| ชื่อเรื่อง | : | ความถี่ของโครงสร้างภาษาในหนังสืออ่านภาษาอังกฤษ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย |
| นักวิจัย | : | แพรวพรรณ นำเบญจพล |
| คำค้น | : | ภาษาอังกฤษ -- การศึกษาและการสอน (มัธยมศึกษา) |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | สุภัทรา อักษรานุเคราะห์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2517 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/17785 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2517 วัตถุประสงค์ การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาความถี่ของโครงสร้างภาษาในหนังสืออ่านภาษาอังกฤษระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ทั้งที่เป็นหนังสืออ่านในชั้นและนอกชั้นจำนวน 15 เล่ม ภายใต้กฎเกณฑ์ที่กำหนดขึ้น วิธีดำเนินงาน 1. กำหนดโครงสร้างภาษาที่ไม่ต้องนำมานับเพื่อหาความถี่ คือโครงสร้างที่สอนในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จากงานวิจัยของเทพินทร์ สุนทรส จำนวน 83 โครงสร้าง 2. กำหนดหลักเกณฑ์ในการนับอย่างละเอียด 3. รวบรวมโครงสร้างภาษาที่อยู่ในเกณฑ์ในหนังสือแต่ละเล่ม เสนอโครงสร้างภาษาเหล่านี้ตามลำดับความถี่ 4. คัดเลือกโครงสร้างภาษาในหนังสือทุกเล่มที่มีความถี่ตั้งแต่ 5 ครั้งขึ้นไป ได้โครงสร้างภาษา 40 โครงสร้าง เสนอโครงสร้างภาษาเหล่านี้ตามลำดับความถี่ ผลการวิจัย 1. หนังสือ 9 เล่ม จากหนังสือทั้งหมด 15 เล่ม มีจำนวนโครงสร้างภาษาในเล่มใกล้เคียงกัน คือระหว่าง 26-33 โครงสร้าง หนังสือที่มีโครงสร้างภาษามากที่สุดคือหนังสือ Jane Eyre และหนังสือ Seven Inventors คือมี 36 โครงสร้าง หนังสือมีโครงสร้างภาษาน้อยที่สุด คือหนังสือ A Pair of Spectacles และหนังสือ The Stories of Shakespeare’s Plays คือมี 23 โครงสร้าง 2. หนังสือทุกเล่มมีการกระจายของโครงสร้างภาษาคล้ายคลึงกัน คือร้อยละ 70 ของจำนวนโครงสร้างภาษาในเล่ม เป็นโครงสร้างภาษาในแบบสร้างที่ 1(1<---->2) และแบบสร้างที่ 4 (1a<---->2 1b) ร้อยละ 3 ของจำนวนโครงสร้างภาษาในเล่ม เป็นโครงสร้างภาษาในแบบสร้างที่ 6 (1a<---->2 1b 1b), แบบสร้างที่ 7 (1a<---->2 1b 3) และแบบสร้างที่ 8 (there <---->2 7) 3. โครงสร้างภาษาที่มีความถี่สูงในหนังสือทั้ง 15 เล่ม มี 40 โครงสร้าง 4. โครงสร้างภาษาที่มีความถี่สูงสุดในหนังสือทั้ง 15 เล่ม คือ โครงสร้างภาษาในแบบที่ 4 (1a<---->2 1b) มีความถี่ร้อยละ 41 ของจำนวนโครงสร้างภาษาทั้งหมด และโครงสร้างภาษาในแบบสร้างที่ 1(1<---->2) มีความถี่ร้อยละ 37 ของจำนวนโครงสร้างภาษาทั้งหมด 5. โครงสร้างภาษาที่มีความถี่ต่ำสุดในหนังสือทั้ง 15 เล่ม คือ โครงสร้างภาษาในแบบที่ 6 (1a<---->2 1b 1b), และ โครงสร้างภาษาในแบบสร้างที่ 7 (1a <---->2 1b 3) ข้อเสนอแนะ 1.ครูที่สอนหนังสืออ่านภาษาอังกฤษระดับมัธยมศึกษาตอนปลายควรจะตรวจดูโครงสร้างภาษาที่มีความถี่สูงในหนังสือแต่ละเล่ม ประกอบพิจารณาเลือกโครงสร้างภาษาสอนให้เมาะสม 2.ครูที่สอนนักเรียนกลุ่มเดียวกัน ควรร่วมกันตรวจดูโครงสร้างภาษาที่มีความถี่สูงในหนังสือเล่มที่นักเรียนเรียน ถ้าโครงสร้างภาษาใดมีซ้ำกันในหนังสือเหล่านั้นก็แบ่งหน้าที่กันสอน 3. ครูที่สอนไวยากรณ์ อ่าน และเขียน แก่นักเรียนกลุ่มเดียวกัน ควรเลือกโครงสร้างภาษาที่มีความถี่สูงและสอดคล้องกับไวยากรณ์ที่นักเรียนเรียนมาสอน และนำโครงสร้างภาษาเหล่านั้นมาฝึกให้นักเรียนเขียนเป็นประโยค และ/หรือ เขียนเรียงความ 4. ในการสอนโครงสร้างภาษาที่มีความถี่สูง ครูรวบรวมโครงสร้างภาษาที่อยู่ในแบบสร้างย่อยต่าง ๆ ของแบบสร้างใหญ่เดียวกันมาสอนให้หมด และสอนโครงสร้างภาษาในแบบสร้างย่อยที่มีความถี่สูงสุดก่อน 5. ควรมีการวิจัยหนังสือทั้ง 15 เล่ม ในด้านเนื้อเรื่อง ว่าสอดคล้องกับความสนใจของนักเรียนเพียงใด |
| บรรณานุกรม | : |
แพรวพรรณ นำเบญจพล . (2517). ความถี่ของโครงสร้างภาษาในหนังสืออ่านภาษาอังกฤษ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. แพรวพรรณ นำเบญจพล . 2517. "ความถี่ของโครงสร้างภาษาในหนังสืออ่านภาษาอังกฤษ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. แพรวพรรณ นำเบญจพล . "ความถี่ของโครงสร้างภาษาในหนังสืออ่านภาษาอังกฤษ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2517. Print. แพรวพรรณ นำเบญจพล . ความถี่ของโครงสร้างภาษาในหนังสืออ่านภาษาอังกฤษ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2517.
|
