| ชื่อเรื่อง | : | ความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจในฐานะบรรทัดฐานทางสังคมในบริบทโลกาภิวัตน์ : กรณีศึกษา นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด |
| นักวิจัย | : | เพ็ญนภา ดีชัยยะ |
| คำค้น | : | ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์การธุรกิจ , บรรษัทภิบาล , จรรยาบรรณทางธุรกิจ , โลกาภิวัตน์ , นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ศิริเชษฐ์ สังขะมาน , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2552 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/15776 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ศศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552 การวิจัยนี้เริ่มจากแนวคิดที่ว่าประชาคมโลกกำลังเผชิญกับปัญหาจากการพัฒนาที่ขาดสมดุล ซึ่งเป็นผลพวงจากการมุ่งพัฒนาในเชิงเดี่ยว ที่ให้ความสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นหลักแต่เพียงด้านเดียว โดยมุ่งหวังเพื่อให้ปัจจัยทางเศรษฐกิจเป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาด้านอื่นๆ ตามมา แต่ในความเป็นจริงกลับเกิดผลในทางตรงข้าม โลกกำลังตกอยู่ในภาวะวิกฤตทั้งทางด้านสังคม จริยธรรม รวมไปแม้แต่วิกฤตด้านสิ่งแวดล้อม โดยที่ปัจจุบันกระแสที่เริ่มชัดเจนและทวีความสำคัญของการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความคิดที่ว่า ผลสำเร็จทางธุรกิจนั้นไม่สามารถวัดจากเพียงผลประกอบการ หากองค์กรธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนนั้น จะต้องสามารถตอบสนองต่อความคาดหวังของสังคมที่มีต่อองค์กรด้วย ธุรกิจที่เอารัดเอาเปรียบสังคมก็ไม่สามารถอยู่ได้ หากได้รับการต่อต้านจากชุมชนและสังคมซึ่งเป็นผู้บริโภค ดังนั้นความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรธุรกิจ (Corporate Social Responsibility) หรือ CSR จึงเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นที่ทุกภาคส่วนต้องใส่ใจและร่วมกันสร้างบรรทัดฐาน เพื่อให้ธุรกิจและสังคมสามารถพัฒนาเติบโตไปด้วยกันได้อย่างยั่งยืน งานวิจัยนี้จึงได้ศึกษาสถานการณ์ความเคลื่อนไหวที่เป็นปัจจุบันต่อประเด็น CSR ของภาครัฐและองค์กรธุรกิจในประเทศไทย ตลอดจนความเชื่อมโยงของทั้งสองภาคส่วน รวมไปถึงศึกษาถึงความเข้าใจและการประยุกต์ใช้ CSR ขององค์กรธุรกิจไทยในบริบทโลกาภิวัตน์ ทั้งในภาพกว้างและการศึกษาเฉพาะกรณี โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณประกอบกัน และมีการเลือกกรณีศึกษา ซึ่งเลือกกรณีนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เนื่องจากเป็นกรณีที่มีความโดดเด่นในการกล่าวถึงประเด็น CSR อย่างกว้างขวาง ในช่วงเวลาที่วิจัย ผู้วิจัยจึงเชื่อว่าเป็นกรณีที่สามารถนำมาศึกษาเพื่อเป็นตัวแทนในการวิเคราะห์ อภิปราย นำไปสู่บทสรุปผลการวิจัยครั้งนี้ พบว่า CSR ในสังคมไทยเริ่มมีมานานแล้ว หากแต่เป็นในรูปแบบของการให้บริจาค การบริจาค และการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ต่างๆ ขององค์กรธุรกิจ ต่อมามีการเรียกร้องให้เห็นความสำคัญของ CSR มากกว่านั้น กล่าวคือความรับผิดชอบของธุรกิจต้องรวมไปถึงการดูแลไม่ให้กระบวนการประกอบธุรกิจ ส่งผลกระทบต่อสังคมทั้งในทุกๆ ด้าน เช่น ไม่ก่อให้เกิดปัญหาต่อสภาวะแวดล้อม ไม่มีการปฏิบัติต่อพนักงานหรือลูกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม ไม่เอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค เป็นต้น ซึ่งในระยะแรก ภาคธุรกิจยังไม่มีการตอบรับที่ชัดเจน การทำ CSR ส่วนใหญ่จะเป็นไปในรูปแบบของการสร้างภาพลักษณ์มากกว่า แต่เมื่อประชาชน ภาคประชาสังคม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคสื่อสารมวลชน เริ่มให้เห็นความสำคัญของ CSR และออกมาเคลื่อนไหวกันอย่างจริงจังและต่อเนื่องมาเป็นเวลาถึงสิบปี ประกอบกับการอยู่ในสังคมโลกาภิวัตน์ที่สังคมมีการรับรูปและเรียนรู้ เพื่อจะเตรียมพร้อมต่อประเด็นดังกล่าว ดังจะเห็นได้ชัดจากกรณีศึกษา นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ซึ่งแรงขับจากภาคส่วนต่างๆ ถือเป็นแรงกดดันทางสังคม อันเป็นผลทำให้ภาครัฐต้องหันมาให้ความสำคัญ มีความชัดเจนต่อนโยบายเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวมากขึ้น อีกทั้งภาคธุรกิจก็ต้องยอมรับว่าการทำ CSR ตามความคาดหวังของสังคมนั้นเป็นสิ่งจำเป็นยิ่ง ซึ่งนับได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญประการหนึ่งของสังคมไทย |
| บรรณานุกรม | : |
เพ็ญนภา ดีชัยยะ . (2552). ความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจในฐานะบรรทัดฐานทางสังคมในบริบทโลกาภิวัตน์ : กรณีศึกษา นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เพ็ญนภา ดีชัยยะ . 2552. "ความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจในฐานะบรรทัดฐานทางสังคมในบริบทโลกาภิวัตน์ : กรณีศึกษา นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เพ็ญนภา ดีชัยยะ . "ความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจในฐานะบรรทัดฐานทางสังคมในบริบทโลกาภิวัตน์ : กรณีศึกษา นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. Print. เพ็ญนภา ดีชัยยะ . ความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจในฐานะบรรทัดฐานทางสังคมในบริบทโลกาภิวัตน์ : กรณีศึกษา นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.
|
