ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : กระบวนการสร้างความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ในศาลยุติธรรม
นักวิจัย : สถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คำค้น : -
หน่วยงาน : สำนักงานศาลยุติธรรม
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2553
อ้างอิง : -
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

โครงการวิจัยเรื่อง กระบวนการสร้างความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ ในศาลยุติธรรม มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิด รูปแบบ และ กระบวนการในการนำกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์มาใช้ ในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา โดยศึกษาเปรียบเทียบ ระหว่างไทยกับต่างประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย แคนาดา ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เพื่อวิเคราะห์ข้อดี ข้อเสียของการนำระบบกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ที่ใช้ในกฏหมายไทย กระบวนการที่ดำเนินการในกฏหมายต่างประเทศ และแนวทางในการพัฒนากระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ที่เหมาะสมในประเทศไทย และเพื่อพัฒนารูปแบบ เทคนิค วิธีการของกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ที่ควรนำมาใช้ในศาลไทยเพื่อให้สามารถอำนวยความยุติธรรมทางอาญาอย่างมีประสิทธิภาพ แนวคิดเรื่องความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ เป็นแนวคิดใหม่ในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา โดยมีวัตถุประสงค์จะแก้ไขปัญหาระหว่างผู้เสียหายกับผู้กระทำผิดให้มีความเข้าใจซึ่งกันและกันในเหตุและปัจจัยอันก่อให้เกิดการกระทำผิดและผลกระทบจากการกระทำผิด อันจะนำมาซึ่งการระงับข้อขัดแย้งและป้องกันการแก้แค้นระหว่างกันอีกต่อไป ผลที่ได้จากงานวิจัยมีข้อสรุปได้ดังนี้ ๑) นโยบาย ศาลยุติธรรมควรมีนโยบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับการนำกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์มาใช้ในศาลยุติธรรม โดยควรมีคณะกรรมการในระดับศาลฎีกาหรือในสำนักงานศาลยุติธรรมขึ้นมาคณะหนึ่งร่วมกับกระทรวงยุติธรรม เพื่อทำหน้าที่พัฒนาและส่งเสริมการนำกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์มาใช้ในศาลยุติธรรมก่อนและหลังกระบวนการพิจารณาคดี ๒) แผนงานการพัฒนา กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์หากจะนำมาใช้ต้องเกิดจากความพร้อมของบุคลากรทั้งฝ่ายผู้มีหน้าที่ดำเนินการในกระบวนการยุติธรรมและผู้เกี่ยวข้องหรือได้รับผลกระทบจากการกระทำผิดในชุมชน อีกทั้งต้องปรับปรุงกฏหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องให้สามารถใช้กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ในคดีอาญาและคดีเยาวชนและครอบครัวได้ ๓) กลไกการพัฒนา ๓.๑) ควรจัดตั้งคณะกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ในศาลยุติธรรมขึ้น ๓.๒) ควรมีการจัดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ในการประชุมเยียวยาและฟื้นฟูความสัมพันธ์ ๓.๓) จัดทำคู่มือปฏิบัติงานเพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องใช้เป็นคู่มือในการดำเนินการหลังได้รับการอบรม ๓.๔) จัดทำวิจัยเกี่ยวกับการประเมินผลการดำเนินการเกี่ยวกับการนำกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์มาใช้และประสิทธิผลในการลดจำนวนอาชญากรรม ๓.๕) สร้างความเข้าใจและผลของการนำแนวทางการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ให้แก่ประชาชนโดยเฉพาะผู้เสียหายและผู้กระทำผิด เนื่องจากหลักการนี้เป็นหลักการใหม่

บรรณานุกรม :