ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

4.6 การพัฒนาครูผู้สอน ในการสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเรื่อง นิทานพื้นบ้านอีสาน

หน่วยงาน มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : 4.6 การพัฒนาครูผู้สอน ในการสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเรื่อง นิทานพื้นบ้านอีสาน
นักวิจัย : สายหยุด ภูปุย , สุนันทา จันมีวงษ์
คำค้น : การพัฒนา , นิทานพื้นบ้านอีสาน , บทเรียนคอมพิวเตอร์
หน่วยงาน : มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : มรภ.กาฬสินธุ์ ก่อนยุบรวมเป็น ม.กาฬสินธุ์
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัย เรื่อง การพัฒนาหลักสูตร พัฒนาครูผู้สอน สร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน(CAI) นิทานพื้นบ้านอีสาน มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมครูผู้สอน สร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน นิทานพื้นบ้านอีสาน 2) เพื่อศึกษาผลการใช้หลักสูตรฝึกอบรมครูผู้สอน สร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน นิทานพื้นบ้านอีสานที่พัฒนาขึ้น 3) เพื่อประเมินความพึงพอใจของครูผู้สอนต่อหลักสูตรฝึกอบรมกลุ่มเป้าหมาย คือ ครูผู้สอนโรงเรียนบ้านสี่แยกสมเด็จ อำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวน 17 คน กลุ่มผู้ให้ข้อมูลนิทานพื้นบ้านอีสาน คือ ปราชญ์ผู้รู้ผู้ชำนาญการเล่านิทานในพื้นที่ อำเภอสมเด็จ,อำเภอนามน,อำเภอห้วยผึ้ง,อำเภอดอนจานและอำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวน 11 คน วิธีดำเนินการวิจัย ใช้รูปแบบการวิจัยและพัฒนา (R&D) พัฒนาหลักสูตร 4 ระยะ คือ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน โดยศึกษาเอกสาร,การจัดประชุมระดมความคิด 2) สร้างหลักสูตร โดยการร่างหลักสูตรและประเมินหลักสูตร 3) ทดลองใช้หลักสูตร โดยการนำร่องและใช้จริง 4) ประเมินผลหลักสูตร โดยสังเกต สัมภาษณ์และประเมินทักษะปฏิบัติ เนื้อหาสาระที่สร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน คือ นิทานพื้นบ้านอีสาน โดยใช้โปรแกรม Adobe Captivatetm 3 ในการสร้างบทเรียน ใช้กระบวนการฝึกอบรมตามหลักสูตร 4 กิจกรรม 35 ชั่วโมง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์ แบบบันทึกเหตุการณ์ แบบประเมินความเหมาะสมของหลักสูตรฝึกอบรม,แบบประเมินความสอดคล้องของหลักสูตรฝึกอบรม,แบบประเมินทักษะปฏิบัติของครูผู้สอนที่เข้ารับการฝึกอบรมและแบบประเมินความพึงพอใจต่อหลักสูตรฝึกอบรม ผลการวิจัย พบว่า 1) ใช้เนื้อหานิทานพื้นบ้านอีสาน 15 เรื่อง หลักสูตรฝึกอบรมมีความเหมาะสมแต่ละรายข้อมีค่าคะแนนเฉลี่ยตั้งแต่ 2.75 ขึ้นไปเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) .50 อยู่ในระดับตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 2) ครูผู้สอนที่เข้ารับการฝึกอบรมสามารถนำเนื้อหานิทานพื้นบ้านอีสาน สร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนด้วยตัวของครูผู้สอนเอง มีทักษะปฏิบัติการสร้างสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแต่ละด้านมีค่าคะแนนเฉลี่ยตั้งแต่3.11 ขึ้นไปแสดงให้เห็นว่าโดยภาพรวมหลักสูตรฝึกอบรมการสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน(CAI) มีประสิทธิภาพอยู่ในระดับดีปานกลาง (3.46 ) และ 3) ครูผู้สอนมีความพึงพอใจในด้านตัวป้อนโดยภาพรวมอยู่ระดับมาก (3.56) ในด้านผลผลิตโดยภาพรวมพึงพอใจอยู่ระดับปานกลาง (3.00) หลักสูตรฝึกอบรมที่พัฒนาขึ้นนี้จึงเกิดจากความต้องการของกลุ่มครูผู้สนใจ และ มุ่งพัฒนาตนเองด้วยจิตสำนึกในตนเอง มีความมุ่งมั่นเสียสละ ทั้งเวลาและงบประมาณส่วนตัว นับเป็นปัจจัยเสริมที่สำคัญในการช่วยให้การฝึกอบรมประสบผลสำเร็จ แต่อย่างไรก็ตามการฝึกอบรมไม่ใช่เพียงการถ่ายทอดความรู้ให้แก่ครูผู้สอนที่เข้ารับการฝึกอบรมในห้องตามเวลาที่กำหนดเท่านั้นแต่เป็นการให้แนวทางการเรียนรู้ให้สามารถพัฒนาสื่อการเรียนการสอนโดยนำเนื้อหาภูมิปัญญาในท้องถิ่นมาพัฒนาผ่านสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ

บรรณานุกรม :
สายหยุด ภูปุย , สุนันทา จันมีวงษ์ . (2551). 4.6 การพัฒนาครูผู้สอน ในการสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเรื่อง นิทานพื้นบ้านอีสาน.
    กาฬสินธุ์ : มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์.
สายหยุด ภูปุย , สุนันทา จันมีวงษ์ . 2551. "4.6 การพัฒนาครูผู้สอน ในการสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเรื่อง นิทานพื้นบ้านอีสาน".
    กาฬสินธุ์ : มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์.
สายหยุด ภูปุย , สุนันทา จันมีวงษ์ . "4.6 การพัฒนาครูผู้สอน ในการสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเรื่อง นิทานพื้นบ้านอีสาน."
    กาฬสินธุ์ : มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์, 2551. Print.
สายหยุด ภูปุย , สุนันทา จันมีวงษ์ . 4.6 การพัฒนาครูผู้สอน ในการสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเรื่อง นิทานพื้นบ้านอีสาน. กาฬสินธุ์ : มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์; 2551.