| ชื่อเรื่อง | : | การวิจัยและพัฒนายาต้านเชื้อแบคทีเรียสูตรใหม่ สำหรับการรักษาเชื้อแบคทีเรียดื้อยา |
| นักวิจัย | : | เกรียงศักดิ์ เอื้อมเก็บ |
| คำค้น | : | ยาต้านเชื้อแบคทีเรีย , เชื้อแบคทีเรียดื้อยา |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2554 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RSA4980004 , http://research.trf.or.th/node/5388 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การดื้อต่อยาปฏิชีวนะในกลุ่มเบตาแลคแทมเป็นปัญหาของโลกในปัจจุบัน ปัจจุบันเชื้อในกลุ่มเอนเทอโรแบคเตอร์ โคลเอเซ และอีโคไล โดยปกติจะดื้อต่อยาปฏิชีวนะหลายชนิดและเป็นอันตรายต่อสุขภาพสำหรับผู้ป่วยที่นอนในโรงพยาบาลและบุคคลากรที่ให้การรักษา ฉนั้นการค้นหายาปฏิชีวนะใหม่ๆและสารประกอบที่สามารถยับยั้งการดื้อยาปฏิชีวนะในกลุ่มเบตาแลคแทมจึงเป็นเป้าหมายที่สำคัญและเร่งด่วนที่ต้องรีบดำเนินการ การศึกษาวิจัยครั้งนี้เราได้ทดสอบฤทธิ์ในการเป็นสารปฏิชีวนะของสารฟลาโวนอยด์ที่เกิดขึ้นในพืชที่มีในธรรมชาติ ค่าความเข้มข้นต่ำสุดที่สามารถยับยั้งเชื้ออีโคไลดีเอ็มเอสที 20662 ของอะมอกซีซิลลิน กาแลนจิน ลูทีโอลิน และเอพิเจนิน เท่ากับ >1,000, 500, 200และ 150 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ตามลำดับ ค่าความเข้มข้นต่ำสุดที่สามารถยับยั้งเชื้อเอนเทอโรแบคเตอร์โคลเอเซ ดีเอ็มเอสที 21394 ของเซพตาซีดีม และเอพิเจนิน เท่ากับ 100, และ 180 ไมโครกรัม/มิลลิลิตรตามลำดับ ผลจากการทดสอบเชคเกอร์บอร์ด แสดงให้เห็นว่า ค่าความเข้มข้นต่ำสุดที่สามารถยับยั้งเชื้ออีโคไล ดีเอ็มเอสที 20662 ของยาผสมกับฟลาโวนอยด์ ลดลงได้แก่ อะมอกซีซิลลิน 30 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ผสมกับกาแลนจิน 100 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร, อะมอกซีซิลลิน 30 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ผสม กับลูทีโอลิน 90 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร และ อะมอกซีซิลลิน 30 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ผสมกับเอพิเจนิน 90 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ยิ่งไปกว่านั้นค่าความเข้มข้นต่ำสุดที่สามารถยับยั้งเชื้อเอนเทอโรแบคเตอร์โคลเอเซ ดีเอ็มเอสที 21394 ของเซพตาซีดีม ผสมกับเอพิเจนิน ลดลงเป็น 20 และ 10 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ตามลำดับ ผลการนับเชื้อที่ยังรอดชีวิตจากกราฟการเจริญเติบโตของเชื้อพบว่า กราฟการเจริญของเชื้อ อีโคไล ดีเอ็มเอสที 20662 ถูกยับยั้งการเจริญเมื่อใส่สารผสมระหว่างอะมอกซีซิลลิน 20 ไมโครกรัม/มิลลิลิตรและกาแลนจิน 100 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร, ลูทีโอลิน 90 ไมโครกรัม/มิลลิลิตรและเอพิเจนิน 90 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร กราฟการเจริญเติบโตของเอนเทอโรแบคเตอร์ โคลเอเซ ดีเอ็มเอสที 21394 ก็ถูกยับยั้งให้อยู่ในระดับต่ำสุดในช่วงตั้งแต่ 6 ชั่วโมงเป็นต้นไป เมื่อได้รับสารผสมระหว่างเซฟตาซิดีม 20 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร กับลูทีโอลินหรือเอพิเจนิน 10 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร นอกจากนั้นแล้วผลการวิจัยจากกล้องจุลทรรศน์อิเลคตรอนยังพบว่า สารผสมของเซฟตาซิดีม 10 ไมโครกรัม/มิลลิลิตรกับลูทีโอลินหรือเอพิเจนิน 10 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ทำให้รูปลักษณะทางสัณฐานของเชื้อเอนเทอโรแบคเตอร์ โคลเอเซ ดีเอ็มเอสที 21394 ถูกทำให้เสียหายอย่างมาก ภาพจากกล้องจุลทรรศน์เลคตรอนของเชื้อ อีโคไล ดีเอ็มเอสที 20662 เมื่อได้รับยา ระหว่างอะมอกซีซิลลิน 10 ไมโครกรัม/มิลลิลิตรและเอพิเจนิน 20 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ทำให้เซลล์ได้รับความเสียหายอย่างมาก รวมถึงการแยกออกของเยื่อหุ้มเซลล์ชั้นนอกด้วย ซึ่งอาจจะเนื่องมาจากการที่เปบทิโดไกลแคนที่บริเวณเยื่อหุ้มเซลล์ชั้นนอกได้รับความเสียหาย บางเซลล์ของแบคทีเรียสูญเสียไรโบโซมไปจากไซโทพลาสซึม เซลล์ของแบคทีเรียจำนวนมากมีขนาดยาวกว่ากลุ่มควบคุม เมื่อทำการสกัดโปรตีนจากเยื่อหุ้มเซลล์ชั้นนอกของเชื้อ อีโคไลดีเอ็มเอสที 20662 ภายหลังได้รับยาอะมอกซีซิลลิน 10 ไมโครกรัม/มิลลิลิตรผสมกับเอพิเจนิน 20 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร และนำไปทดสอบกับเจล อีเลคโทรโฟเรซิส พบว่าแบนที่เกิดขึ้น มีความแตกต่างจากเซลล์ที่ไม่ได้รับยา โดยแบนของโปรตีนที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูงได้หายไป และปรากฎแบนที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำมาแทนที่ ซึ่งแบนที่เกิดขึ้นคล้ายกับที่ได้รับยาอะมอกซีซิลลินหรือเอพิเจนินเดี่ยวๆ การเสริมฤทธิ์กันของอะมอกซีซิลลินและเอพิเจนินนี้ ทำให้จำนวนเซลล์ของเชื้อลดลงและจำนวนโปรตีนจากเยื่อหุ้มเซลล์ชั้นนอกของเชื้อก็ลดลงด้วย โดยเฉพาะโปรตีนที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูงๆ ถูกสลายกลายเป็นน้ำหนักโมเลกุลต่ำ การวิเคราะห์ทางเอนไซม์พบว่า กาแลนจินามารถยับยั้งเบตาแลคแทมเมสจากเชื้อแบซิลลัส ซีเรียส ได้ ในขณะที่เทคโทไคลซินและ 6-คลอโร-7-เมททิลฟลาโวนแสดงการยับยั้งเพนนิซิลลินเนส ไทป์4 จากเชื้อเอนเทอโรแบคเตอร์ โคลเอเซ ได้มากกว่า เอพิเจนินสามารถแสดงการยับยั้งได้ดี ผลจากการทดลองนี้บ่งชี้ว่า ฟลาโวนอยด์นอกจากจะยับยั้งที่บริเวณโครงสร้างของเซลล์และการแบ่งตัวของเซลล์แล้ว ยังยับยั้งการทำงานของเอนไซม์เบตาแลคแทมเมสด้วย ผลจากการทดสอบการผ่านเข้าออกของเยื่อหุ้มชั้นนอกต่อเชื่ออีโคไล ดีเอ็มเอสที 20662 ภายหลังได้รับยาอะมอกซีซิลลิน 10 ไมโครกรัม/มิลลิลิตรและเอพิเจนิน 20 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ทั้งเดี่ยวๆและผสมพบว่า สารผสมมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการผ่านเข้าออกมากกว่าเมื่อใช้สารเดี่ยวๆ ผลจากการทดสอบการผ่านเข้าออกของเยื่อหุ้มไซโทพลาสซึมต่อเชื่ออีโคไล ดีเอ็มเอสที 20662 ภายหลังได้รับยาอะมอกซีซิลลิน 10 ไมโครกรัม/มิลลิลิตรและเอพิเจนิน 20 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ทั้งเดี่ยวๆและผสมพบว่า ไม่มีผลต่อการ ผ่านเข้าออกของเยื่อหุ้มไซโทพลาสซึม จากการศึกษานี้ สามารถสรุปได้ว่า กาแลนจิน ลูทีโอลิน และ เอพิเจนิน มีศักยภาพที่จะยับยั้งเชื้อเชื่ออีโคไล ดีเอ็มเอสที 20662 ที่ดื้อต่อยาอะมอกซีซิลลินเมื่อให้ผมกับยานี้ ในทำนองเดียวกันเชื้อเอนเทอโรแบคเตอร์ โคลเอเซ ดีเอ็มเอสที 21394 ก็ถูกยับยั้งได้ดีจากการเสริมฤทธิ์กันของสารผสมระหว่างเซฟตาซิดีม กับลูทีโอลินหรือเอพิเจนิน เมื่อดูถึงความปลอดภัยในการในการบริโภคพืชที่มีสารฟลาโวนอยด์ต่างๆเหล่านี้อยู่แล้ว สารฟลาโวนอยด์เหล่านี้น่าจะได้รับการวิจัยและพัฒนามาผสมกับยาในกลุ่มเบตาแลคแทมในการยับยั้งเชื้อที่ดื้อยาและคุกคามชีวิตมนุษย์อยู่ในขณะนี้ |
| บรรณานุกรม | : |
เกรียงศักดิ์ เอื้อมเก็บ . (2554). การวิจัยและพัฒนายาต้านเชื้อแบคทีเรียสูตรใหม่ สำหรับการรักษาเชื้อแบคทีเรียดื้อยา.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. เกรียงศักดิ์ เอื้อมเก็บ . 2554. "การวิจัยและพัฒนายาต้านเชื้อแบคทีเรียสูตรใหม่ สำหรับการรักษาเชื้อแบคทีเรียดื้อยา".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. เกรียงศักดิ์ เอื้อมเก็บ . "การวิจัยและพัฒนายาต้านเชื้อแบคทีเรียสูตรใหม่ สำหรับการรักษาเชื้อแบคทีเรียดื้อยา."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2554. Print. เกรียงศักดิ์ เอื้อมเก็บ . การวิจัยและพัฒนายาต้านเชื้อแบคทีเรียสูตรใหม่ สำหรับการรักษาเชื้อแบคทีเรียดื้อยา. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2554.
|
