| ชื่อเรื่อง | : | โครงการค้นหาและพัฒนาสารสนเทศภูมิศาสตร์ของถนนโบราณสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ระยะที่ 2 |
| นักวิจัย | : | พสุรัตน์ เลิศล้ำ |
| คำค้น | : | Ancient Road , Angkor , Anthropology Remote Sensing and GIS for Archaeology Geo-physics , Archaeology , Phimai , ฐานข้อมูลทางวัฒนธรรม , ราชมรรคาจากเมืองพระนครถึงเมืองพิมาย , สหวิทยาการ , เทคโนโลยีสื่อระยะไกล , โบราณคดี |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2552 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG50O0003 , http://research.trf.or.th/node/4271 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | สืบเนื่องจากโครงการ "การค้นหาและพัฒนาสารสนเทศของถนนโบราณสมัยพระเจ้า ชัยวรมันที่ 7" ซึ่งเป็นโครงการวิจัยในลักษณะสหวิทยการที่ได้นำความรู้ทางโบราณคดี มานุษยวิทยา เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศธรณีฟิสิกส์ และเทคโนโลยีสารสนเทศมา ประยุกต์ใช้ในการศึกษาเส้นทางโบราณจากเมืองพระนครถึงเมืองพิมาย เพื่อให้ได้มาซึ่งองค์ความรู้ เกี่ยวกับเส้นทางโบราณทั้งทางด้านกายภาพและทางภูมิศาสตร์ ข้อมูลทางโบราณคดีของพื้นที่ตาม แนวถนนโบราณ โดยความร่วมมือของคณะนักวิจัยจาก โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า มหาวิทยาลัยศิลปากร กรมศิลปากร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และองค์กร APSARA ประเทศ กัมพูชา การศึกษาจากโครงการดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการนำศาสตร์หลากหลายแขนงวิชาซึ่งมีความ เกี่ยวข้องกันมาใช้ในการศึกษาเส้นทางโบราณจากเมืองพระนครถึงเมืองพิมายในลักษณะการศึกษา แบบสหวิทยาการ เป็นผลทำให้ค้นพบองค์ความรู้ใหม่เกี่ยวกับเส้นทางโบราณสายนี้ เช่น การทราบ ถึงวัตถุประสงค์ของการใช้งานของถนนสายนี้ในสมัยโบราณ สิ่งก่อสร้างที่ถูกสร้างขึ้นตามแนว ถนนโบราณ ชุมชนโบราณ ชุมชนปัจจุบันที่มีใความสัมพันธ์กับถนนโบราณ ซึ่งองค์ความรู้เหล่านี้ สามารถนำไปขยายการศึกษาในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การศึกษาเกี่ยวกับโลหะกรรม การผลิต สังคโลกโบราณ และการศึกษาทางชาติพันธุ์วิทยาของกลุ่มชนส่วย (กูย) เป็นต้น ข้อมูลที่ถูกพัฒนามาจากโครงการดังกล่าว สามารถนำไปใช้ศึกษาด้านต่าง ๆ ได้อย่าง หลากหลาย เช่น ข้อมูลภูมิสารสนเทศของโครงการสามารถนำไปใช้ในการศึกษาด้านการวาง 1. ธรรมศาลาหรืออัคนีศาสลาสองหลังในประเทศกัมพูชาที่สูญหายไปในประวัติศาสตร์ 2. สะพานศิลาแลงตลอดแนวถนนโบราณในฝั่งประเทศกัมพูชา 3. แหล่งอุตสาหกรรมโบราณตามแนวถนนโบราณทั้งในประเทศไทยและประเทศกัมพูชา 4. แหล่งชุมชนโบราณตามแนวถนนโบราณทั้งในประเทศไทยและประเทศกัมพูชา นอกจากนี้โครงการดังกล่าวยังนำข้อมูลที่ได้จากการวิจัยทั้งหมดมาพัฒนาในระบบแม่ข่าย สารสนเทศ เพื่อให้การเข้าถึงข้อมูลวิจัยของโครงการเป็นไปได้โดยสะดวก โดยสามารถค้นหา ข้อมูลได้จากเว็บไซต์ $http://larp.crma.ac.th http://larp.su.ac.th นอกจากนี้ยังได้มีการพัฒนา ระบบจำลองภาพสามมิติของธรรมศาลา อโรคยาศาลา และสะพานโบราณตามแนวถนนโบราณเพื่อ ใช้ในการจำลอง ให้เห็นมุมมองของชีวิตของชุมชนในอดีต และเพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่ ความรู้จากโครงการสู่เยาวชน ซึ่งสมาคมวัฒนธรรมไทย-กัมพูชา ได้เล็งเห็นความสำคัญของ ผลการวิจัยของโครงการดังกล่าว จึงได้ให้การสนับสนุนงบประมาณเพื่อขยายการดำเนินการวิจัยใน ชื่อ "โครงการสืบสานวัฒนธรรมไทย-กัมพูชา" เพื่อนำผลการวิจัยเกี่ยวกับถนนโบราณเส้นนี้ เพื่อความสงบสุขและความ เจริญรุ่งเรืองของชุมชนตามแนวชายแดนของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ชายแดนใน จังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดสุรินทร์ กับพื้นที่จังหวัดอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา ซึ่งการทำให้ชุมชนเกิด ความรัก ความหวงแหนต่อผืนแผ่นดินและแหล่งโบราณคดีในพื้นที่ที่ตนเองเป็นเจ้าของ ซึ่งเป็นสิ่งที่ จำเป็นอย่างมาก การดำเนินการวิจัยโครงการดังกล่าว ในระยะที่สอง ซึ่งสิ้นสุดการดำเนินการในวันที่ 30 กันยายน 2551 เป้นการศึกษารายละเอียดของแหล่งชุมชนโบราณ แหล่งอุตสาหกรรมโบราณตาม แนวถนนโบราณ ซึ่งข้อมูลที่ได้รับสามารถจนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิง อนุรักษ์ของชุมชนท้องถิ่นในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี เช่น แหล่งโลหะกรรมในเขตบ้านเขาดินได้ อำเภอ บ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีผลของการวิจัยสามารถสรุปโดยสังเขปได้ดังนี้ 1. ดำเนินการศึกษาแหล่งอุตสาหกรรมและชุมชนโบราณ บริเวณอำเภอบ้านกรวด จังหวัด บุรีรัมย์ และแหล่งโบราณคดีตามแนวถนนโบราณ โดยเป็นการดำเนินการในลักษณะสหวิทยาการ เป็นการประสานศาสตร์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกัน ได้แก่ เทคโนโลยี remote sensing/GIS โบราณคดี และธรณีฟิสิกส์ ซึ่งองค์ความรู้ที่ได้รับจากการศึกษานี้สามารถ นำไปประยุกต์ใช้ศึกษาในพื้นที่อื่น ๆ ได้เป็นอย่างดี ในการดำเนินการศึกษาครั้งนี้ทำให้เราได้ทราบ ถึงหลักการของคนโบราณในการเลือกพื้นที่เพื่อการอุตสาหกรรมและเพื่อการอยู่อาศัยตั้งถิ่นฐาน 2. ดำเนินการศึกษากลุ่มของแหล่งโบราณคดีที่สำคัญตามแนวถนนโบราณในประเทศ กัมพูชา บริเวณบ้าน Kol Village จังหวัดเสียมเรียบ ซึ่งเป็นแหล่งชุมชนโบราณขนาดใหญ่ตาม แนวถนนโบราณ โดยดำเนินการศึกษาในด้านต่าง ๆ อย่างละเอียด เช่น การศึกษา cross section ของ แนวถนนโบราณ การศึกษาสะพานโบราณจากการขุดค้นทางโบราณคดีและจากการวิเคราะห์ ทางด้านวิศวกรรม การศึกษาผังเมืองโบราณจากภาพถ่ายทางอากาศ และการสำรวจภาคพื้นใน บริเวณดังกล่าว ทำให้ทราบถึงหลักการตั้งถิ่นฐานของชุมชนโบราณตั้งแต่ระยะเริ่มแรกก่อนสมัย ขอมโบราณเป็นเวลานาน ซึ่งยังไม่เคยมีการศึกษาพื้นที่ดังกล่าวมาก่อนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และ ข้อมูลทั้งหมดได้ถูกนำมาพัฒนาเป็นฐานข้อมูลจากพื้นที่บริเวณหมู่บ้าน Kol Village กับบริเวณพื้นที่เชิง เขาพนมรุ้ง ศึกษาอโรคยาศาลหนองบัวลาย ศึกษาธรรมศาลาบ้านบุ ปราสาทเมืองต่ำ จนถึงแหล่ง อุตสาหกรรมโบราณ อำเภอบ้านกรวด เนื่องจากทั้งสองพื้นที่ในประเทศกัมพูชาและประเทศไทย ใน ปัจจุบันนี้มีความคล้ายคลึงกันในด้านของกลุ่มชนโบราณขนาดใหญ่ตามแนวถนนโบราณจากเมือง พระนครถึงเมืองพิมาย 3. ดำเนินการศึกษาและเก็บข้อมูลทางวัฒนธรรมโดยได้ดำเนินการศึกษาในเชิงลึกเกี่ยวกับ ชุมชนส่วย (กูย) ในประเทศกัมพูชาและประเทศไทย ซึ่งยังคงมีความสัมพันธ์กันระหว่างชุมชนของ ทั้งสองกลุ่ม อันแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของชุมชนตั้งแต่อดีตจนถุงปัจจุบัน ผลจากการวิจัยและการพัฒนาระบบข้อมูลอย่างมหาศาลเท่าที่เทคโนโลยีในโลกปัจจุบัน สามารถอำนวยได้นั้น ทำให้เห็นได้ว่ากิจกรรมทางวัฒนธรรมในช่วงสมัยวัฒนธรรมเขมรโบราณได้ แผ่ครอบคลุมอาณาบริเวณที่กว้างขวางและเป็นไปอย่างเข้มข้น ดังปรากฏร่องรอยสิ่งก่อสร้างและ แหล่งผลิตอย่งหนาแน่น ซึ่งการใช้ระเบียบวิธีการวิจัยทางโบราณคดี และมานุษยวิทยาวัฒนธรรม สามารถให้ความกระจ่างถึงภาพวิถีชีวิตในอดีตและร่องรอยของกลุ่มชาติพันธ์ที่ยังคงสืบทอดคติ ความเชื่อดั้งเดิมอยู่จนถึงปัจจุบัน เช่น วิถีชีวิตของชาวกูย นอกจากนั้นยังแสดงให้เห็นเครือข่ายการ ติดต่อแลกเปลี่ยนทั้งทรัพยากร ผลผลิต แรงงาน คติความเชื่อทางศาสนา จนถึงอำนาจทางการเมือง ในระบบรัฐหรืออาณาจักร การขยายเครือข่ายดังกล่าวนี้มีความเป็นไปได้ว่ามีเหตุผลสำคัญประการ Currently, there are research studies that demonstrate the usage of integrated technologies for archaeological studies that made new discoveries around the world. In addition, Geo-informatics technology is utilized in the cultural heritage conservation, reservation, management, and research studies in various cases. For example, remote sensing and GIS was utilized as tools for archaeological analysis together with conventional archaeological analysis methods. There are various cases around the world that remote sensing and GIS was used to assist archaeologists to pin point and help to identify archaeological sites. For example, the discovery of the city of Ubar in Sahara desert from the analysis of remote sensing data, ground data and field survey data, or the case of missing China wall that was buried under the ground by analyzing SIR C radar data from space shuttle. From the study of these samples, we had come up with the concept of integrated studies for archaeological study in Thailand and nearby countries. In this project, the archaeological knowledge, anthropological knowledge together with geo-informatics technology, information technology, and geo-physic technology were utilized for the study to identify and pin point the ancient road from Angkor to Phimai that was mentioned in the inscription by the Jayavarman VII, the great king of Cambodia. From archaeological and historical studies, we had learnt that during his period, the Khmer empire was expanded to cover most of the area of the Southeast Asia. In this project, we study the detailed of this ancient road, its utilization, the people who lived and used this ancient road, the ancient industries along this ancient road, and the culture that had disappeared, and the one that has been continue to flourish along the royal road until today. The most advance technologies were applied in the field of remote sensing, GIS, archaeology, anthropology, geo-physics. The information systems were developed to gather all information from this study for the scholars to use. In addition, the data that was developed from this project can be further utilized by the other related works in the fields of land use planning related to cultural management, tourism, etc. From the studies of this research project, we had discovered evident about the ancient road along this ancient road. The most important items are as follow: 1. Two missing Dharmashalas (chapel of rest house) 2. Ancient laterite bridges along the ancient road in Cambodia side 3. Ancient industry sites along the ancient road in Cambodia and Thailand sides 4. Ancient communities along the ancient road in Cambodia and Thailand sides We had also developed the information servers (larp.crma.ac.th and larp.su.ac.th) to contain all the information from this research project that any scholars can access the information from our research projects. In addition, we had developed 3D models of Dharmashala (chapel of rest house), Arogyashalas (chapel of hospitals), and ancient bridges that will be utilized in the simulation of ancient life along this ancient road. This simulation will be used as a learning tool for younger generation in the near future. In the second phase of this project, we had studied the detail of ancient communities and ancient industry sites along the royal road, which the result can be utilized for eco-tourism purposes in the area along the royal road, especially, in the area at the border of Thailand and Cambodia. In summary, the results from the second phase of this study are as follow: 1. The multi-disciplinary study on the ancient communities and ancient industry sites along the royal road in Ban Krud, Burirum. Thailand, which results in the understanding of the ancient communities and ancient industries in the studied area. 2. The study on group of ancient sites along the royal road in Cambodia side in Kol Village area, Siem Reap Province, Cambodia. This study is also in the form of multi-disciplinary study, which includes the remote sensing/GIS, archaeological excavation, civil engineering analysis, and ancthopological study. 3. The detail cultural study on Kuy communities in Cambodia and Thailand. |
| บรรณานุกรม | : |
พสุรัตน์ เลิศล้ำ . (2552). โครงการค้นหาและพัฒนาสารสนเทศภูมิศาสตร์ของถนนโบราณสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ระยะที่ 2.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. พสุรัตน์ เลิศล้ำ . 2552. "โครงการค้นหาและพัฒนาสารสนเทศภูมิศาสตร์ของถนนโบราณสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ระยะที่ 2".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. พสุรัตน์ เลิศล้ำ . "โครงการค้นหาและพัฒนาสารสนเทศภูมิศาสตร์ของถนนโบราณสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ระยะที่ 2."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2552. Print. พสุรัตน์ เลิศล้ำ . โครงการค้นหาและพัฒนาสารสนเทศภูมิศาสตร์ของถนนโบราณสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ระยะที่ 2. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2552.
|
