ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

โครงการวิจัยกรณีศึกษาชุมชนเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์เชิงอนุรักษ์ของเขาสมอแคลง อำเภอวังทอง จ.พิษณุโลก ระยะที่ 2

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : โครงการวิจัยกรณีศึกษาชุมชนเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์เชิงอนุรักษ์ของเขาสมอแคลง อำเภอวังทอง จ.พิษณุโลก ระยะที่ 2
นักวิจัย : ถาวร พงษ์พานิช
คำค้น : ชุมชน , ท่องเที่ยว , ประวัติศาสตร์ , เขาสมอแคลง
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2548
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4540030 , http://research.trf.or.th/node/3847
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาโครงการวิจัยกรณีศึกษาชุมชนเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์เชิงอนุรักษ์ของเขาสมอแคลง อำเภอวังทอง จ.พิษณุโลก ระยะที่ 2 สามารถสรุปผลได้ว่า การวิจัยแบบมีส่วนร่วม (PAR) น่าจะเหมาะสมกับงานวิจัยทางสังคมศาสตร์มากที่สุด เพราะท้ายสุดทุกคนจะเกิดความตระหนักในการพัฒนาและสามารถขับเคลื่อนงานวิจัยไปด้วยตนเอง ซึ่งจะสู่จุดหมายปลายทางคือ “ชุมชนเข้มแข็ง” และ “ยั่งยืน” แต่ปัญหาสำคัญที่สุดที่เป็นโจทย์สำคัญคือ “แล้วจะทำอย่างไรจึงจะให้บุคคลทุกระดับมาร่วมกิจกรรมกัน” ในเมื่อสภาพเศรษฐกิจและสังคมปัจจุบันอยู่ในภาวะที่ทุกคนต้องมีการแข่งขันกันสูง เพื่อความอยู่รอด ทุกคนต้องทำงานเลี้ยงปากเลี้ยงครอบครัว เช้าขึ้นมาต้องออกไปประกอบอาชีพที่ตนเองกำลังทำอยู่ อย่างเช่นชุมชนเขาสมอแคลง มีการทำอาชีพการเกษตรด้วยตนเอง หรือไปเป็นลูกจ้าง หรือมีรถมารับไปทำอาชีพรับจ้างก่อสร้างในเมือง แต่การประกอบอาชีพเหล่านี้ทำให้เขาได้มีอยู่มีกินเป็นวัน ๆ ไป และในขณะนั้นทันที เขาสามารถแก้ปัญหาปากท้องของเขาและครอบครัวได้ แต่เรื่องท่องเที่ยวเป็นเรื่องของอนาคต ดังนั้นการดำเนินงานให้ชุมชนเขามามีส่วนร่วมจึงต้องใช้ทฤษฎีทางสังคมวิทยาหลายทฤษฎี โดยเฉพาะโครงสร้าง – หน้าที่ที่นิยม และการแลกเปลี่ยน คณะผู้วิจัยจะไปหาข้อมูลในระดับรากหญ้า และในระดับ อบต. ซึ่งในขณะนี้ อบต. ต้องทำแผนจากชุมชนรากหญ้าเช่นเดียวกัน และอบต. คือตัวแทนชุมชนซึ่งสามารถโน้มน้าจัดประชุมได้ คณะวิจัยจึงเข้าไปในช่วงนี้ ทั้งคณะวิจัยและอบต. จึงประสานงาน ประสานประโยชน์ด้วยกันได้ และเมื่อจัดประชุมกันบ่อยครั้งชุมชนเกิดความตระหนักเอง เกิดการพัฒนากันเอง ซึ่งได้รูปแบบจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย โดยเฉพาะทีมประสานงาน ได้มาร่วมกับนักวิจัยพัฒนาโครงการวิจัย ซึ่งได้แก่ คำถามหลักในการวิจัย วัตถุประสงค์ กรอบแนวคิดและแนวการดำเนินงาน ขอบเขตการศึกษา วิธีการดำเนินงานวิจัย และสุดท้ายคือผลที่คาดว่าจะได้รับ ซึ่งทำให้คณะวิจัยได้แนวทาง ได้วิธีการในการดำเนินงานแบบมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง และระหว่างการพัฒนาโครงการ คณะนักวิจัยจะลงพื้นที่จริงโดยทั้งเป็นไปในลักษณะของการเก็บข้อมูลในชุมชน และดำเนินงานในชุมชนตามกรอบแนวคิดที่ค่อนข้างชัดเจนแล้ว เพราะพื้นที่จริงคือโจทย์คำถามที่เป็นไปได้มิใช่จากนักวิจัยมาตั้งเอง ดังนั้นกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงจึงลงสู่ชุมชน และชุมชนได้ใช้วิธีการเดียวกันนี้พัฒนาการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงด้วยเช่นกัน เพราะการดำเนินงานในลักษณะนี้เป็นการปฏิบัติงานบนเส้นทางแห่งปัญญา โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ร่วมกันในชุมชนเป็นตัวจักรและเป็นน้ำมันหล่อลื่นสำคัญ “การพัฒนาความรู้และความตระหนักมิได้เกิดแต่การสอนโดยการพูด การชี้แจง หรือการเสนอแน กระบวนการดำเนินงานที่สำคัญที่สุดคือการได้ลงมือปฏิบัติงานจริง เพราะในช่วงการปฏิบัติงานจริงจะทำให้เขาได้ประทะสังสรรค์กับทุกสภาพ ได้โจทย์คำถาม ได้วิธีการ และสุดท้ายได้คำตอบทั้งในเชิงความรู้ เชิงคุณธรรมจริยธรรม ด้วยตนเองภายใต้สภาวะแวดล้อมที่เป็นจริงในสังคมนั้น ๆ ”

บรรณานุกรม :
ถาวร พงษ์พานิช . (2548). โครงการวิจัยกรณีศึกษาชุมชนเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์เชิงอนุรักษ์ของเขาสมอแคลง อำเภอวังทอง จ.พิษณุโลก ระยะที่ 2.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ถาวร พงษ์พานิช . 2548. "โครงการวิจัยกรณีศึกษาชุมชนเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์เชิงอนุรักษ์ของเขาสมอแคลง อำเภอวังทอง จ.พิษณุโลก ระยะที่ 2".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ถาวร พงษ์พานิช . "โครงการวิจัยกรณีศึกษาชุมชนเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์เชิงอนุรักษ์ของเขาสมอแคลง อำเภอวังทอง จ.พิษณุโลก ระยะที่ 2."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2548. Print.
ถาวร พงษ์พานิช . โครงการวิจัยกรณีศึกษาชุมชนเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์เชิงอนุรักษ์ของเขาสมอแคลง อำเภอวังทอง จ.พิษณุโลก ระยะที่ 2. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2548.