ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การจัดอันดับงานวิจัยระดับมหาวิทยาลัยในภูมิภาคเอเชีย

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การจัดอันดับงานวิจัยระดับมหาวิทยาลัยในภูมิภาคเอเชีย
นักวิจัย : ณรงค์ฤทธิ์ สมบัติสมภพ
คำค้น : citations , data retrieval , Database , Research performance evaluations , university ranking , การจัดลำดับมหาวิทยาลัย , การประเมินคุณภาพผลงานวิจัย , การรวบรวมข้อมูล , การอ้างอิง , ฐานข้อมูล
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2555
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=JSG5280001 , http://research.trf.or.th/node/6200
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาถึงผลของฐานข้อมูลและวิธีการในการสืบค้นและค้นคืนข้อมูลต่อคุณภาพผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียจำนวน 33 ประเทศ ใน 3 สาขาวิชา คือ สาขา Energy, สาขา Environment และสาขา Materials ระหว่างปี ค.ศ. 2005-2009 โดยใช้ตัวชี้วัด 2 ตัว คือ จำนวนผลงานตีพิมพ์ และจำนวนครั้งที่บทความถูกอ้างอิง ในการศึกษาผลของฐานข้อมูลนั้น คณะวิจัยฯ ได้ทำการศึกษาผลของการจัดลำดับมหาวิทยาลัย โดยใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูล Web of Science (WoS) เปรียบเทียบกับฐานข้อมูล Scopus สำหรับการศึกษาผลของวิธีการสืบค้นและค้นคืนข้อมูลนั้น คณะวิจัยฯ ได้นำเสนอวิธีการสืบค้นและค้นคืนข้อมูลแบบใหม่ คือ วิธี “Keyword Based Data Retrieval” (KDR) โดยใช้ “คำสำคัญ” ซึ่งถูกกำหนดและพิจารณาโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาวิชา ในการสืบค้นและค้นคืนผลงานตีพิมพ์และจำนวนครั้งที่ถูกอ้างอิงจากฐานข้อมูล Scopus จากนั้นจึงนำมาเปรียบเทียบกับวิธีการสืบค้นและค้นคืนข้อมูลที่ใช้กันทั่วไปนั่นคือ การสืบค้นผลงานตีพิมพ์จากชื่อวารสารในแต่ละสาขาวิชา เรียกว่า วิธี “Conventional Data Retrieval” (CDR) ซึ่งในการเปรียบเทียบผลของวิธีการในการสืบค้นและค้นคืนข้อมูลนั้น คณะวิจัยฯ ได้พิจารณาเฉพาะมหาวิทยาลัยในภูมิภาคเอเชียที่มีผลงานวิจัยสูงที่สุด 60 ลำดับแรกในสาขา Environment ระหว่างปี ค.ศ. 2005-2009 ผลจากการดำเนินงานพบว่า ฐานข้อมูล ตัวชี้วัด และวิธีการสืบค้นและค้นคืนข้อมูล มีผลอย่างยิ่งต่อการจัดลำดับมหาวิทยาลัยในภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากจำนวนวารสารในฐานข้อมูลที่มีจำนวนไม่เท่ากัน และในแต่ละฐานข้อมูลมีวิธีการในการกำหนดสาขาวิชาที่แตกต่างกัน นอกจากนี้แล้วเมื่อพิจารณาในสาขาวิชาเดียวกันยังมีจำนวนวารสารที่ไม่เท่ากันในแต่ละฐานข้อมูลอีกด้วย การสืบค้นและค้นคืนข้อมูลด้วยวิธี KDR ให้จำนวนผลงานตีพิมพ์และจำนวนครั้งที่ถูกอ้างอิงสูงกว่าวิธี CDR ส่งผลให้ลำดับของมหาวิทยาลัยที่จัดโดยวิธี KDR นั้นมีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละปีที่น้อยกว่าวิธี CDR และยังพบอีกว่า การสืบค้นและค้นคืนข้อมูลด้วยวิธี KDR ให้บทความที่มีความเป็นสหสาขาวิชามากกว่าวิธี CDR ดังนั้นจึงสามารถสรุปได้ว่าวิธี KDR มีความเหมาะสมที่จะนำมาใช้ในการสืบค้นและค้นคืนข้อมูลเพื่อใช้ในการประเมินคุณภาพผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะปัจจุบันที่มหาวิทยาลัยมีการผลิตผลงานวิจัยที่มีความเป็นสหสาขาวิชามากขึ้น This work studies the effects of the choice of database and data retrieval methods on the research performance of a number of selected Asian universities from thirty-three countries using two different indicators (publication volume and citation count) and three subject fields (Energy, Environment and Materials) during the period of 2005-2009. To determine the effects of the choice of database, the ranking of the top 10 Asian universities by publication and citation in the three subject fields are compiled, using Scopus and WoS databases, and the retrieved results are then compared and discussed. For the effects of the data retrieval method, a new retrieval method called “Keyword Based Data Retrieval” (KDR) , which uses relevant keywords as identified by independent experts to retrieve publications and their citations from the entire Scopus database, is proposed and discussed in this work. The publication and citation results from the KDR method are then compared with those retrieved from the existing predefined classification of source titles within the subject fields of interest, the study focusing on the top 60 Asian universities in the Environment subject field for the period of 2005 to 2009. The results suggest that the Asian university ranking order is strongly affected by the choice of database, indicator, and the data retrieval method used, and this can be explained by the differences in content coverage, and in the way each database classifies and groups source titles into specific subject fields. It was also observed that the chosen retrieval methodology has a significant impact on the universities ranking results. The KDR method yields many more publications and citation counts than the CDR method. Also, the stability of the university ranking results from the KDR method is better. Using the KDR method, publications and citations can be found and retrieved in source titles outside those classified by the chosen database, and these publications have a multidisciplinary research focus. Hence, it can be concluded that the KDR method is a more suitable methodology to retrieve data for measuring university research performance, particularly in an environment where universities are increasingly engaging in multidisciplinary research.

บรรณานุกรม :
ณรงค์ฤทธิ์ สมบัติสมภพ . (2555). การจัดอันดับงานวิจัยระดับมหาวิทยาลัยในภูมิภาคเอเชีย.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ณรงค์ฤทธิ์ สมบัติสมภพ . 2555. "การจัดอันดับงานวิจัยระดับมหาวิทยาลัยในภูมิภาคเอเชีย".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ณรงค์ฤทธิ์ สมบัติสมภพ . "การจัดอันดับงานวิจัยระดับมหาวิทยาลัยในภูมิภาคเอเชีย."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2555. Print.
ณรงค์ฤทธิ์ สมบัติสมภพ . การจัดอันดับงานวิจัยระดับมหาวิทยาลัยในภูมิภาคเอเชีย. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2555.