| ชื่อเรื่อง | : | การคัดกรอง Streptomyces สายพันธุ์ที่มีประสิทธิภาพในการผลิตอินูลิเนสและปัจจัยที่มีผลต่อการผลิตเอนไซม์ |
| นักวิจัย | : | รุ่งตระการ จันทนพันธ์ |
| คำค้น | : | สเตรปโตมัยซิส , อินนูลิน , โพลิแซคคาไรด์ , เอนไซม์ |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ไพเราะ ปิ่นพานิชการ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิทยาศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2552 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/16594 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552 รายงานการแยก Streptomyces จากดินที่เก็บจากบริเวณที่ปลูกแก่นตะวัน กระเทียม หัวหอม กระชาย ขมิ้น ข่า และคัดกรองสายพันธุ์ที่มีประสิทธิภาพในการผลิตอินูลิเนส พบว่าจากทั้งหมด 371 สายพันธุ์ ที่แยกได้มี 19 สายพันธุ์ที่สามารถผลิตอินูลิเนสได้ในช่วง 0.11-0.49 หน่วยต่อมิลลิลิตร ในขณะที่สายพันธุ์อื่นๆผลิตอินูลิเนสได้ต่ำในช่วง 0.0004-0.10 หน่วยต่อมิลลิลิตร โดย Streptomyces sp. CP01 ที่แยกได้จากดินที่ปลูกแก่นตะวันผลิตเอนไซม์ได้สูงสุด จึงเลือกสายพันธุ์นี้มาศึกษาปัจจัยที่เหมาะสมในการเลี้ยงเชื้อ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตเอนไซม์ จากการแปรชนิดของแหล่งคาร์บอนในอาหารเลี้ยงเชื้อ ได้แก่ สารสกัดอินนูลินจากรากแก่นตะวัน อินนูลิน บริสุทธิ์จากชีคโครี (chicory) กลูโคส ซูโครส ฟรักโทส แมนนิทอล และมอลโทส พบว่าสารสกัดอินนูลินจากรากแก่นตะวัน 1.0% (ปริมาตรต่อปริมาตร) เป็นแหล่งคาร์บอนที่ดีที่สุด และเมื่อแปรชนิดของแหล่งอนินทรีย์และอินทรีย์ไนโตรเจน พบว่า 0.7% (น้ำหนักต่อปริมาตร) แบคโททริปโทนเป็นแหล่งไนโตรเจนที่เหมาะสมที่สุด นอกจากนี้ยังต้องการ Mg²⁺ และ Fe²⁺ โดยที่ความเข้มข้น 0.025% และ 0.001% (น้ำหนักต่อปริมาตร) ตามลำดับในอาหารเลี้ยงเชื้อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสร้างเอนไซม์ได้สูงสุด สำหรับภาวะเหมาะสมในการเลี้ยงเชื้อคือ บ่มที่อุณหภูมิ 28℃ ที่ค่าความเป็นกรดด่างเริ่มต้นของอาหารเลี้ยงเชื้อเท่ากับ 8.0 เป็นเวลา 24 ชั่วโมง เมื่อเลี้ยง Streptomyces sp. CP01 ภายใต้ภาวะที่เหมาะสมดังกล่าวพบว่าสามารถผลิตอินูลิเนสได้สูงถึง 1.60 หน่วยต่อมิลลิลิตร ซึ่งสูงกว่าค่าที่ได้จากขั้นตอนการคัดกรองถึง 3 เท่า เมื่อศึกษาสมบัติเบื้องต้นของอินูลิเนสพบว่าอุณหภูมิ และค่าความเป็นกรดด่างที่เหมาะสมต่อการทำงาน คือ 55℃ และ 6.0 ตามลำดับ เมื่อวิเคราะห์ความเสถียรของเอนไซม์โดยบ่มที่อุณหภูมิหรือค่าความเป็นกรดด่างต่างๆ เป็นเวลา 30 นาที แล้ววัดแอคติวิตีที่เหลือพบว่า อินูลิเนสมีความเสถียรต่ออุณหภูมิสูงถึง 55℃ และสูญเสียแอคติวิตีอย่างสมบูรณ์ที่ 75℃ และมีความเสถียรต่อค่าความเป็นกรดด่างในช่วงกว้างตั้งแต่ 5.0-9.0 จากการหาเอกลักษณ์ของเชื้อโดยวิเคราะห์ลำดับนิวคลีโอไทด์ของ 16S rDNA พบว่าใกล้เคียงกับ Streptomyces griseoruber NBRC 12873 โดยมีเปอร์เซ็นต์ความเหมือนเท่ากับ 99.34 |
| บรรณานุกรม | : |
รุ่งตระการ จันทนพันธ์ . (2552). การคัดกรอง Streptomyces สายพันธุ์ที่มีประสิทธิภาพในการผลิตอินูลิเนสและปัจจัยที่มีผลต่อการผลิตเอนไซม์.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. รุ่งตระการ จันทนพันธ์ . 2552. "การคัดกรอง Streptomyces สายพันธุ์ที่มีประสิทธิภาพในการผลิตอินูลิเนสและปัจจัยที่มีผลต่อการผลิตเอนไซม์".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. รุ่งตระการ จันทนพันธ์ . "การคัดกรอง Streptomyces สายพันธุ์ที่มีประสิทธิภาพในการผลิตอินูลิเนสและปัจจัยที่มีผลต่อการผลิตเอนไซม์."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. Print. รุ่งตระการ จันทนพันธ์ . การคัดกรอง Streptomyces สายพันธุ์ที่มีประสิทธิภาพในการผลิตอินูลิเนสและปัจจัยที่มีผลต่อการผลิตเอนไซม์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.
|
