| ชื่อเรื่อง | : | การบริหารงานด้านอาชีวอนามัยส่วนภูมิภาคของกระทรวงสาธารณสุข |
| นักวิจัย | : | จิรารัตน์ แก้วประเสริฐ |
| คำค้น | : | อาชีวอนามัย -- การบริหาร , การบริหารสาธารณสุข , สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด , โรงพยาบาล -- การบริหาร , Industrial hygiene -- Administration , Public health administration , Provincial public health offices , Hospitals -- Administration |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | สรันยา เฮงพระพรหม , วิโรจน์ เจียมจรัสรังษี , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2550 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/53109 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550 การศึกษานี้เป็นการศึกษาเชิงพรรณนา ณ จุดเวลาหนึ่ง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงการบริหารงานด้านอาชีวอนามัยของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไป โดยส่งแบบสอบถามทางไปรษณีย์ถึงนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดและผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปถึงหัวหน้ากลุ่มงานอาชีวอนามัยทุกแห่ง รวม 170 แห่ง อัตราการตอบกลับคิดเป็น 81.17% ผลจากการศึกษาพบว่า ในหน่วยงานของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หัวหน้ากลุ่มงานอาชีวอนามัยส่วนใหญ่มีตำแหน่งเป็นนักวิชาการ ระดับการศึกษาปริญญาโท ระยะเวลาที่รับผิดชอบของงานเฉลี่ย 4 ปี ไม่เคยจบการศึกษาในหลักสูตรที่เกี่ยวข้องด้านอาชีวอนามัย ทีมงานด้านอาชีวอนามัยประกอบด้วยนักวิชาการ และลูกจ้างประจำ ส่วนใหญ่เห็นว่าทีมงานทั้งด้านจำนวนของบุคลากรและคุณสมบัติไม่เหมาะสม วัสดุ อุปกรณ์ ไม่เพียงพอ งานอาชีวอนามัยไม่ได้แยกออกจากงานอื่นๆ ในภาพรวมการบริหารงานอาชีวอนามัยด้านการบริหาร บริการและวิชาการส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลาง โดยด้านบริการมีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด (2.61) และด้านวิชาการมีคะแนนเฉลี่ยต่ำสุด (2.49) เมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนค่าเฉลี่ยอันดับที่การบริหารงานอาชีวอนามัยของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพบว่า ปัจจัยด้านองค์กรที่มีผลต่องานอาชีวอนามัยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ คือ จำนวนบุคลากรและความรู้ของทีมงาน และด้านปัจจัยเสริม คือ จำนวนสถานประกอบการ ในโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไป พบว่า หัวหน้ากลุ่มงานอาชีวอนามัยส่วนใหญ่มีตำแหน่งเป็นพยาบาลวิชาชีพ ระดับการศึกษาปริญญาตรี ระยะเวลาที่รับผิดชอบงานเฉลี่ย 4 ปี ส่วนใหญ่ไม่เคยจบการศึกษาในหลักสูตรที่เกี่ยวข้องด้านอาชีวอนามัย ทีมงานส่วนใหญ่เป็นแพทย์และพยาบาล ส่วนใหญ่เห็นว่าทีมงานทั้งด้านจำนวนของบุคลากรและคุณสมบัติไม่เหมาะสม วัสดุ อุปกรณ์ ไม่เพียงพอ โรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปส่วนใหญ่แยกงานอาชีวอนามัยออกจากงานอื่นชัดเจน ในภาพรวมการบริหารงานอาชีวอนามัยด้านบริหาร บริการ และวิชาการอยู่ในระดับปานกลาง โดยด้านบริการมีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด (2.94) และด้านวิชาการมีคะแนนเฉลี่ยต่ำสุด (2.58) เมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนค่าเฉลี่ยอันดับที่การบริหารงานอาชีวอนามัยของโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไป พบว่า ปัจจัยส่วนบุคคลที่มีผลต่อการบริหารงานอาชีวอนามัยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติคือ ตำแหน่งและระดับการศึกษาของหัวหน้ากลุ่มงานอาชีวอนามัย และปัจจัยด้านองค์กร คือโครงสร้างขององค์กรและจำนวนวัสดุ อุปกรณ์ เมื่อเปรียบเทียบการบริหารงานอาชีวอนามัยระหว่างสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปพบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อพิจารณาคะแนนค่าเฉลี่ยอันดับที่พบว่าโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปมีค่าคะแนนเฉลี่ยอันดับที่มากกว่าสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ผลการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าการบริหารงานอาชีวอนามัยของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปยังมีความจำเป็นต้องพัฒนา ปรับปรุง ด้านบุคลากร การกำหนดบทบาทให้ชัดเจน วัสดุ อุปกรณ์ ที่เพียงพอเพื่อพัฒนาให้งานอาชีวอนามัยมีความชัดเจนกว่านี้ โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้ความสำคัญ |
| บรรณานุกรม | : |
จิรารัตน์ แก้วประเสริฐ . (2550). การบริหารงานด้านอาชีวอนามัยส่วนภูมิภาคของกระทรวงสาธารณสุข.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. จิรารัตน์ แก้วประเสริฐ . 2550. "การบริหารงานด้านอาชีวอนามัยส่วนภูมิภาคของกระทรวงสาธารณสุข".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. จิรารัตน์ แก้วประเสริฐ . "การบริหารงานด้านอาชีวอนามัยส่วนภูมิภาคของกระทรวงสาธารณสุข."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550. Print. จิรารัตน์ แก้วประเสริฐ . การบริหารงานด้านอาชีวอนามัยส่วนภูมิภาคของกระทรวงสาธารณสุข. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2550.
|
