| ชื่อเรื่อง | : | ผลของขมิ้นชันในการเป็นสารต้านการอักเสบ สารต้านการติดเชื้อในหนูที่มีการติดเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพลอไร และสารต้านมะเร็งในหนูนูดไมส์ที่ได้รับการปลูกถ่ายเซลล์มะเร็งตับ |
| นักวิจัย | : | ดวงพร ทองงาม |
| คำค้น | : | anti-cancer , anti-infection , anti-inflammatory , Curcumin |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2554 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RMU4980032 , http://research.trf.or.th/node/4475 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | เรื่องที่ 1 ผลของขมิ้นชันต่อการรั่วของโปรตีนในหลอดเลือดขนาดเล็กในกระเพาะอาหาร การ แสดงออกของเอ็นเอฟแคปปาบี-พีหกสิบห้า และการเปลี่ยนแปลงระดับวีอีจีเอฟในหนูที่ ติดเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ไพลอริ การติดเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ไพลอริ เป็นสาเหตุของกระเพาะอาหารอักเสบ และการหลั่งสาร ที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ เคอร์คูมินซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ของขมิ้นชันมีคุณสมบัติต่อต้านการอักเสบ ดังนั้นการศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลจากการติดเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ไพลอริ และผลใน การต่อต้านการอักเสบของเคอร์คูมินที่ความเข้มข้นต่างๆ ต่อการรั่วของสารโมเลกุลใหญ่ออกจาก หลอดเลือดขนาดเล็กในกระเพาะอาหาร การแสดงออกของเอ็นเอฟแคปปาบี-พีหกสิบห้าในเซลล์ เยื่อบุกระเพาะอาหาร และการเปลี่ยนแปลงระดับวีอีจีเอฟในซีรั่มของหนู การทดลองใช้หนูเพศผู้ สายพันธุ์ Sprague-Dawley แบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม คือ กลุ่มควบคุม กลุ่มควบคุมที่ให้เคอร์คูมิน กลุ่มติดเชื้อ กลุ่มติดเชื้อที่ได้รับการรักษาด้วยเคอร์คูมินขนาด 200 มิลลิกรัมต่อนํ้าหนักตัว 1 กิโลกรัม และขนาด 600 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม หลังติดเชื้อนาน 2 สัปดาห์ หนูในกลุ่ม ที่ได้รับการรักษาด้วยเคอร์คูมินจะถูกป้อนเคอร์คูมินขนาด 200 หรือ 600 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เป็นเวลา 1 สัปดาห์ หลังจากนั้นใช้เทคนิค intravital fluorescence microscopy ศึกษา การรั่วของสารโมเลกุลใหญ่จากหลอดเลือดขนาดเล็กในกระเพาะอาหาร ใช้วิธีทาง immunohistochemistry ศึกษาการแสดงออกของเอ็นเอฟแคปปาบี-พีหกสิบห้าในเซลล์เยื่อบุ กระเพาะอาหาร และใช้เทคนิค ELISA ตรวจสอบระดับของวีอีจีเอฟในซีรั่ม ผลการศึกษาพบความสำเร็จต่อการติดเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ไพลอริถึงร้อยละ 85 และการ ติดเชื้อนำไปสู่การรั่วของสารโมเลกุลใหญ่ การแสดงออกของเอ็นเอฟแคปปาบี-พีหกสิบห้า และ ระดับวีอีจีเอฟที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p ? 0.05) โดยค่าเฉลี่ยการรั่วของสารโมเลกุล ใหญ่คือร้อยละ 10.69 ? 1.43 และ 15.41 ? 2.83 ค่าเฉลี่ยจำนวนเซลล์ที่มีการแสดงออกของเอ็น เอฟแคปปาบี-พีหกสิบห้าคือร้อยละ 28.58 ? 2.82 และ 44.2 ? 5.24 และ ค่าเฉลี่ยระดับวีอีจีเอฟ ในหน่วยพิโคกรัมต่อมิลลิลิตร คือ 228.57 ? 40.41 และ 619.43 ? 145.68 เมื่อเปรียบเทียบใน กลุ่มควบคุม และกลุ่มติดเชื้อตามลำดับ กลุ่มควบคุมที่ได้เคอร์คูมินไม่มีผลต่อตัวแปรที่ศึกษาเมื่อ เทียบกับกลุ่มควบคุม แต่พบว่าเคอร์คูมินทั้งสองความเข้มข้นมีผลลดการรั่วของสารโมเลกุลใหญ่ และการแสดงออกของเอ็นเอฟแคปปาบี-พีหกสิบห้า (p ? 0.05) ค่าเฉลี่ยการรั่วของสารโมเลกุล ใหญ่คือร้อยละ 12.32 ? 2.13 และ 13.72 ? 2.22 และ ค่าเฉลี่ยจำนวนเซลล์ที่มีการแสดงออกของ เอ็นเอฟแคปปาบี-พีหกสิบห้าคือร้อยละ 33.99 ? 4.83 และ 37.11 ? 4.34 ในกลุ่มติดเชื้อที่ได้รับ การรักษาด้วยเคอร์คูมิน ขนาด 200 และ 600 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมตามลำดับ ในขณะที่เคอร์คูมินไม่มีผลต่อการลดระดับวีอีจีเอฟ การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าการติดเชื้อเฮลิโค แบคเตอร์ไพลอริเพิ่มการรั่วของสารโมเลกุลใหญ่ออกจากหลอดเลือดของกระเพาะอาหาร การ แสดงออกของเอ็นเอฟแคปปาบี-พีหกสิบห้า และระดับวีอีจีเอฟ ถึงแม้ว่าเคอร์คูมินทั้งสองความ เข้มข้นไม่สามารถลดระดับวีอีจีเอฟได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่เคอร์คูมินสามารถลดการรั่ว ของสารโมเลกุลใหญ่และการแสดงออกของเอ็นเอฟแคปปาบี-พีหกสิบห้าได้ซึ่งแสดงว่าเคอร์คูมินมี คุณสมบัติต่อต้านการอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ไพลอริในหนูทดลอ เรื่องที่ 2 ผลของว่านหางจระเข้ ขมิ้นชัน กระเทียม และเปล้าน้อยในการเป็นสารต้านการติดเชื้อเฮ ลิโคแบคเตอร์ ไพลอไร เฮลิโคแบคเตอร์ไพลอริ เป็นสาเหตุของกระเพาะอาหารอักเสบ และแผลกระเพาะอาหาร สมุนไพรบางชนิดมีรายงานการเป็นสารต้านการติดเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพลอไร วัตถุประสงค์ของ การศึกษานี้เพื่อประเมินผลของว่านหางจระเข้ ขมิ้นชัน กระเทียม และเปล้าน้อยในการเป็นสาร ต้านการติดเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพลอไร ในหลอดทดลอง โดยทำการทดลองด้วยเชื้อเฮลิโคแบค เตอร์ ไพลอไรสายพันธุ์มาตรฐาน NCTC 11637 และสายพันธุ์ที่แยกได้จากผู้ป่วยที่ติดเชื้อนี้ จำนวน 9 ตัวอย่าง ด้วยวิธี อาการ์ไดลูชั่นที่ความเข้มข้น 0.016-512 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร และ ดิสก์ดิฟฟิวชั่น ความเข้มข้นของสมุนไพรที่ 20, 50, 100, 200 และ 400 ไมโครกรัม ผลการทดลอง พบค่าความเข้มข้นน้อยสุดที่สามารถยับการเติบโตของเชื้อของว่านหางจระเข้>512, ขมิ้นชัน =64, กระเทียม>512, และเปล้าน้อย>512 ตามลำดับ ไม่พบค่าอินฮิบิทชันโซนในว่านหางจระเข้ กระเทียม และเปล้าน้อย แต่ขมิ้นชันมีค่าอินฮิบิทชันโซน 6.5-8 มิลลิเมตรเมื่อความเข้มข้นขมิ้นชัน เป็น 200 และค่าอินฮิบิทชันโซน 10-12 มิลลิเมตรเมื่อความเข้มข้นขมิ้นชันเป็น 400 ไมโครกรัม ตามลำดับ สรุปว่า ขมิ้นชันมีผลเป็นสารต้านการติดเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพลอไรซึ่งน่าจะมี ประโยชน์ในการศึกษาต่อไปทางคลินิก ไม่พบการป็นสารต้านการติดเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพลอไร ของว่านหางจระเข้ กระเทียม และเปล้าน้อยในการทดลองนี้ เรื่องที่ 3 ผลของเจลาตินไฮโดรเจลที่ควบคุมการปล่อยสารเคอร์คูมินจากต่อการเกิด หลอดเลือดใหม่ในหนูนูดไมส์ที่ได้รับการปลูกถ่ายเซลล์เฮปจี-ทู เพื่อศึกษาผลของเจลาตินไฮโดรเจลที่ควบคุมการปล่อยสารเคอร์คูมินจากต่อการเกิด หลอดเลือดใหม่ในหนูนูดไมส์ที่ได้รับการปลูกถ่ายเซลล์เฮปจี-ทู โดยแบ่งหนูทดลองเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่ม 1 = กลุ่มควบคุม กลุ่ม 2 = Hep-G2 ทำการปลูกถ่ายเซลล์เฮปจี-ทู (2x106 เซลล์) ลงใน chamber และกลุ่ม 3 = Hep-G2-cur ทำการปลูกถ่ายเซลล์เฮปจี-ทู (2x106 เซลล์) ลงใน chamber และฝังเจลาตินไฮโดรเจล ที่บรรจุ curcumin 2-5 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร เมื่อครบกำหนด 14 วัน นำมาศึกษาผลการเกิดหลอดเลือดใหม่ภายใต้กล้องจุลทรรศน์ฟลูออเรสเซนต์ หลังการฉีด FITC-dextran-250 วิเคราะห์หาการเกิดหลอดเลือดใหม่โดยโปรแกรมสำเร็จรูป Gobal Lab II หลังจากนั้นนำชิ้นเนื้อบริเวณที่ได้รับการปลูกถ่ายเซลล์เฮปจี-ทูไปตัดทำการศึกษาโดยวิธี H&E เพื่อศึกษาขนาดของเซลล์มะเร็ง ผลการทดลองกลุ่ม Hep-G2 พบการเกิดหลอดเลือดใหม่ 68.69+0.9% เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม 32.18+3.37% และเมื่อพบว่าใน กลุ่ม Hep-G2-cur มีการเกิดหลอดเลือดใหม่ลดลดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 20.73+1.9% (p<0.01) ได้ และมีผลทำให้มะเร็งมีขนาดเล็กลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในกลุ่ม Hep-G2-cur สรุปเจลาตินไฮโดรเจลที่ควบคุมการปล่อยสารเคอร์คูมินสามารถยับยั้งการเกิดหลอดเลือดใหม่ใน หนูนูดไมส์ที่ได้รับการปลูกถ่ายเซลล์เฮปจี-ทู 14 วันได้ และมีผลทำให้มะเร็งมีขนาดเล็กลงอย่างมี นัยสำคัญทางสถิติ เรื่องที่ 1 Effects of curcumin on gastric microvascular leakage, nf-?b-p65 expression, and change in vegf level in helicobacter pylori infected rats Curcumin treatment did not affect baseline of these parameters. H. pylori infection was 85% successful rate and led to the macromolecular leakage as well as the activation of NF-?B p65 and increase of VEGF level compared with control group. The averages percent of macromolecular leakage were 10.69% ? 1.43 and 15.41% ? 2.83, NF-?B p65 immunoreactive cells were 28.58% ? 2.82 and 44.2% ? 5.24; and the averages concentration of VEGF level (pg/ml) were 228.57 ? 40.41 and 619.43 ? 145.68 in control and H. pylori infected group, respectively. There were significant decrease of macromolecular leakage and NF-?B p65 activated cells (p ? 0.05) in curcumin 200 mg/kg and 600 mg/kg treated groups compared with H. pylori infected group. The average percents of macromolecular leakage were 12.32% ? 2.13 and 13.72% ? 2.22, and NF-?B p65 immunoreactive cells were 33.99% ? 4.83 and 37.11% ? 4.34 in curcumin 200 mg/kg and 600 mg/kg treated groups, respectively. Whereas, the effect of curcumin on VEGF level did not significantly decrease compared with H. pylori infected group. Conclusion: H. pylori infection increased gastric microvascular leakage, NF-?B p65 expression, and serum VEGF level. Curcumin, an anti-inflammatory agent, at the dose of 200 and 600 mg/kg reduced the leakage and NF-?B p65 expression in H. pyloriinfected rats. เรื่องที่ 2 Antibacterial activity of Aloe vera, curcumin, garlic, and plau-noi against Helicobacter pylori. Background: Helicobacter pylori is a bacterium implicated in the etiology of gastritis and peptic ulcers. Some herbal agents have been reported to have antibacterial activity against H. pylori. Aim: To assess the in vitro anti-H. pylori potential of four herbal substances including Aloe vera, curcumin, garlic, and plau-noi. Methods and Materials: A standard strain (NCTC 11637) and 9 clinical isolates of H. pylori were used to assess antibacterial activity of Aloe vera, curcumin, garlic, and plau-noi by using agar dilution and disk diffusion method. The agar dilution was tested by two-fold dilution of various concentration of herbal substances, ranging 0.016-512 micrograms/mL on Columbia blood agar. The disk diffusion was tested using various amounts of herbal substance at 20, 50, 100, 200 and 400 micrograms. Results: The minimum inhibitory concentrations (MICs) of Aloe vera, curcumin, garlic, and plaunotol were >512, 64, >512, >512 micrograms/mL, respectively. There were no inhibition zones found when testing with Aloe vera, garlic, and plau-noi, although the inhibition zone diameters of 6.5-8 mm and 10-12 mm were detected at 200 and 400 micrograms curcumin disk, respectively. Conclusion: Curcumin shows potential of in vitro antibacterial activity against H. pylori suggesting that it may be useful for the treatment of H. pylori infection, whereas, Aloe vera, garlic, and plau-noi have no antibacterial activity against H. pylori in this study. Keywords: Aloe vera, curcumin, garlic, plau-noi, H.pylori เรื่องที่ 3 Effects of Controlled Release Curcumin from Gelatin Hydrogel on Tumor-Angiogenesis Using Hep-G2 Implanted BALB/c-nude Mice Model Introduction: This study was aimed to evaluate the benefit of novel curcumin gelatinhydrogel patch on tumor anti-angiogenesis using the application of cholesterol-grafted gelatin-hydrogel technology. Methods: Animals were divided into three groups: control, hepatocellular carcinoma cell-implanted nude mice (Hep-G2, 30 ?l of 2 x 106 cells), and Hep-G2 treated with curcumin gelatin-hydrogel patch (Hep-G2-cur; curcumin 2-5 mg/ml per patch). Curcumin gelatin -hydrogel patch was placed within the chamber that was inoculated by Hep-G2 cells for two days. On day 14th after the Hep-G2 inoculation, tumor neocapillary was observed using intravital fluorescence videomicroscopy. Video images of epi-illuminated fluorescien (FITC-dextran-250) labeled tumor neocapillaries were obtained and evaluated for neocapillary density (CD) by using Global Lab Image II software. At the end of each experiment, tissue specimen was collected from tumor area for further hematoxylin-eosin (H&E) examination. Results: In Hep-G2, CD (68.69+0.9%) was significantly increased as compared to controlled CD (32.18+3.37%). Interestingly, the CD value of Hep-G2-cur (20.73+1.9%) was significantly less than the Hep-G2-CD (p<0.01). In addition, H&E demonstrated that Hep-G2-cur tumor area was significantly less than Hep-G2-area as well. Conclusion: Our results showed that the novel controlled release curcumin-gelatin hydrogel patch could attenuate tumor angiogenesis and consequently tumor growth. |
| บรรณานุกรม | : |
ดวงพร ทองงาม . (2554). ผลของขมิ้นชันในการเป็นสารต้านการอักเสบ สารต้านการติดเชื้อในหนูที่มีการติดเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพลอไร และสารต้านมะเร็งในหนูนูดไมส์ที่ได้รับการปลูกถ่ายเซลล์มะเร็งตับ.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ดวงพร ทองงาม . 2554. "ผลของขมิ้นชันในการเป็นสารต้านการอักเสบ สารต้านการติดเชื้อในหนูที่มีการติดเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพลอไร และสารต้านมะเร็งในหนูนูดไมส์ที่ได้รับการปลูกถ่ายเซลล์มะเร็งตับ".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ดวงพร ทองงาม . "ผลของขมิ้นชันในการเป็นสารต้านการอักเสบ สารต้านการติดเชื้อในหนูที่มีการติดเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพลอไร และสารต้านมะเร็งในหนูนูดไมส์ที่ได้รับการปลูกถ่ายเซลล์มะเร็งตับ."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2554. Print. ดวงพร ทองงาม . ผลของขมิ้นชันในการเป็นสารต้านการอักเสบ สารต้านการติดเชื้อในหนูที่มีการติดเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพลอไร และสารต้านมะเร็งในหนูนูดไมส์ที่ได้รับการปลูกถ่ายเซลล์มะเร็งตับ. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2554.
|
