ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของอัตราการปรับโครงสร้างเชิงโมเลกุลของยางธรรมชาติด้วยวิธี maleation ต่อสมบัติเชิงกลและเชิงอุณหภูมิรวมทั้งประสิทธิภาพการเสริมแรงของเถ้าแกลบในยางธรรมชาติ

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของอัตราการปรับโครงสร้างเชิงโมเลกุลของยางธรรมชาติด้วยวิธี maleation ต่อสมบัติเชิงกลและเชิงอุณหภูมิรวมทั้งประสิทธิภาพการเสริมแรงของเถ้าแกลบในยางธรรมชาติ
นักวิจัย : แคทลียา ปัทมพรหม
คำค้น : Natural rubber , rice hush ash , Rubber Modification , การปรับโครงสร้างเชิงโมเลกุล , ยางธรรมชาติ , เถ้าแกลบ
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2552
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5050072 , http://research.trf.or.th/node/4245
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้ทำการศึกษาผลของการปรับโครงสร้างของยางธรรมชาติเป็นยาง Maleated Natural Rubber (MNR) ต่อสมบัติด้านต่างๆของยางคงรูปที่ใช้เถ้าแกลบเป็นสารตัวเติม ซึ่งสารตัว เติมที่ใช้ คือ เถ้าแกลบชนิดเบา จากโรงไฟฟ้าแกลบ จังหวัดชัยนาท สำหรับการปรับโครงสร้างของ ยางธรรมชาติให้เป็นยาง MNR พบว่า เมื่อไม่ใส่สารตัวเติม แม้ว่ายาง MNR จะมีปริมาณการ เชื่อมโยงร่างแหต่ำกว่ายางธรรมชาติ แต่กลับมีค่าความต้านทานแรงดึง (Tensile strength) และค่า การยืดตัว ณ จุดขาด (Elongation at break) สูงกว่ายางธรรมชาติ แต่เมื่อพิจารณายาง MNR คง รูปที่ปริมาณเถ้าแกลบ 45 phr โดยเปรียบเทียบการปรับโครงสร้างเป็นยาง Epoxidized Natural Rubber (ENR) และยางผสมของยางธรรมชาติกับยาง EPDM (NR/EPDM) พบว่า ยาง MNR มีค่า มอดูลัส (Modulus) มากกว่ายาง ENR และยางธรรมชาติ แต่สมบัติด้านการทนทานต่อการขัดสี, น้ำมันและโอโซนไม่โดดเด่นนัก เนื่องจากข้อด้อยของยาง MNR คือ มีการเชื่อมโยงร่างแห (Crosslink) ที่ช้า และมีปริมาณร่างแหน้อยกว่ายาง ENR และยางธรรมชาติ ในขณะที่ยาง ENR มี หนาแน่นในการเชื่อมโยงร่างแห (Crosslink density) มาก, เวลาที่ยางเริ่มคงรูป (Scorch time) น้อย และมีความทนทานต่อการสึกหรอดีที่สุด อย่างไรก็ดี พบว่ายาง ENR เกิดการเสื่อมสภาพ เนื่องจากความร้อน (Aging) มากที่สุดเมื่อเทียบกับยางชนิดอื่น โดยคอมโพสิตของยางธรรมชาติที่ ไม่ได้ปรับหมู่ฟังก์ชันมีค่าความต้านทานแรงดึงสูงกว่ายางชนิดอื่น ส่วนยาง NR/EPDM นั้น ด้วย สมบัติของยาง EPDM ทำให้สามารถต้านทานการเสื่อมสภาพเนื่องจากโอโซนของยางธรรมชาติให้ดี ขึ้น แต่เนื่องจากไม่สามารถเข้ากับยาง NR ไดัดีเท่าที่ควร อีกทั้งยังสุก (Vulcanize) ไม่พร้อมกันกัน กับยางธรรมชาติ ทำให้สมบัติเชิงกลมีค่าต่ำ เมื่อเปรียบเทียบระหว่างการใช้ยาง MNR เป็น compatibilizer กับการใช้ silane เป็น coupling agent แล้วยางMNR จะทำให้เกิดการกระจายตัวและให้สมบัติต่างๆ ที่ดีกว่าการใช้ silane เมื่อใช้สารตัวเติมเป็น ซิลิกา แต่หากสารตัวเติมเป็นเถ้าแกลบแล้ว การใช้ silane จะให้สมบัติที่ ดีกว่า เมื่อพิจารณาปริมาณของเถ้าแกลบที่เหมาะสมในการเพิ่มสมบัติการดึงยืดของยางธรรมชาติ และยาง MNR พบว่า ปริมาณที่ทำให้ค่าความต้านทานแรงดึงสูงสุด คือ 5 phr นอกจากนี้ยังมีการศึกษาถึงการนำเถ้าแกลบมาใช้แทนเขม่าดำในยาง NR/EPDM พบว่า การใช้เถ้าแกลบไปบดผสมกับเขม่าดำ ทำให้สมบัติการทนทานต่อการสึกหรอและการเสื่อมสภาพ เนื่องจากโอโซนลดลงกว่าการใช้เถ้าแกลบเพียงอย่างเดียว This project aims to investigate the effect of structural modification of natural rubber molecule into maleated natural rubber (MNR) on the properties of natural rubber-rice husk ash composites. The source of rice husk ash is the rice husk fly ash from a rice husk power plant. It is found that the unfilled MNR rendered higher tensile strength and elongation at break than the natural rubber. For the composite using 45 phr of rice husk ash, maleated natural rubber (MNR) was investigated and compared to the epoxidized natural rubber (ENR) and the blend of natural rubber and EPDM (NR/EPDM blend) using composite of unmodified natural rubber as a reference. The results showed that the tensile strength of unmodified natural rubber is the highest, while the modulus of MNR rubber is slightly higher than other types of rubbers investigated. Even though MNR has higher polarity than natural rubber, the drawback of MNR is its slow cure and low crosslink density, leading to poor resistance to abrasion, oil and ozone. On the other hand, ENR possess high polarity, as well as quick cure and high crosslink density, leading to more effective protection against abrasion, and oil. However, it was found that ENR rubber has low aging stability when compared to other types of rubber. In the case of NR/EPDM, the ozone resistance was improved due to the characteristic of EPDM. The problem with this blend is on phase immiscibility and slower curing of EPDM phase than the natural rubber phase leading to low mechanical properties. By comparing the compatibilizing effect of MNR with silane coupling agent (Si-69), we found that MNR perform better than silane for precipitated silica, whereas silane is more appropriate for RHA. Lastly, the study of replacing part of carbon black filler with rice husk ash was carried out in the NR/EPDM formula for producing wiper blade. We found that, by using rice husk as secondary filler, even though the mechanical properties did not drop much from carbon black, other properties were even lower than using RHA alone.

บรรณานุกรม :
แคทลียา ปัทมพรหม . (2552). ผลของอัตราการปรับโครงสร้างเชิงโมเลกุลของยางธรรมชาติด้วยวิธี maleation ต่อสมบัติเชิงกลและเชิงอุณหภูมิรวมทั้งประสิทธิภาพการเสริมแรงของเถ้าแกลบในยางธรรมชาติ.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
แคทลียา ปัทมพรหม . 2552. "ผลของอัตราการปรับโครงสร้างเชิงโมเลกุลของยางธรรมชาติด้วยวิธี maleation ต่อสมบัติเชิงกลและเชิงอุณหภูมิรวมทั้งประสิทธิภาพการเสริมแรงของเถ้าแกลบในยางธรรมชาติ".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
แคทลียา ปัทมพรหม . "ผลของอัตราการปรับโครงสร้างเชิงโมเลกุลของยางธรรมชาติด้วยวิธี maleation ต่อสมบัติเชิงกลและเชิงอุณหภูมิรวมทั้งประสิทธิภาพการเสริมแรงของเถ้าแกลบในยางธรรมชาติ."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2552. Print.
แคทลียา ปัทมพรหม . ผลของอัตราการปรับโครงสร้างเชิงโมเลกุลของยางธรรมชาติด้วยวิธี maleation ต่อสมบัติเชิงกลและเชิงอุณหภูมิรวมทั้งประสิทธิภาพการเสริมแรงของเถ้าแกลบในยางธรรมชาติ. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2552.