ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

โครงการเสริมสร้างการเรียนรู้เพื่อชุมชนเป็นสุข ระยะที่ 2

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : โครงการเสริมสร้างการเรียนรู้เพื่อชุมชนเป็นสุข ระยะที่ 2
นักวิจัย : ทรงพล เจตนาวณิชย์
คำค้น : การเรียนรู้ , ความสุข , ชุมชน
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2550
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDC4740001 , http://research.trf.or.th/node/3790
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

โครงการเสริมสร้างการเรียนรู้เพื่อชุมชนเป็นสุข (สรส.) เป็นโครงการที่อยู่ภายใต้การสนับสนุนของ สสส. และ สกว. มีเป้าหมายระยะยาวและระยะสั้น 4 ประการ คือ (1) เพื่อพัฒนาระบบและกลไกการดำเนินงานในเชิงสถาบันที่ได้รับการยอมรับ/ศรัทธา เพื่อทำหน้าที่ในการเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ ทั้งระหว่างชุมชนด้วยกันเองในการปรับตัวเพื่อสร้างสรรค์ชุมชนเป็นสุข และระหว่างชุมชนกับภาคีต่างๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับสภาพความเป็นจริงของสังคมไทย อันจะช่วยให้การกำหนดนโยบายและการดำเนินงานของฝ่ายต่างๆเหมาะสมสอดคล้องกับชุมชนมากยิ่งขึ้น (2) สร้างและพัฒนาคนทำงานทางสังคม ที่ทำงานในระดับพื้นที่ (3) สร้างองค์ความรู้ว่าด้วยเรื่องกระบวนการเรียนรู้เพื่อประเมินชุมชนเป็นสุข (4) สรุปบทเรียน และสังเคราะห์องค์ความรู้เพื่อขยายผลไปสู่ระดับนโยบายและการดำเนินการของฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้อง โดยโครงการได้กำหนดระยะเวลาดำเนินการระยะที่ 1 เป็นเวลา 2 ปี ( 1 มิถุนายน 2546 – 31 พฤษภาคม 2548 : ขยายระยะเวลาต่อถึง 30 มิถุนายน 2548 ในวงงบประมาณเดิม) เพื่อเป็นการปูพื้นฐานในการสร้างองค์ความรู้และสร้างการมีส่วนร่วมจากฝ่ายต่างๆที่จะนำไปสู่การดำเนินงานเชิงสถาบันดังกล่าวในอนาคต โครงการ ได้แบ่งระยะการดำเนินงานของโครงการออกเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกมีระยะเวลา 4 เดือน ( 1 มิถุนายน 2546 - 30 กันยายน 2546 ) มีเป้าหมาย คือ (1) การประมวลสถานการณ์และปัญหางานพัฒนาในพื้นที่ (2) การเชื่อมร้อยเครือข่ายและการสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงการระดับภาค และ (3) การจัดตั้งคณะกรรมการอำนวยการเพื่อชี้ทิศทางของโครงการ ช่วงที่สอง มีระยะเวลา 20 เดือน มีเป้าหมายหลักและผลการดำเนินงานคือ (1) ร่วมพัฒนากลไกการจัดการระดับภาค ได้แก่ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคเหนือ เพื่อสนับสนุนการเรียนเชิงประเมินเพื่อนำไปสู่สุขภาวะของชุมชน (2) สร้างพื้นที่รูปธรรมเพื่อการเรียนรู้และการขยายผล โดยการต่อยอดจากทุนเดิมที่มีอยู่ในแต่ละภาค จำนวน 43 แห่ง ภาคกลาง 23 แห่ง ภาคอีสาน 14 แห่ง และภาคเหนือ 6 แห่ง (มีทั้งระดับหมู่บ้าน ตำบล ลุ่มน้ำ) (3) เสริมศักยภาพนักพัฒนาและแกนนำชุมชน ให้มีขีดความสามารถในการจัดการเรียนรู้ให้กับชุมชนสูงขึ้น โดยเน้นเรื่องการสร้างกระบวนทัศน์ใหม่ในการเรียนรู้ การทำความเข้าใจกับวัฒนธรรมการเรียนรู้ของกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย การพัฒนาความรู้และทักษะใหม่ๆในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เช่น การนำแนวคิดเรื่องการจัดการความรู้ การวิจัย การสร้างตัวชี้วัดและใช้ตัวชี้วัดในการประเมินตนเอง การเรียนรู้ผ่านการเผชิญสถานการณ์จริงชีวิตจริง การถอดความรู้ การเรียนรู้วิถีพุทธ การเรียนรู้ผ่านพิธีกรรมชุมชน การเรียนรู้ผ่านกระบวนการทางศิลป/ละคร การเรียนรู้ผ่านการฟังที่ลึกซึ้ง (Dialoque) กระบวนการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนเกิดความศรัทธา ความเชื่อมั่นในตัวเอง (Empowerment) ฯ ล ฯ มาใช้ในกระบวนการเรียนรู้ โดยมีเป้าหมายของการเรียนรู้อยู่ที่ให้ผู้เรียนรู้จักตัวเอง รู้จักชุมชน รู้จักโลก และสามารถดำรงตนในชุมชนได้อย่างมีความสุขบนฐานของการใช้ความรู้หรือปัญญาเป็นตัวนำ ผู้ที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากโครงการมีไม่ต่ำกว่า 500 คน และได้รับประโยชน์ทางอ้อมไม่ต่ำกว่า 1,000 คน ผลของการเรียนรู้ได้นำไปสู่คุณภาพของแกนนำในเรื่องของวิธีคิด ความรู้ และทักษะ ในการจัดการตัวเอง ครอบครัวและชุมชน ส่งผลในด้านการพัฒนาอาชีพ การลดต้นทุนการผลิต การดูแลตนเองเรื่องสุขภาพ การเปิดที่ยืนให้กับคนรุ่นใหม่ในชุมชน คนในชุมชนหันกลับมาทำงานร่วมกันมากขึ้น ฯ ล ฯ (4) ชุมชนได้มีโอกาสให้นิยาม ความหมาย และกำหนด ตัว ชี้วัดความสุข และใช้ตัวชี้วัดความสุขในการประเมินตนเอง แม้ว่าตัวชี้วัดความสุขที่ชุมชนกำหนดขึ้นจะมีลักษณะเป็นแนวคิดกว้างๆ ไม่ได้มีความชัดเจนที่จะสามารถวัดได้อย่างชัดเจน แต่ก็ได้สะท้อนให้เห็นว่า “ชุมชนจะเป็นสุขได้” ก็ต่อเมื่อ มีความมั่นคงด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ความมั่นคงด้านครอบครัว ความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคงด้านสุขภาพ ความมั่นคงด้านสังคม และความมั่นคงด้านวัฒนธรรมประเพณีเป็นต้น (5) ในการเดินไปสู่เป้าหมาย “ลดทุกข์ สร้างสุข” ของชุมชน แต่ละครัวเรือนในชุมชนจะมีลักษณะที่หลากหลายขึ้นอยู่กับพื้นฐานและทุนที่แตกต่างกัน โครงการฯได้สนับสนุนให้กลุ่มเป้าหมายได้เรียนรู้วิธีการถอดความรู้เพื่อให้รู้จักทุนของตนเอง สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ในชุมชน นอกชุมชน แล้วกำหนดเป้าหมายในการเรียนรู้ ใช้แนวคิดเรื่องการจัดการความรู้ในการพาตนเองไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ งานวิจัยสังเคราะห์องค์ความรู้ว่าด้วยกระบวนการเรียนรู้ของแต่ละโครงการอยู่ในระหว่างการดำเนินการ แต่ก็มีข้อสรุปเบื้องต้นว่า ในการจัดการเรียนรู้ให้กับชุมชนนั้น การเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงวัฒนธรรมการเรียนรู้ของกลุ่มเป้าหมายเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง กระบวนการและวิธีการเรียนรู้จำเป็นต้องมีความหลากหลายเพื่อให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ในแต่ละครั้ง การเรียนรู้ต้องเน้นการปฏิบัติจริงและสอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้เรียน การเรียนรู้จะต้องมีความต่อเนื่องเพียงพอถึงจะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ กระบวนการการเรียนรู้ที่เสริมศรัทธาและความมั่นใจให้กับผู้เรียน (Empowerment) เป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการเรียนรู้ของชุมชน ฯ ล ฯ องค์ความรู้เหล่านี้โครงการบางส่วนโครงการได้จัดทำขึ้นเป็นชุดความรู้และเครื่องมือในการส่งเสริมการเรียนรู้เรียบร้อยแล้ว บางส่วนยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ (6) ในระหว่างการดำเนินโครงการ สรส. ในแต่ละภาคได้สร้างเครือข่ายการเรียนรู้ให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็น โรงเรียน วัด สาธารณสุข เกษตร กศน. อบต มีการเรียนรู้ทั้งในพื้นที่ ข้ามพื้นที่ ข้ามภาค ผลของการเรียนรู้ทำให้เกิดมีการขยายผลการใช้ความรู้จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งอย่างรวดเร็ว นอกจากนั้น โรงเรียน และสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่งได้เริ่มส่งนักศึกษาลงไปฝึกงานในพื้นที่ปฏิบัติการของโครงการมากขึ้นเรื่อยๆ (7) องค์ความรู้จากการปฏิบัติงานในแต่ละภาคได้ถูกผลิตออกมาเป็นสื่อเพื่อการส่งเสริมการเรียนรู้และการเผยแพร่ ทั้งในรูปของเอกสาร (แผ่นพับ หนังสือ) VCD และได้ถูกนำไปเผยแพร่ในหนังสือพิมพ์รายวัน รายการวิทยุ และโทรทัศน์ ทั่วประเทศ (8) โครงการพบว่าเกือบทุกพื้นที่มีกลไกการจัดการเรียนรู้ของชุมชนอยู่แล้ว แต่มีความชัดเจน ความเข้มแข็ง และการจัดการที่แตกต่างกันตามเงื่อนไขของแต่ละพื้นที่ ส่วนใหญ่จะมีลักษณะการจัดการที่หลวมๆ ค่อยๆเป็นค่อยๆไปตามธรรมชาติ ยังมีจุดอ่อนในเรื่องของความไม่ต่อเนื่อง และขาดความสามารถในการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย โครงการ สรส. ได้มีส่วนเติมเต็มให้กับกลไกของชุมชนเหล่านั้นในด้านของการพัฒนาคน โดยเฉพาะการสร้างนักจัดการความรู้ท้องถิน และคนที่จะไปทำหน้าที่ในการอำนวยการการเรียนรู้ของชุมชน ให้มีความสามารถสูงขึ้น ขณะเดียวกันในกระบวนการทำงานเริ่มพบลู่ทางในการติดตั้งความเป็น “สถาบันจัดการความรู้ของชุมชน” เข้ากับกลไกปกติของสังคม โดยเชื่อมโยงบทบาทของ บ้าน วัด โรงเรียน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานสนับสนุนจากภายนอก และสถาบันการศึกษาเข้าด้วยกัน ภายใต้ยุทธศาสตร์ของการพัฒนาคนและขับเคลื่อนชุมชนด้วยกระบวนการจัดการความรู้ที่สามารถตอบสนองต่อการแก้ไขปัญหาและพัฒนาตนเองของชุมชน

บรรณานุกรม :
ทรงพล เจตนาวณิชย์ . (2550). โครงการเสริมสร้างการเรียนรู้เพื่อชุมชนเป็นสุข ระยะที่ 2.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ทรงพล เจตนาวณิชย์ . 2550. "โครงการเสริมสร้างการเรียนรู้เพื่อชุมชนเป็นสุข ระยะที่ 2".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ทรงพล เจตนาวณิชย์ . "โครงการเสริมสร้างการเรียนรู้เพื่อชุมชนเป็นสุข ระยะที่ 2."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2550. Print.
ทรงพล เจตนาวณิชย์ . โครงการเสริมสร้างการเรียนรู้เพื่อชุมชนเป็นสุข ระยะที่ 2. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2550.