ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การประยุกต์ใช้คลื่นอัลตราโซนิกส์ในการทดสอบการก่อตัวและทำนายค่ากำลังอัดของคอนกรีต

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การประยุกต์ใช้คลื่นอัลตราโซนิกส์ในการทดสอบการก่อตัวและทำนายค่ากำลังอัดของคอนกรีต
นักวิจัย : ปิติ สุคนธสุขกุล
คำค้น : การก่อตัว , กำลังอัด , คอนกรีต , อัลตราโซนิกส์
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2555
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5350004 , http://research.trf.or.th/node/5265
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้เป็นการทดสอบกระบวนการก่อตัวของคอนกรีตด้วยคลื่นอัลตราโซนิกส์ ตัวแปรที่ต้องการศึกษาประกอบไปด้วย สัดส่วนน้าต่อปูนซีเมนต์, อุณหภูมิระหว่างกระบวนการก่อตัว, สัดส่วนทรายต่อหินโดยน้าหนัก และขนาดใหญ่สุดของมวลรวมหยาบ ผลการทดลองพบว่า รูปแบบการเปลี่ยนอัตราเร็วคลื่นของคอนกรีตขณะก่อตัวสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ช่วง ช่วงที่ 1 ถือว่าเป็นช่วงสงบนิ่งคอนกรีตอยู่ในสภาวะเหลว อัตราเร็วคลื่นไม่มีการเปลี่ยนแปลงมาก ทั้งนี้เนื่องปฏิกิริยาไฮเดรชัน ที่ยังต่าอยู่ ช่วงที่ 2 เป็นช่วงของการก่อตัว มีการเปลี่ยนแปลงอัตราเร็วคลื่นอย่างรวดเร็วเนื่องจาก ปฎิกิริยาไฮเดรชันที่สูง (โดยถือว่าจุดต่อเปลี่ยนความชันระหว่างช่วงที่ 1 ช่วงที่ 2 เป็นตาแหน่งของการเกิดการก่อตัวตั้งต้น) และช่วงที่ 3 เป็นช่วงที่คอนกรีตเข้าสู่สภาวะแข็งตัวแล้ว การเปลี่ยนแปลงอัตราเร็วคลื่นอัลตราโซนิกส์ช้าลงจนถึงหยุดนิ่ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าปฏิกิริยาไฮเดรชั่นได้ชะลอตัวลงอย่างมาก ผลการทดสอบ พบว่าตัวแปรที่นามาศึกษาส่งผลกระทบต่อกราฟความสัมพันธ์ระหว่างอัตราเร็วคลื่นและเวลาในช่วงต่างๆแตกต่างกันออกไป ในกรณีของสัดส่วนน้าต่อซีเมนต์พบว่าคอนกรีตที่มีค่าสัดส่วนน้าต่อซีเมนต์ต่าจะจุดเปลี่ยนความชันระหว่างช่วงที่และ 2 เร็วกว่า (เวลาก่อตัวตั้งต้นที่เร็วกว่า) และมีอัตราการเปลี่ยนแปลงความเร็วคลื่นในช่วงที่ 2 ที่สูงกว่าคอนกรีตที่มีค่าสัดส่วนน้าต่อซีเมนต์สูง ในกรณีของอุณหภูมิพบว่าอุณหภูมิที่ต่าจะทาให้คอนกรีตมีค่าเวลาก่อตัวตั้งต้นที่ช้าลง รวมถึงมีอัตราการเปลี่ยนแปลงความเร็วคลื่นที่ต่ากว่า ในกรณีของสัดส่วนหินต่อทรายและขนาดใหญ่สุดของมวลรวมหยาบนั้น พบว่าทั้งสองตัวแปรไม่มีผลต่อค่าเวลาก่อตัวตั้งต้นและค่าอัตราเปลี่ยนแปลงความเร็วคลื่น แต่มีผลต่อค่าอัตราเร็วคลื่นสุดท้าย ที่ 24 ชม โดยพบว่าคอนกรีตที่มีขนาดของมวลรวมเล็ก จะให้ค่าอัตราเร็วคลื่นสุดท้ายที่สูงกว่าคอนกรีตที่มีขนาดของมวลรวมใหญ่ ซึ่งนอกจากนั้น ในงานวิจัยนี้ยังได้ทาการทดสอบกาลังอัดของคอนกรีต เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างอัตราการเปลี่ยนแปลงความเร็วคลื่นในช่วงที่ 2 กับค่ากาลังอัดของคอนกรีตที่ 28 วัน จากผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่าในกรณีของคอนกรีตธรรมดาที่ใช้ในการทดสอบนี้ (ไม่มีการผสมปอซโซลาน หรือสารผสมเพิ่มใดๆ) ค่ากาลังอัดที่ 28 วัน มีค่าแปรผันตามค่าอัตราการเปลี่ยนแปลงความเร็วคลื่นในช่วงที่ 2 และอัตราเร็วคลื่นที่ 24 ชั่วโมง

บรรณานุกรม :
ปิติ สุคนธสุขกุล . (2555). การประยุกต์ใช้คลื่นอัลตราโซนิกส์ในการทดสอบการก่อตัวและทำนายค่ากำลังอัดของคอนกรีต.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ปิติ สุคนธสุขกุล . 2555. "การประยุกต์ใช้คลื่นอัลตราโซนิกส์ในการทดสอบการก่อตัวและทำนายค่ากำลังอัดของคอนกรีต".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ปิติ สุคนธสุขกุล . "การประยุกต์ใช้คลื่นอัลตราโซนิกส์ในการทดสอบการก่อตัวและทำนายค่ากำลังอัดของคอนกรีต."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2555. Print.
ปิติ สุคนธสุขกุล . การประยุกต์ใช้คลื่นอัลตราโซนิกส์ในการทดสอบการก่อตัวและทำนายค่ากำลังอัดของคอนกรีต. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2555.