| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาวิถีชีวิตชุมชนลำน้ำโพงตอนกลางเพื่อฟื้นฟูแหล่งอาหารและรายได้ |
| นักวิจัย | : | ปรีดี ศรีวะอุไร |
| คำค้น | : | ยโสธร , อาหาร |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2553 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG51E0066 , http://research.trf.or.th/node/6004 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | โครงการ การศึกษาวิถีชีวิตชุมชนลำน้ำโพงตอนกลางเพื่อฟื้นฟูแหล่งอาหารและรายได้ อ.กุดชุม จ.ยโสธร โดยนายปรีดี ศรีวะอุไร เป็นหัวหน้าโครงการ พื้นที่ดำเนินงาน 5 ชุมชน จาก 2 ตำบล ที่ได้รับประโยชน์จากลำน้ำโพง คือ บ้านโสกขุมปูน บ้านท่าลาด บ้านสันติสุข บ้านหนองผือน้อย ของตำบลนาโส่และบ้านกุดหิน ตำบลกำแมด อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร ลำน้ำโพงมีต้นกำเนิดจากเทือกเขาในเขตอำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด และอำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร โดยไหลผ่านเขตอำเภอกุดชุม อำเภอป่าติ้วอำเภอคำเขื่อนแก้ว แล้วไหลลงลำเซบาย ลำน้ำโพงมีน้ำไหลเกือบตลอดปี ในส่วนที่ไหลผ่านอำเภอกุดชุมพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์อย่างเช่นตำบลนาโส่ ตำบลกำแมด ได้ใช้เป็นแหล่งอาหารทางธรรมชาติที่สำคัญของหมู่บ้านและตำบลใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็นอาหารป่าตามธรรมชาติ เช่น เห็ด หน่อไม้ ไข่มดแดง มันแซง ผักพื้นบ้านตามฤดูกาล สมุนไพร และเป็นแหล่งจับปลาที่สำคัญของชาวบ้าน สร้างรายได้เพิ่มให้กับชาวบ้านในหมู่บ้านที่อยู่รอบๆลำน้ำโพง จึงทำให้ลำน้ำโพงเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของคนในชุมชน ชาวบ้านมีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับลำน้ำโพงมาเป็นเวลานานจนไม่อาจจะแยกวิถีชีวิตคนกับลำน้ำโพงออกได้ จนเมื่อมีการพัฒนาเข้ามาสู่ชุมชน ลำน้ำโพงก็ได้รับผลกระทบจากการขุดลอก ทำให้ต้นไม้สองฝั่งของลำน้ำโพงถูกทำลาย อาหารธรรมชาติที่อยู่ริมตลิ่งสูญหายไป ปลาลดน้อยลงไปเรื่อยๆ ปลาบางชนิดก็ได้สูญพันธุ์ไป ด้วยความผูกพันและอยากเห็นแหล่งทำมาหากินมีความสมบูรณ์เหมือนในอดีต จึงได้รวมกับชุมชนทั้ง 5 หมู่บ้านทำการศึกษา วิจัย โดยมีคำถามวิจัยว่า 1) วิถีชีวิตชุมชนมีความสัมพันธ์กับลำน้ำอย่างไร 2 ) การฟื้นฟูและอนุรักษ์ลำน้ำโพงมีวิธีการอย่างไร 3 ) แหล่งอาหารทางธรรมชาติในลำน้ำโพงมีอะไรบ้าง และมีวิธีการอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งอาหารให้ดำรงอยู่กับชุมชนได้อย่างไร และมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาวิจัย 1 ) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของวิถีชีวิตชุมชนกับลำน้ำโพงจากอดีตจนถึงปัจจุบัน 2 ) เพื่อศึกษาทรัพยากรธรรมชาติ แหล่งอาหารธรรมชาติที่มีอยู่ในลำน้ำโพงตอนกลาง 3 ) เพื่อศึกษาหาแนวทางในการฟื้นฟูและอนุรักษ์แหล่งอาหาร ทางธรรมชาติในลำน้ำโพงตอนกลางที่เหมาะสมกับชุมชน ระยะเวลาในการดำเนินงาน 1 มิถุนายน 2551ถึง 30 กันยายน 2552 รูปแบบในการศึกษาวิจัย เป็นการศึกษาข้อมูลของชุมชนในด้านวิถีการดำรงชีวิตและการใช้ประโยชน์จากลำน้ำโพง รวบรวมข้อมูลของทรัพยากรทั้งบนบกและในน้ำ ซึ่งในการศึกษาครั้งนี้ใช้วิธีการศึกษาเก็บข้อมูลด้วยการใช้แบบฟอร์ม มีการพูดคุยกับผู้รู้ในชุมชนเพื่อทราบถึงวิถีของชุมชนในอดีตมีการตรวจสอบข้อมูลผ่านเวที รวมทั้งการพูดคุยแบบไม่เป็นทางการ การเก็บข้อมูลมีทีมเยาวชนที่เป็น อาสาสมัครลงเก็บข้อมูลตามแบบฟอร์ม ส่วนทีมผู้ใหญ่ทำหน้าที่รวบรวมเพื่อนำไปสู่การวิเคราะห์ ซึ่งทำให้ได้แนวทางในการฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรในลำน้ำโพงเพื่อให้เป็นแหล่งอาหารของคนที่ยั่งยืน และที่สำคัญทางโครงการยังทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อแสวงหาภาคีร่วมมือในการที่จะทำให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย ผลที่เกิดจากการศึกษาวิจัย ชุมชนได้รับทราบข้อมูล ความสัมพันธ์ของลำน้ำโพงที่มีต่อชุมชนในอดีตและปัจจุบัน จากการเก็บข้อมูลทำให้ได้มีการถ่ายทอดจากรุ่นเก่าสู่คนรุ่นใหม่ ทำให้เยาวชนได้เห็นวิถีของชุมชนผ่านการบอกเล่าข้อมูลโดยคนในชุมชน ซึ่งก่อให้เกิดแนวทางและได้รับความมือในการดำเนินงานระหว่างเยาวชน ผู้ใหญ่ ต่อการจัดกิจกรรมเพื่อการอนุรักษ์ เห็นได้จากความร่วมแรงร่วมใจของเยาวชนจาก 5 ชุมชน ที่เป็นทั้งทีมวิจัยและอาสาสมัคร และยังสามารถเชื่อมประสานกับคนในครอบครัว หรือแม้แต่คนใกล้ชิด โดยการประชาสัมพันธ์ปากต่อปาก จนสามารถนำมาซึ่งพลังของชุมชนที่มีต่อการฟื้นฟูทรัพยากรในลำน้ำโพง และสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากมีการเก็บข้อมูล ได้นำไปสู่การวางแผนเพื่อ ปฏิบัติการฟื้นฟู มีการออกแบบร่วมกันถึงวิธีการที่จะทำให้ลำน้ำโพงฟื้นฟูสภาพเดิม หรือรักษาทรัพยากรที่มีอยู่ให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน สิ่งที่ชุมชนมองร่วมกัน คือ การสร้างจิตสำนึกให้เกิดกับคนในชุมชนให้เห็นคุณค่าของทรัพยากรของท้องถิ่น การปลูกต้นไม้ริมฝั่งโพงซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ของท้องถิ่น ทั้งไม้ยืนต้น พืชอาหาร ตลอดจนการร่วมแรงร่วมใจของชุมชนทั้ง 5 หมู่บ้านในการจัดทำเป็นเขตอนุรักษ์พันธ์สัตว์น้ำ การสร้างวังปลาเพื่อให้ปลามีที่อยู่อาศัยใช้วางไข่ ซึ่งชุมชนได้นำเอาพิธีกรรมทางศาสนาเข้ามาร่วม ด้วย โดยเชื่อว่าคนท้องถิ่นให้การเคารพเชื่อถือหลักคำสอนของศาสนา จะทำให้คนยำเกรงและไม่กล้าที่จะล่วงล้ำเข้าไปหากินในเขตอนุรักษ์ แนวทางในการฟื้นฟูลำน้ำโพงได้ก่อให้เกิดกฎระเบียบในเขตพื้นที่อนุรักษ์ โดยมีกลุ่มคนจากทั้ง 5 หมู่บ้านเข้ามาร่วมกันดูแลภายใต้ชื่อ กลุ่มรวมพลคนรักษ์ลำน้ำโพง ทำหน้าที่สอดส่องและเป็นแกนนำในการประสานกับชุมชนและหน่วยงานภายนอก ทั้งนี้จากการศึกษาวิจัยชุมชนมีแนวคิดไปในทางเดียวกันว่า งานพัฒนาจากภาครัฐที่มีมีต่อลำน้ำโพง เช่น การขุดลอก ไม่ได้ส่งผลดีต่อชุมชนเลยแต่ส่งผลเสียมากกว่า ดังนั้นการแสดงของชุมชนต่อการคัดค้านเพื่อไม่ให้มีการขุดลอก หรือหากจะทำการอันใดโดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากชุมชนจึงเป็นสิทธิของชุมชนที่ต้องแสดงออกร่วมกัน จากการศึกษาวิจัยครั้งนี้ถือว่า ชุมชนได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริงและยังทำให้ชุมชนรู้จักคิดวิเคราะห์ และวางแผนการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบมากขึ้น ที่สำคัญการที่ชุมชนได้นำข้อมูลจากการศึกษา แล้วสามารถสานต่อกับหน่วยงานในท้องถิ่นให้เข้ามามีส่วนร่วมต่อการจัดการทรัพยากรของชุมชน แสดงออกถึงพลังของชุมชนที่ สามารถสื่อถึงนโยบายเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป |
| บรรณานุกรม | : |
ปรีดี ศรีวะอุไร . (2553). การศึกษาวิถีชีวิตชุมชนลำน้ำโพงตอนกลางเพื่อฟื้นฟูแหล่งอาหารและรายได้.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ปรีดี ศรีวะอุไร . 2553. "การศึกษาวิถีชีวิตชุมชนลำน้ำโพงตอนกลางเพื่อฟื้นฟูแหล่งอาหารและรายได้".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ปรีดี ศรีวะอุไร . "การศึกษาวิถีชีวิตชุมชนลำน้ำโพงตอนกลางเพื่อฟื้นฟูแหล่งอาหารและรายได้."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2553. Print. ปรีดี ศรีวะอุไร . การศึกษาวิถีชีวิตชุมชนลำน้ำโพงตอนกลางเพื่อฟื้นฟูแหล่งอาหารและรายได้. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2553.
|
