ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ปัจจัยที่มีผลต่อความยั่งยืนการเลี้ยงแพะของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ภาคใต้ ตอนบน

หน่วยงาน กรมปศุสัตว์

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ปัจจัยที่มีผลต่อความยั่งยืนการเลี้ยงแพะของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ภาคใต้ ตอนบน
นักวิจัย : สินชัย เรืองไพบูลย์ , ยรรยง บุณยรัตน์
คำค้น : ยั่งยืน , แพะ , วิสาหกิจชุมชน
หน่วยงาน : กรมปศุสัตว์
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : -
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาโครงการปัจจัยที่มีผลต่อความยั่งยืนการเลี้ยงแพะของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ ภาคใต้ตอนบนครั้งนี้ ด าเนินการโดยสัมภาษณ์เกษตรกรสมาชิกกลุ่มและผู้น ากลุ่ม ที่เข้าร่วมกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยง แพะวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ภาคใต้ตอนบนทุกกลุ่มปี 2554 ในพื้นที่ภาคใต้ตอนบนทุกจังหวัด จ านวน 141 ราย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบวิธีการเลี้ยง ประเมินความยั่งยืนและความคิดเห็นและปัญหา อุปสรรคในการ เลี้ยงแพะ เพื่อใช้ในการพัฒนาเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ และผู้สนใจอื่นๆ ผลการศึกษา พบว่า ข้อมูลทั่วไปของกลุ่ม เกษตรกรส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุ41-50 ปี ร้อยละ 44.0 จบการศึกษาระดับประถมศึกษา ร้อยละ 52.5 นับถือศาสนาอิสลาม เกษตรกรร้อยละ 97.2 มีพื้นที่ท าการ เกษตรกรรม โดยร้อยละ 91.2 มีพื้นที่ท าการเกษตรกรรมระหว่าง 1-50 ไร่ โดยมีค่าเฉลี่ย 21.9 ไร่ เกษตรกร ทั้งหมดมีพื้นที่ส าหรับเลี้ยงแพะ เกษตรกรมีพื้นที่ส าหรับเลี้ยงแพะโดยมีค่าเฉลี่ย 9.9 ไร่ เกษตรกรทั้งหมดมีพื้นที่ ส าหรับคอกแพะมีค่าเฉลี่ย 1.5 ไร่ เกษตรกรมีพื้นที่แปลงหญ้าส าหรับเลี้ยงแพะมีค่าเฉลี่ย 4.3 ไร่ เกษตรกรทั้งหมด มีประสบการณ์ในการเลี้ยงแพะมาก่อนโดยมีค่าเฉลี่ย 6.2 ปี มีรายได้จากการเลี้ยงแพะโดยเฉลี่ย 63,572.22 บาท ต่อปี ร้อยละ 69.5 เคยได้รับการเลี้ยงแพะก่อนการเข้าร่วมกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ ร้อยละ 87.2 ใช้พ่อพันธุ์ใน ฟาร์มของตนเองที่มีอยู่ผสมพันธุ์ร้อยละ 67.4 ใช้พืชอาหารหยาบตามธรรมชาติเลี้ยง ร้อยละ 57.4 ไม่มีการ จ าหน่ายแพะพ่อแม่พันธุ์ร้อยละ 42.6 เป็นการจ าหน่ายระหว่างผู้เลี้ยงและผู้บริโภคซื้อโดยตรงเพื่อน าไปเป็น อาหาร ร้อยละ 83.0 ตัดสินใจเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มเพื่อต้องการแลกเปลี่ยนความรู้ข้อมูลข่าวสารการเลี้ยงแพะ ร้อยละ 51.8 มีความคาดหวังในการได้รับความรู้กิจกรรมถ่ายทอดความรู้ในระดับมาก(x =3.8) ร้อยละ 55.3 มีความพึงพอใจในด้านการได้รับประสบการณ์จากการแลกเปลี่ยนรู้ในระดับมาก(x =3.7) ร้อยละ 48.2 มีการ เปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการเลี้ยงแพะหลังเข้าร่วมกลุ่มในด้านจ านวนแพะในระดับเพิ่มมาก(x =4.2) และเลี้ยงแพะเป็น อาชีพเสริม เพื่อหารายได้เสริมให้แก่ครอบครัวมีแรงบันดาลใจในการเลี้ยงแพะเพราะมีความชอบและมีใจรักสัตว์ มี จุดเด่นของฟาร์มด้านอาหาร ด้านพันธุ์ ด้านโรงเรือน สุขาภิบาล มีพื้นที่ส าหรับเลี้ยงแพะเพียงพอ มีจ านวนแรงงาน เพียงพอต่อการเลี้ยง ร้อยละ 61.0 มีกิจกรรมการเลี้ยงแพะร่วมกับกิจกรรมการปลูกพืช ใช้ภูมิปัญญาและทรัพยากร ที่มีในการเลี้ยง ใช้สมุนไพรในการรักษาและป้องกันโรค ร้อยละ 71.6 มีรายได้จากการจ าหน่ายแพะเนื้อ ผู้น าใน ชุมชนมีประสบการณ์ มีความรู้ผ่านการอบรมศึกษาดูงานในหลักสูตรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงแพะ เกษตรกร ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ ส าหรับข้อทั่วไปการบริหารจัดการกลุ่ม ส่วนใหญ่ร้อยละ 74.5 รวมตัวกันเองในเกษตรกรด้วยกัน โดยมี สาเหตุที่รวมตัวกันคือ ร้อยละ 48.6 แลกเปลี่ยนความรู้ในการเลี้ยงแพะ มีอายุของการด าเนินงานกลุ่มมาแล้วโดย เฉลี่ย 4.2 ปีร้อยละ 91.5 มีระเบียบข้อบังคับของกลุ่มและผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมกลุ่ม ร้อยละ 59.6 มี เงินทุนหมุนเวียนของกลุ่มโดยเฉลี่ย 40,458.60 บาท และมีมูลค่าของทรัพย์สินกลุ่มโดยเฉลี่ย 55,833.30 บาท การประชุมของสมาชิกกลุ่มทุกกลุ่มโดยเฉลี่ย 8.5 ครั้งต่อปี เนื้อหาในการประชุมร้อยละ 78.7 รายงานผลการ ด าเนินงานที่พัฒนาแก่สมาชิกในกลุ่ม การบริหารการจัดการการเลี้ยงแพะในด้านต่างๆ คือด้านอาหาร มีความแหล่งอาหารที่เพียงพอ โดยอาศัย วัชพืชที่ขึ้นภายในสวน เกษตรกรมีการจัดท าแปลงพืชอาหารสัตว์โดยเฉลี่ย 4.3 ไร่มีพันธุ์พืชที่ปลูกเพื่อเป็นอาหาร ส าหรับแพะ ร้อยละ 76.6 ได้น ามูลแพะมาใช้ในเกษตรกรรมของตนเอง ด้านพันธุ์ มีการใช้พันธุ์พื้นเมืองที่แข็งแรง มีการพัฒนาพันธุ์อย่างต่อเนื่อง การคัดเลือกพันธุ์จากฟาร์มของตนเองหรือยืมพ่อพันธุ์จากเพื่อนสมาชิก ด้าน โรงเรือน คอกเลี้ยงหรือโรงเรือนที่ได้มาตรฐาน แยกเป็นสัดส่วน อากาศถ่ายเทได้สะดวก ร้อยละ 53.2 มีการฉีด วัคซีนป้องกันโรคระบาด และร้อยละ 91.5 มีการถ่ายพยาธิเป็นประจ าทุกปี มีการใช้สมุนไพรในท้องถิ่นในการ รักษาโรค เป็นต้น ส าหรับการบริหารการจัดการในด้านต่างๆ มีการวัดระดับเป็นความถี่ของกิจกรรม โดยระดับ คะแนนที่ได้รับ คือ คะแนนระดับ 3 กิจกรรมที่ด าเนินการเป็นประจ า ซึ่งสอดคล้องกับยอดชาย ทองไทยนันท์ (2550)เรื่อง การเลี้ยงสัตว์ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง จากการศึกษา พบว่า รูปแบบและวิธีการเลี้ยงแพะมีความ เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และมีความยั่งยืนของสมาชิกกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ เป็นอย่างดี การประเมินเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ จากการศึกษาพบว่าปัจจัยที่มีผลต่อความยั่งยืน มีปัจจัยในด้านต่างๆ ที่ ส่งเสริมให้เกษตรกรมีผลต่อความยั่งยืน มีสมาชิกในชุมชนเลี้ยงสัตว์ มีวัฒนธรรม และภูมิปัญญาในท้องถิ่น มีการ รวมกลุ่มสมาชิกจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลประเภทกลุ่มวิสาหกิจชุมชน มีการแบ่งกลุ่มและก าหนดมอบหมายหน้าที่ ของคณะกรรมการอย่างชัดเจน มีการระดมหุ้นจากสมาชิก มีกิจกรรมการออมเงิน มีการตรวจสอบทรัพย์สินของ กลุ่ม มีการแจ้งสถานะทางการเงินให้สมาชิก มีการเข้าร่วมโครงการเสริมของกลุ่มต่างๆ มีส่วนร่วมในการแก้ไข ปัญหาเรื่องอาชีพการเลี้ยงสัตว์ และปัญหาด้านอื่นๆ ของชุมชน ท าให้กลุ่มและชุมชนมีความเข็มแข็ง ปัจจัยด้าน ทรัพยากรธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ อาหาร สมุนไพรที่เกิดขึ้นในภูมิปัญญาในการรักษาและป้องกัน โรค ได้รับปัจจัยการสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอก มีการประชุมหารือเพื่อก่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ๆ ให้แก่ สมาชิกกลุ่ม จากการศึกษาสรุปได้ว่าวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ภาคใต้ตอนบนมีความยั่งยืนต่อการเลี้ยง แพะ โดยมีคะแนนรวมในทุกๆ ด้านจากการศึกษามีระดับคะแนนสูงกว่า 80 คะแนน ถือว่ามีความยั่งยืนในการ เลี้ยงแพะเป็นอย่างดีต่อไป.

บรรณานุกรม :
สินชัย เรืองไพบูลย์ , ยรรยง บุณยรัตน์ . (2556). ปัจจัยที่มีผลต่อความยั่งยืนการเลี้ยงแพะของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ภาคใต้ ตอนบน.
    กรุงเทพมหานคร : กรมปศุสัตว์.
สินชัย เรืองไพบูลย์ , ยรรยง บุณยรัตน์ . 2556. "ปัจจัยที่มีผลต่อความยั่งยืนการเลี้ยงแพะของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ภาคใต้ ตอนบน".
    กรุงเทพมหานคร : กรมปศุสัตว์.
สินชัย เรืองไพบูลย์ , ยรรยง บุณยรัตน์ . "ปัจจัยที่มีผลต่อความยั่งยืนการเลี้ยงแพะของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ภาคใต้ ตอนบน."
    กรุงเทพมหานคร : กรมปศุสัตว์, 2556. Print.
สินชัย เรืองไพบูลย์ , ยรรยง บุณยรัตน์ . ปัจจัยที่มีผลต่อความยั่งยืนการเลี้ยงแพะของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ภาคใต้ ตอนบน. กรุงเทพมหานคร : กรมปศุสัตว์; 2556.