| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาเปรียบเทียบวิธีการหากรดอะมิโนย่อยได้สิ้นสุดที่ปลายลำไส้เล็กของสุกรด้วยวิธีการศึกษาในตัวสัตว์ และการศึกษาในห้องปฏิบัติการ |
| นักวิจัย | : | เทอดชัย เวียรศิลป์ |
| คำค้น | : | Amino acid , Feedstuffs , Ileal digestibility , In vitro digestibility , Pigs , กรดอะมิโน , การย่อยได้สิ้นสุดที่ปลายลำไส้เล็ก , การย่อยได้ในห้องปฏิบัติการ , วัตถุดิบอาหารสัตว์ , สุกร |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2552 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=TRG4580027 , http://research.trf.or.th/node/4612 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วัตถุประสงค์ของการศึกษาคือ (1) เพื่อศึกษาวิธีการที่เหมาะสมที่สุดในการหาการย่อยได้กรดอะมิโน ที่สุดปลายลำไส้เล็กของสุกร โดยใช้เทคนิคการผ่าตัดสอดท่อเก็บตัวอย่างอาหาร และ (2) เปรียบเทียบการวัด การย่อยได้ในตัวสัตว์ กับการวัดในห้องปฏิบัติการ(นอกตัวสัตว์)โดยใช้น้ำย่อยจากส่วนของลำไส้เล็กของสุกร การประเมินหาวิธีที่ดีที่สุด พิจารณาจากประสิทธิภาพการผลิต และการย่อยได้ของอาหารและวัตถุดิบอาหาร สัตว์ ได้แก่ อาหารผสมปลายข้าว-กากถั่วเหลือง ข้าวโพด-กากถั่วเหลือง อาหารกึ่งบริสุทธิ์แป้งมันสำปะหลัง- กากถั่วเหลือง แป้งมันสำปะหลัง-กากทานตะวัน-กากถั่วเหลือง และวัตถุดิบ ได้แก่ ปลายข้าว ข้าวโพด กาก ถั่วเหลือง และกากทานตะวัน ผลการทดลองพบว่าการผ่าตัดสอดท่อรูปตัวที ยังคงเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับใช้ศึกษาการย่อย ได้ของโภชนะที่สุดปลายลำไส้เล็กของสุกร โดยที่ไม่ส่งผลต่อสมรรถภาพการผลิตของสุกร การศึกษายังพบว่า เปอร์เซ็นต์การย่อยได้ของวัตถุแห้ง โปรตีน และกรดอะมิโนเกือบทุกตัว ที่วัดทั้งแบบปรากฏและแบบการย่อย ได้ที่แท้จริงนั้น ค่าวัดได้ที่สุดปลายลำไส้เล็กของสุกร มีแนวโน้มต่ำกว่า และบางค่าต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับการวัดการย่อยได้ทั้งระบบทางเดินอาหาร ทั้งนี้ยกเว้นไลซีนเท่านั้นที่มีค่ามากกว่าแต่อย่างไม่มี นัยสำคัญทางสถิติ โดยเฉพาะในวัตถุดิบที่มีข้าวโพด และกากทานตะวัน แต่ค่าความแตกต่างดังกล่าวยิ่ง เด่นชัดในอาหารที่มีกากทานตะวันเป็นส่วนผสมอยู่ ทั้งนี้อาจเนื่องมาจาก เยื่อใยปริมาณมากที่อยู่ในกาก ทานตะวัน เป็นแหล่งพลังงานในกระบวนการหมักย่อยของจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหารส่วนปลาย ทำให้มี การสังเคราะห์โปรตีนจุลินทรีย์ ที่มีไลซีนเป็นองค์ประกอบอยู่มาก ดังนั้นการวัดค่าการย่อยได้ ที่สุดปลาย ลำไส้เล็กจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะกับวัตถุดิบที่มีองค์ประกอบของเยื่อใยในปริมาณมาก นอกจากนี้ผล การศึกษายังพบอีกว่าค่าเฉลี่ยของการย่อยได้แบบปรากฏ และค่าการย่อยได้ที่แท้จริง ของวัตถุแห้ง และ กรดอะมิโน ที่ตรวจวัดในตัวสัตว์ สูงกว่าค่าที่ตรวจวัดในห้องปฏิบัติการ ยกเว้นค่าการย่อยได้ของโปรตีน ที่ค่า ส่วนใหญ่ที่วัดโดยตรงในตัวสัตว์จะมีค่าต่ำกว่า ผลการวิเคราะห์ค่าสหสัมพันธ์ของสมการถดถอยสามารถสรุป ได้ว่า ค่าการย่อยได้ที่วัดในห้องปฏิบัติการสามารถนำมาทำนายการย่อยโปรตีน และกรดอะมิโน ไลซีน ที่ เกิดจริงในตัวสัตว์ได้ใกล้เคียงที่สุด The objectives of the study were: (1) to find the suitable method for ileal amino acid digestibility using the cannulation technique, and (2) to compare between in vivo and in vitro digestibility using intestinal fluid from pigs. The best method was assessed using the pig performances and digestibility with three groups of diets and feedstuffs as the following: (a) individual feedstuffs including Cn (corn), Br (broken rice), SBM (soybean meal) and SFM (sunflower meal), (b) complete diets including Br-SMB and Cn-SBM, and (c) semi-purified diets including Cs (cassava starch)-SBM and Cs-SBM-SFM. It was found that the simple T-shaped ileal cannulation was the most appropriate technique for ileal digestibility study since there was no effect on productive performances of the pigs. Both apparent and true ileal digestibilities of dry matter, protein, and most of amino acids had either significantly lower or tended to be lower than apparent and true total tract digestibility. Only apparent and true ileal digestibilities of lysine tended to be higher than total tract digestibility, especially in Cn and SFM. The percentages of differences were quite large between ileal and total tract digestibilities of lysine in SFM. This might be due to the fact that high fiber content in SFM could serve as energy source for microbial fermentation in the high gut and it was changed to microbial protein which comprised high lysine content. Therefore for high fiber feedstuffs, the ileal digestibility value was necessary for diet formulation. The apparent and true digestibilities of dry matter and amino acids were found higher in vivo than in vitro except for protein digestibility. Statistically, there was relatively high coefficient value of regression equation between true in vivo and in vitro digestibilities of protein and lysine. Thus protein and lysine in vitro digestibilities can be used for the prediction of in vivo digestibilities. |
| บรรณานุกรม | : |
เทอดชัย เวียรศิลป์ . (2552). การศึกษาเปรียบเทียบวิธีการหากรดอะมิโนย่อยได้สิ้นสุดที่ปลายลำไส้เล็กของสุกรด้วยวิธีการศึกษาในตัวสัตว์ และการศึกษาในห้องปฏิบัติการ.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. เทอดชัย เวียรศิลป์ . 2552. "การศึกษาเปรียบเทียบวิธีการหากรดอะมิโนย่อยได้สิ้นสุดที่ปลายลำไส้เล็กของสุกรด้วยวิธีการศึกษาในตัวสัตว์ และการศึกษาในห้องปฏิบัติการ".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. เทอดชัย เวียรศิลป์ . "การศึกษาเปรียบเทียบวิธีการหากรดอะมิโนย่อยได้สิ้นสุดที่ปลายลำไส้เล็กของสุกรด้วยวิธีการศึกษาในตัวสัตว์ และการศึกษาในห้องปฏิบัติการ."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2552. Print. เทอดชัย เวียรศิลป์ . การศึกษาเปรียบเทียบวิธีการหากรดอะมิโนย่อยได้สิ้นสุดที่ปลายลำไส้เล็กของสุกรด้วยวิธีการศึกษาในตัวสัตว์ และการศึกษาในห้องปฏิบัติการ. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2552.
|
