "การศึกษาเปรียบเทียบตัวรับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนในท่อทางเดินระบบสืบพันธุ์ของสุกรนางหลังจากการผสมเทียมแบบสอดท่อเข้าคอมดลูก, แบบสอดท่อเข้ามดลูก และแบบสอดท่อเข้าปีกมดลูก."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2556. Print.
ศยามณ ศรีสุวัฒนาสกุล . การศึกษาเปรียบเทียบตัวรับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนในท่อทางเดินระบบสืบพันธุ์ของสุกรนางหลังจากการผสมเทียมแบบสอดท่อเข้าคอมดลูก, แบบสอดท่อเข้ามดลูก และแบบสอดท่อเข้าปีกมดลูก. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2556.