| ชื่อเรื่อง | : | นวัตกรรมเครือข่ายโรงเรียนเพื่อค้นหาและพัฒนารูปแบบบูรณาการ การจัดการเรียนการสอนตามศักยภาพของบุคคล |
| นักวิจัย | : | โกวิท บุญเฉลียว |
| คำค้น | : | การเรียนการสอน , นวัตกรรม , ศักยภาพของบุคคล , อุบลราชธานี , เครือข่ายโรงเรียน , โรงเรียน |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2554 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5240003 , http://research.trf.or.th/node/5220 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยและพัฒนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาสภาพการณ์ และปัจจัยเงื่อนไขในการจัดการเรียนการสอน 2) เพื่อศึกษาการบริหารหลักสูตรสถานศึกษา 3) เพื่อศึกษาและพัฒนารูปแบบการบูรณาการการเรียนการสอนตามศักยภาพของบุคคล 4) เพื่อศึกษาการใช้ทรัพยากรร่วมกันของโรงเรียนในเครือข่าย ฯ กลุ่มตัวอย่างประชากร ได้แก่ นักวิจัยหลัก คือผู้บริหารโรงเรียนในพื้นที่ จำนวน 5 คน ผู้ช่วยนักวิจัยได้แก่ครูผู้สอนช่วงชั้นที่ 1 ใน กลุ่มเครือข่ายทั้ง 5 โรงเรียน นักเรียนชั้น ป. 1 – 3 ในโรงเรียนพื้นที่วิจัยทั้ง 5 โรงเรียน นอกจากนี้ยังมีคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและผู้นำชุมชน ผู้ปกครองนักเรียน การวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จาก แบบสัมภาษณ์ การร่วมปฏิบัติงานในพื้นที่ การสังเกต การประชุมกลุ่มและการสนทนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันของทีมนักวิจัยกับนักเรียน ชุมชนตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยพิจารณาจัดกลุ่มข้อมูลที่เป็นคำพูดของผู้ให้ข้อมูล กำหนดชื่อ/ประเด็น และเขียนรายงานแบบบรรยาย การดำเนินงานผ่านกิจกรรมทั้งหมด 27 กิจกรรม ผลการวิจัย 1. การศึกษาสภาพปัจจัยเงื่อนไขในการจัดการเรียนการสอนผ่านกิจกรรมทั้ง 6 กิจกรรมพบว่าโรงเรียนเครือข่ายการวิจัยทั้ง 5 พื้นที่ มีปัจจัยที่เอื้อต่อการจัดการศึกษามากที่สุดมาจากผู้บริหารโรงเรียนทั้ง 5 พื้นที่ ที่มีความมุ่งมั่นในการที่จะปฏิรูปการศึกษาในส่วนของการปฏิรูปการเรียนการสอนให้บรรลุผลครูผู้สอนซึ่งเป็นผู้ช่วยนักวิจัย ในทุกพื้นที่ให้ความเชื่อถือ เชื่อมั่นว่าการทำวิจัยครั้งนี้ จะทำให้พบรูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับสภาพของโรงเรียนได้ ส่วนครูทั้ง 5 พื้นที่ มีทั้งจุดอ่อนและจุดแข็งคละกันไป จุดแข็งจะเป็นความตั้งใจ ความมุ่งมั่น ความรัก ความสามัคคีกันซึ่งเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการศึกษาให้ก้าวไปสู่เป้าหมายที่กำหนดได้ ปัจจัยด้านผู้เรียน ส่วนใหญ่จะมีปัญหาด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์และภาษาไทย เป็นจุดอ่อนที่สำคัญในทุกพื้นที่ ซึ่งการทำวิจัยครั้งนี้น่าจะแก้ปัญหาในจุดนี้ได้ ปัจจัยด้านอุปสรรค ความร่วมมือขององค์กรปกครองท้องถิ่นในพื้นที่ของโรงเรียนมีน้อย แต่ไม่ใช่อุปสรรคขัดขวางการทำงาน ถ้าโรงเรียนปรับวิธีการทำงานใหม่ให้ประสานสัมพันธ์กับหน่วยงานหรือองค์กรต่าง ๆ ในพื้นที่ให้มากขึ้นปัจจัยด้านนี้น่าจะดีขึ้น ปัจจัยด้านโอกาส ทุกโรงเรียนในกลุ่มเครือข่าย ต่างได้รับโอกาสหรือการสนับสนุนจากหน่วยงานต้นสังกัดเป็นอย่างดี ซึ่งโอกาสนี้ทำให้ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากหน่วยงานต้นสังกัดมากขึ้นด้วย นอกจากนี้ทุกโรงเรียนยังได้รับการสนับสนุนจากชุมชนเป็นอย่างดี 2. การบริหารหลักสูตรสถานศึกษาพบว่า ครูมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของหลักสูตรและการนำหลักสูตรไปใช้มากขึ้น ทำให้เกิดความตระหนักในการที่จะทำการสอน รู้จักออกแบบการเรียนรู้ มีการวางแผนจัดการเรียนรู้ร่วมกันทั้งโรงเรียน ในส่วนของการพัฒนารูปแบบการสอนพบว่า มีการจัดการเรียนการสอนมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งการจัดกลุ่มตามศักยภาพ การสอนคละชั้น การสอนบูรณาการ ทำให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างมีชีวิตชีวา ครูมีความสุขในการสอน นักเรียนได้เรียนรู้อย่างมีความสุขได้เรียนตามศักยภาพ รู้จักแสวงหาความรู้มากขึ้น ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมทั้งด้านการสอนและการสนับสนุนทรัพยากรอื่น ๆ การประเมินผลการดำเนินงาน ของแต่ละพื้นที่อยู่ในระดับที่น่าพอใจมาก 3. การค้นหาและพัฒนารูปแบบการบูรณาการการจัดการเรียนการสอนตามศักยภาพของบุคคล 3.1 รูปแบบการสอนภาคเช้าทุกพื้นที่จัดกลุ่มนักเรียนเป็นกลุ่มศักยภาพ ตามสภาพของโรงเรียนจัดได้เป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มโรงเรียนขนาดใหญ่ มีโรงเรียนบ้านคูเมือง(อ่อนอนุเคราะห์) โรงเรียนบ้านนาจานและโรงเรียนบ้านผึ้ง (มธุลีห์ประชาสรรค์) จะแบ่งเด็กเป็น 6 – 7 กลุ่ม เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพการเรียนรู้ได้เร็ว ช้า ต่างกัน กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มโรงเรียนขนาดเล็ก มีโรงเรียนบ้านหนองหวายและโรงเรียนวัดบ้านค้อหวาง จะจัดกลุ่มเด็กเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มเรียนเก่ง กลุ่มปานกลาง กลุ่มต้องพัฒนาพิเศษ ทุกพื้นที่จะสอนวิชาภาษาไทยและคณิตศาสตร์เป็นหลัก มีวิชาอื่นเสริมบ้าง แล้วแต่โรงเรียน 3.2 รูปแบบการสอนภาคบ่าย จะจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการ เป็นการบูรณาการระหว่างวิชา ซึ่งมีรูปแบบแตกต่างกันบ้าง หากจัดรูปแบบตามที่ พิมพันธ์ เดชะคุปต์ กล่าวถึง รูปแบบของการบูรณาการ(Model of integration) มี 4 รูปแบบ คือ 1) การบูรณาการแบบสอดแทรก เป็นการสอนในลักษณะที่ครูผู้สอนในวิชาหนึ่งสอดแทรกเนื้อหาวิชาอื่น ๆ ในการสอนของตน รูปแบบนี้ใช้ในโรงเรียนวัดบ้านค้อหวาง 2) การสอนบูรณาการแบบคู่ขนาน เป็นการสอนโดยครูตั้งแต่สองคนขึ้นไปวางแผนการสอน ร่วมกันโดยมุ่งสอนหัวเรื่องหรือความคิดรวบยอดหรือปัญหาเดียวกันแต่สอนต่างวิชาและต่างคนต่างสอน รูปแบบนี้ไม่ปรากฏว่ามีพื้นที่ใดนำไปใช้ 3) การสอนแบบบูรณาการแบบสหวิทยาการ เป็นการสอนลักษณะเดียวกับการสอนบูรณาการ แบบคู่ขนาน แต่มีการมอบหมายงานหรือโครงงานร่วมกัน มีใช้ในทุกพื้นที่ ใช้สอนบางวิชาที่ให้เด็กทำโครงงานร่วมกัน 4) การสอนบูรณาการแบบข้ามวิชา หรือสอนเป็นคณะ เป็นการสอนที่ครูผู้สอนวิชาต่าง ๆ ร่วมกันสอนเป็นคณะ หรือเป็นทีม มีการวางแผน ปรึกษาหารือร่วมกัน โดยกำหนดหัวเรื่องความคิดรวบยอด หรือปัญหาร่วมกัน แล้วร่วมกันสอนนักเรียนกลุ่มเดียวกัน รูปแบบนี้ใช้สอนกันทุกโรงเรียน โรงเรียนบ้านคูเมือง(อ่อนอนุเคราะห์) กับโรงเรียนบ้านผึ้ง (มธุลีห์ประชาสรรค์)จะนำเด็ก ป.1- 3มาคละกัน จัดกลุ่มสอนกลุ่มละ 20 – 25 คน โรงเรียนบ้านนาจานสอนแบบบูรณาการแต่จัดสอนเป็นรายชั้น โรงเรียนบ้านหนองหวายสอนบูรณาการคละชั้นแบบชั้นคู่ คือ ป. 1 คู่กับ ป. 2 ป. 3 คู่กับ ป. 4 และป. 5 คู่กับ ป.6 สรุปภาคบ่ายทุกพื้นที่จะสอนรูปแบบบูรณาการ 2 แบบ คือ รูปแบบการบูรณาการแบบสอดแทรกใช้ในโรงเรียนวัดบ้านค้อหวาง รูปแบบบูรณาการแบบข้ามวิชา หรือสอนเป็นคณะ ใช้ในอีก 4 พื้นที่ส่วนรูปแบบบูรณาการแบบสหวิทยาการ จะใช้กันทุกพื้นที่แต่ทำในลักษณะการมอบหมายให้เด็กทำโครงงานร่วมกัน 4. การใช้ทรัพยากรร่วมกันของโรงเรียนเครือข่าย วัตถุประสงค์ของการทำวิจัยข้อนี้ ต้องการศึกษาการใช้ทรัพยากรร่วมกันของโรงเรียนเครือข่าย ถึงแม้จะมีแผนการใช้ทรัพยากรร่วมกันทั้งด้านบุคลากร งบประมาณ และวัสดุอุปกรณ์ แต่ก็มีข้อจำกัดหลายด้าน โดยเฉพาะพื้นที่ของโรงเรียนที่อยู่ห่างไกลกัน สิ่งที่ดำเนินการได้ผลดีที่สุด จะเป็นด้านวัสดุอุปกรณ์ ที่สามารถนำมาใช้สอนร่วมกัน เช่นสื่อการสอน ครุภัณฑ์งานช่าง เป็นต้น ส่วนทรัพยากรด้านอื่น ๆ เช่นทรัพยากรบุคคล จะเป็นในรูปแบบของการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร เทคนิควิธีการสอน การเป็นวิทยากรให้แก่โรงเรียนเครือข่าย การจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน |
| บรรณานุกรม | : |
โกวิท บุญเฉลียว . (2554). นวัตกรรมเครือข่ายโรงเรียนเพื่อค้นหาและพัฒนารูปแบบบูรณาการ การจัดการเรียนการสอนตามศักยภาพของบุคคล.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. โกวิท บุญเฉลียว . 2554. "นวัตกรรมเครือข่ายโรงเรียนเพื่อค้นหาและพัฒนารูปแบบบูรณาการ การจัดการเรียนการสอนตามศักยภาพของบุคคล".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. โกวิท บุญเฉลียว . "นวัตกรรมเครือข่ายโรงเรียนเพื่อค้นหาและพัฒนารูปแบบบูรณาการ การจัดการเรียนการสอนตามศักยภาพของบุคคล."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2554. Print. โกวิท บุญเฉลียว . นวัตกรรมเครือข่ายโรงเรียนเพื่อค้นหาและพัฒนารูปแบบบูรณาการ การจัดการเรียนการสอนตามศักยภาพของบุคคล. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2554.
|
