ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของการเสริมผักหนาม (Lasia spinosa Thw.) ทดแทนยาปฎิชีวนะในอาหารต่อสมรรถนะการเจริญเติบโตและการให้ผผลิตของไก่เนื้อและไก่ไข่

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของการเสริมผักหนาม (Lasia spinosa Thw.) ทดแทนยาปฎิชีวนะในอาหารต่อสมรรถนะการเจริญเติบโตและการให้ผผลิตของไก่เนื้อและไก่ไข่
นักวิจัย : สุนทรีพร ดวนใหญ่
คำค้น : ผักหนามทดแทนยาปฏิชีวนะในไก่เนื้อ , ไก่ไข่
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5020046 , http://research.trf.or.th/node/4146
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยในครั้งนี้เป็นการศึกษาผลของการใช้ผักหนามซึ่งมีสารออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเพื่อเป็นแหล่ง ทดแทนยาปฏิชีวนะในอาหารสัตว์ที่ใช้ในระดับเพื่อสมรรถนะการการผลิตของไก่เนื้อและไก่ไข่ โดยใช้ผักหนามที่ ปลูกเป็นเชิงการค้าในท้องที่ อ. พิบูลมังสาหาร จ. อุบลราชธานี จากการวิเคราะห์ปริมาณเทสโทสเตอโรน (Testosterone, T) และเอสตราไดออล(Estradiol 17-β, E2)ในผักหนามด้วยเทคนิค RIA พบว่าส่วนของใบแก่มี ปริมาณฮอร์โมนทั้ง 2 ชนิดสูงที่สุด โดยพบค่าT 0.55 นาโนกรัม/กรัม และค่า E2 1,423.19 พิโครกรัม/กรัมน้ำหนัก แห้ง ในส่วนใบอ่อนพบค่าT 0.11 นาโนกรัม/กรัม และค่า E2 70.36 พิโครกรัม/กรัม และพบในปริมาณต่ำในส่วน ของก้าน การนำผักหนามมาเป็นแหล่งทดแทนสารปฏิชีวนะในครั้งนี้ ใช้ส่วนของก้านแก่และใบแก่ซึ่งคน ไม่บริโภค (ค่า T 0.18 นาโนกรัม/กรัม และค่า E2 217.60 พิโครกรัม/กรัม) และส่วนของลำต้นใต้ดินและรากซึ่งเป็น ส่วนที่ใช้ในการขยายพันธุ์ (ค่า T 0.54 นาโนกรัม/กรัม และค่า E2 3.44 พิโครกรัม/กรัม) การทดลองที่ 1 ใช้ไก่เนื้อคละเพศพันธุ์อาร์เบอร์เอเคอร์จำนวนทั้งสิ้น 480 ตัว แบ่งเลี้ยงในคอกขนาด 1.5*2 ตารางเมตร คอกละ 24 ตัว สุ่มให้ได้รับอาหารทดลองทั้ง 5 สูตรๆละ 4 คอกดังนี้ สูตรที่ 1 อาหารพื้นฐาน สูตรที่ 2 อาหารพื้นฐานเสริมสารปฏิชีวนะ(Colistin 105 ppm) สูตรที่ 3, 4 และ 5 เป็นอาหารพื้นฐานเสริมส่วนใบและก้าน แก่ของผักหนาม 0.1%, 0.3% และ 0.5% ตามลำดับ ผลการทดลอง 5 สัปดาห์ไม่พบความแตกต่างทางสถิติระหว่าง กลุ่มในเรื่องสมรรถภาพการผลิตและค่าภูมิต้านทานโรค แต่มีแนวโน้มว่าการเสริมผักหนามช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ การใช้อาหาร ลดค่าอาหารต่อการเพิ่มน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม โดยค่าอาหารสูตรที่ 1 ถึง 5 คือ 23.68, 23.93, 22.98, 23.22 และ23.46 บาท/กิโลกรัม การเสริมส่วนใบและก้านแก่ของผักหนามในระดับ 0.5% มีแนวโน้มในการเพิ่มค่า Estradiol 17-β ในไก่เนื้อเพศเมีย อย่างไรก็ดีค่าที่ได้ยังไม่สามารถแสดงความสัมพันธ์กับข้อมูลสมรรถภาพการ เจริญเติบโตได้ การทดลองที่ 2 ใช้ไก่ไข่พันธุ์ ซี พี บราวน์ อายุ 32 สัปดาห์ จำนวน 100 ตัว เลี้ยงบนกรงตับเดี่ยว ให้ไก่ ได้รับอาหารไก่ไข่ 5 สูตรที่มีสารเสริมต่างกันเช่นเดียวกับการทดลองที่1 แต่ละสูตรทดลองกับไก่ไข่ 20 ตัว ปรากฏ ว่าไม่พบความแตกต่างทางสถิติระหว่างกลุ่มตลอดระยะเวลาทดลอง 16 สัปดาห์ในเรื่องสมรรถภาพการผลิต แต่มี แนวโน้มว่ากลุ่มที่เสริมส่วนใบและก้านแก่ของผักหนามในระดับ 0.5% มีอัตราการให้ไข่ น้ำหนักฟองไข่ และค่า Estradiol 17-β ในเลือดสูงกว่าทุกกลุ่ม การทดลองที่ 3 เป็นการศึกษาการใช้ส่วนของลำต้นและรากและใช้ในอัตราที่สูงขึ้นคือ 1.5% ทดลองเป็น เบื้องต้นในไก่เนื้อเพศผู้สายพันธุ์รอส ใช้อาหารทดลอง 2 สูตร สูตรที่ 1 อาหารพื้นฐานเสริมสารปฏิชีวนะ(Colistin 105 ppm) สูตรที่ 2 อาหารพื้นฐานเสริมลำต้นและรากผักหนาม 1.5% แต่ละสูตรทดสอบกับไก่ 4 คอกเช่นเดียวกับ การทดลองที่ 1 ปรากฏว่า การเสริมลำต้นและรากผักหนาม 1.5%ในอาหารเป็นเวลา 5 สัปดาห์ช่วยเพิ่มสมรรถภาพ การผลิตและเป็นค่าที่แสดงความแตกต่างทางสถิติ(P<0.01) ได้แก่ ค่าน้ำหนักตัวเมื่อสิ้นสุดการทดลอง (1,563.45 และ 1,872.92 กรัม/ตัว) ปริมาณอาหารที่กิน (2,755.55 และ 2,951.00 กรัม/ตัว) ประสิทธิภาพการใช้อาหาร (1.82 และ 1.62) และค่าอาหารที่ใช้ต่อการเพิ่มน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม (23.64 และ 23.20 บาท) นอกจากนี้ค่าฮอร์โมน T และ E2 ในเลือดของกลุ่มที่เสริมผักหนามมีค่าสูงกว่า การวิจัยในครั้งนี้สรุปได้ว่า การใช้ผักหนามเสริมในอาหารช่วยเพิ่มสมรรถนะการผลิตของไก่เนื้อและไก่ ไข่ แต่ควรทำการทดสอบเพิ่มเติมเพื่อหาระดับการใช้ที่เหมาะสมจากผักหนามส่วนต่างๆ Lasia spinosa Thw., as hormonal plant, was investigated to compensate antibiotic supplementation on growth and production performance of broilers and layers. Lasia was commercially planted and harvested at Amphur Piboonmungsahan Ubonratchathani Province. Testosterone(T) and Estradiol 17- β (Ε2) were found highest in mature leave as T 0.55 ng/g and Ε21423.19 pg/g dry weight. In young leave, T and Ε2 were 0.11 ng/g and 70.36 pg/g. Part of Lasia used in this study were mature leaves and stems (T 0.18 ng/g Ε2 217.60 pg/g ) and rhizome with root (T 0.54 ng/g Ε2 3.44 pg/g). In the first trial, broilers were based on five dietary treatments; control diet, antibiotic (colistin 105 ppm) added, 0.1, 0.3 and 0.5% Lasia (mature leaves and stems) added. Four hundred and eighty day old Arber Acre broilers were divided into 20 pens at the density of 8 birds/m2 to randomly achieve 4 replicates according to completely randomized design. Feed and water were provided ad lib. After 5 weeks raising period, production performance and Newcastle Immune titer were not found significant difference among treatment groups. However, all Lasia groups trend to show a better feed conversion ratio than control groups which resulted in a less feed cost per kilogram weight gain as; 23.68, 23.93, 22.98, 23.22 and 23.46 baht/kg for the five dietary treatments. In the second trial, 100 C. P. Brown commercial layers aged 32 weeks were used. Diets were randomly assigned to each of 4 replicates ( 5 single cages in each) to give diet to 20 layers. Feed and water were provided ad lib for 16 weeks period. Egg production, egg weight and feed intake were not significant difference among groups. However, 0.5% Lasia group trended to showed a higher egg production and egg weight as well as higher level of Estradiol 17-β in blood serum. The third trial was conducted on broilers by adding 1.5% Lasia’s rhizome and root into diet . Experiment was pointed on sexual effect and 192 Ross male broilers were allocated to 4 replicates as the first trial to achieve two dietary treatments; antibiotic or 1.5% Lasia’s rhizome and root added. After 5 weeks raising period, there was a better growth performance from Lasia group and data was significant difference (P<0.01) as antibiotic and Lasia group appeared 1,563.45 and 1,872.92 g of final weight, 2,755.55 and 2,951.00 g of feed intake , 1.82 and 1.62 of FCR, 23.64 and 23.20 baht of feed cost per 1 kg weight gain, respectively. Higher level of blood Testosterone and Estradiol 17-β were also found in the Lasia group. The above result suggested that Lasia added in the diet could improve broilers and layers production. Further experiment should be continued on the optimum level of plant’s part and sexual response of birds.

บรรณานุกรม :
สุนทรีพร ดวนใหญ่ . (2551). ผลของการเสริมผักหนาม (Lasia spinosa Thw.) ทดแทนยาปฎิชีวนะในอาหารต่อสมรรถนะการเจริญเติบโตและการให้ผผลิตของไก่เนื้อและไก่ไข่.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สุนทรีพร ดวนใหญ่ . 2551. "ผลของการเสริมผักหนาม (Lasia spinosa Thw.) ทดแทนยาปฎิชีวนะในอาหารต่อสมรรถนะการเจริญเติบโตและการให้ผผลิตของไก่เนื้อและไก่ไข่".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สุนทรีพร ดวนใหญ่ . "ผลของการเสริมผักหนาม (Lasia spinosa Thw.) ทดแทนยาปฎิชีวนะในอาหารต่อสมรรถนะการเจริญเติบโตและการให้ผผลิตของไก่เนื้อและไก่ไข่."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2551. Print.
สุนทรีพร ดวนใหญ่ . ผลของการเสริมผักหนาม (Lasia spinosa Thw.) ทดแทนยาปฎิชีวนะในอาหารต่อสมรรถนะการเจริญเติบโตและการให้ผผลิตของไก่เนื้อและไก่ไข่. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2551.