| ชื่อเรื่อง | : | ปัจจัยบางประการที่มีอิทธิพลต่อการใช้บริการสปาของผู้ใช้บริการสปาในกรุงเทพมหานคร |
| นักวิจัย | : | จุฑารัตน์ พิริยะเบญจวัฒน์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | วิทยาลัยดุสิตธานี |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2554 |
| อ้างอิง | : | - |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาปัจจัยทางด้านประชากรศาสตร์กับพฤติกรรมการใช้บริการสปาของผู้ใช้บริการสปาในกรุงเทพมหานคร 2. ศึกษาปัจจัยทางด้านส่วนประสมการตลาดที่มีอิทธิพลต่อการใช้บริการสปาของผู้ใช้บริการสปาในกรุงเทพมหานคร 3. ศึกษาพฤติกรรมการใช้บริการสปาของผู้ใช้บริการสปาใน กรุงเทพมหานคร 4. ศึกษาเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการใช้บริการสปา ตามคุณลักษณะด้านประชากรศาสตร์และพฤติกรรมการใช้บริการสปา และ 5.ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง พฤติกรรมการใช้บริการสปากับปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างที่เลือกมาแบบเจาะจง (Purposive Sampling Technique) แล้วนำมาวิเคราะห์ด้วยโปรแกรมทางสถิติ โดยมุ่งศึกษาผู้ที่เคยใช้บริการสปาในกรุงเทพมหานครในเขตวัฒนา สาทรและบางรักปี 2551 จำนวนทั้งสิ้น 390 คน สถิติที่ใช้ในการวิจัยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) และสถิติเชิงอ้างอิง (Inferential Statistics) สถิติเชิงพรรณนาได้แก่ ค่าความถี่ (Frequency) ค่าร้อยละ(Percentage) ค่าเฉลี่ย (Arithmetic Mean) และส่วนเบี่ยงแบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ใช้สาหรับวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง สถิติเชิงอ้างอิง ได้แก่ t-test ใช้สำหรับทดสอบความแตกต่างระหว่าง 2 กลุ่ม F-test (ANOVA) ใช้สำหรับทดสอบความแตกต่างมากกว่า 2 กลุ่ม และ Chisquare ใช้สำหรับวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของส่วนประสมการตลาดและปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อ ผู้ใช้บริการสปาในกรุงเทพมหานครผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 65.9 โดยส่วนใหญ่มีอายุมากกว่า40-50 คิดเป็นร้อยละ 31.5 สมรสแล้ว คิดเป็นร้อยละ 43.1 และประกอบอาชีพเป็นพนักงานบริษัท คิดเป็นร้อยละ28.7 นอกจากนี้ยังพบว่า ส่วนใหญ่มีรายได้ต่อเดือน 20,000-39,999บาทคิดเป็นร้อยละ 33.6 และมีการศึกษาระดับปริญญาตรีคิดเป็นร้อยละ 52.3 การวิเคราะห์ด้านส่วนประสมการตลาดที่มีอิทธิพลต่อการใช้บริการสปาพบว่าปัจจัยด้านราคามีอิทธิพลต่อการใช้บริการสปาของผู้ใช้บริการสปาเป็นอันดับ 1 ( ?= 3.25) รองลงมาคือปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ ( ? = 3.20) และปัจจัยด้านการสนับสนุนส่งเสริมการขาย ( ? = 3.03) ส่วนปัจจัยด้านที่มีอิทธิพลต่อการใช้บริการสปาเป็นอันดับสุดท้ายคือ ปัจจัยด้านช่องทางการจัดจาหน่ายสถานที่ให้บริการ( ? = 3.00)การวิเคราะห์ด้านพฤติกรรมการใช้บริการสปาพบว่า ผู้บริโภคใช้บริการสปาตัวมากที่สุดคิดเป็นร้อยละ51.8 โดยเลือกใช้บริการสปาด้วยเหตุผล เพื่อผิวพรรณ ความงามมากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 41.3 ซึ่งส่วนใหญ่มีความเชื่อว่าสิ่งที่มีความสำคัญมากที่สุดต่อการเลือกใช้สถานที่บริการสปาคือ ตนเอง คิดเป็นร้อยละ 38.5 ในส่วนของช่วงเวลาที่สะดวกในการเลือกใช้บริการสปา ส่วนใหญ่คิดว่าเป็นช่วง16.01-21.00 น. คิดเป็นร้อยละ 46.2 โดยการไปใช้บริการสปาส่วนใหญ่มักไปใช้บริการสปากับเพื่อนคิดเป็นร้อยละ 54.9 และส่วนใหญ่นิยมไปใช้บริการสปา2-3 ครั้งต่อเดือน คิดเป็นร้อยละ 45.1นอกจากนี้ยังพบว่าส่วนใหญ่ใช้บริการสปา โดยเฉลี่ย 1,000-2,000 บาทต่อครั้ง คิดเป็นร้อยละ 39.5และนิยมเลือกใช้บริการสปาประเภทเดย์สปามากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 78.7 |
| บรรณานุกรม | : |
จุฑารัตน์ พิริยะเบญจวัฒน์ . (2554). ปัจจัยบางประการที่มีอิทธิพลต่อการใช้บริการสปาของผู้ใช้บริการสปาในกรุงเทพมหานคร.
กรุงเทพมหานคร : วิทยาลัยดุสิตธานี. จุฑารัตน์ พิริยะเบญจวัฒน์ . 2554. "ปัจจัยบางประการที่มีอิทธิพลต่อการใช้บริการสปาของผู้ใช้บริการสปาในกรุงเทพมหานคร".
กรุงเทพมหานคร : วิทยาลัยดุสิตธานี. จุฑารัตน์ พิริยะเบญจวัฒน์ . "ปัจจัยบางประการที่มีอิทธิพลต่อการใช้บริการสปาของผู้ใช้บริการสปาในกรุงเทพมหานคร."
กรุงเทพมหานคร : วิทยาลัยดุสิตธานี, 2554. Print. จุฑารัตน์ พิริยะเบญจวัฒน์ . ปัจจัยบางประการที่มีอิทธิพลต่อการใช้บริการสปาของผู้ใช้บริการสปาในกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : วิทยาลัยดุสิตธานี; 2554.
|
