ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเปรียบเทียบวิธีการประมาณช่วงความเชื่อมั่นสำหรับขนาดอิทธิพลมาตรฐานของตัวอย่างสองกลุ่มที่เป็นอิสระต่อกันและไม่เป็นอิสระต่อกัน : การแจกแจงแลมดาของตูกี

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเปรียบเทียบวิธีการประมาณช่วงความเชื่อมั่นสำหรับขนาดอิทธิพลมาตรฐานของตัวอย่างสองกลุ่มที่เป็นอิสระต่อกันและไม่เป็นอิสระต่อกัน : การแจกแจงแลมดาของตูกี
นักวิจัย : นิตยา เหิมใจหาญ
คำค้น : ช่วงความเชื่อมั่น , วิธีมอนติคาร์โล , Confidence intervals , Monte carlo method
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สุชาดา บวรกิติวงศ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/52915
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาวิธีในการประมาณค่าช่วงความเชื่อมั่น ที่ให้ค่าความยาวเฉลี่ยของช่วงความเชื่อมั่นต่ำที่สุด ในการประมาณช่วงความเชื่อมั่นสำหรับขนาดอิทธิพลมาตรฐานของตัวอย่างสองกลุ่มที่เป็นอิสระต่อกันและไม่เป็นอิสระต่อกันของข้อมูลที่มีการแจกแจงแลมดาของตูกี ที่ระดับความเบ้แตกต่างกัน 5 ระดับ ได้แก่ 0.25, 0.5, 1.0, 1.5 และ 2.0 ระดับความโด่ง ได้แก่ 2, 4, 6, 8,10,12 และ 14 ค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่นที่กำหนดเท่ากับ 0.90, 0.95 และ 0.99 และกำหนดขนาดตัวอย่างเท่ากับ 2, 4, 6, 8, 12, 16, 24, 28, 32, 48, 56, 64, 96, 112 และ128 ข้อมูลในการวิจัยได้จากการจำลองข้อมูลด้วยเทคนิคมอนติ คาร์โล ซิมูเลชั่น (Monte Carlo Simulation Method) จากโปรแกรม MATLAB โดยแต่ละกรณีจะทำการทดลองซ้ำ 3,000 ครั้ง ผลการวิจัยที่สำคัญสรุปได้ดังนี้ 1. กรณีตัวอย่างสองกลุ่มเป็นอิสระต่อกัน วิธี gH และ วิธี dH ให้ค่าความยาวเฉลี่ยของช่วงความเชื่อมั่นสั้นที่สุด ทุกสถานการณ์ของความเบ้และความโด่ง ซึ่งทั้งสองวิธีนี้จะให้ค่าความยาวเฉลี่ยของช่วงความเชื่อมั่นเท่ากัน 2. กรณีตัวอย่างสองกลุ่มไม่เป็นอิสระต่อกัน วิธี dU ให้ค่าความยาวเฉลี่ยของช่วงความเชื่อมั่นสั้นที่สุด เมื่อความเบ้เท่ากับ 2 ความโด่งเท่ากับ 10 3. เมื่อ เพิ่มขึ้น ค่าความยาวเฉลี่ยของช่วงความเชื่อมั่นจะลดลง 4. ขนาดกลุ่มตัวอย่างจะมีผลต่อความยาวของช่วงความเชื่อมั่น ซึ่งพบว่า เมื่อกลุ่มตัวอย่างมี ขนาดใหญ่ขึ้นวิธีการประมาณช่วงความเชื่อมั่น 9 วิธี ได้แก่ วิธี dB, gU, dU, gL1, dL1, gL2,dL2, gH และ dH จะมีค่าความยาวเฉลี่ยของช่วงความเชื่อมั่นลดลง ยกเว้นวิธี gB ที่ค่าความยาวเฉลี่ยของช่วง ความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นเมื่อกลุ่มตัวอย่างมีขนาดใหญ่ขึ้น

บรรณานุกรม :
นิตยา เหิมใจหาญ . (2551). การเปรียบเทียบวิธีการประมาณช่วงความเชื่อมั่นสำหรับขนาดอิทธิพลมาตรฐานของตัวอย่างสองกลุ่มที่เป็นอิสระต่อกันและไม่เป็นอิสระต่อกัน : การแจกแจงแลมดาของตูกี.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นิตยา เหิมใจหาญ . 2551. "การเปรียบเทียบวิธีการประมาณช่วงความเชื่อมั่นสำหรับขนาดอิทธิพลมาตรฐานของตัวอย่างสองกลุ่มที่เป็นอิสระต่อกันและไม่เป็นอิสระต่อกัน : การแจกแจงแลมดาของตูกี".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นิตยา เหิมใจหาญ . "การเปรียบเทียบวิธีการประมาณช่วงความเชื่อมั่นสำหรับขนาดอิทธิพลมาตรฐานของตัวอย่างสองกลุ่มที่เป็นอิสระต่อกันและไม่เป็นอิสระต่อกัน : การแจกแจงแลมดาของตูกี."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551. Print.
นิตยา เหิมใจหาญ . การเปรียบเทียบวิธีการประมาณช่วงความเชื่อมั่นสำหรับขนาดอิทธิพลมาตรฐานของตัวอย่างสองกลุ่มที่เป็นอิสระต่อกันและไม่เป็นอิสระต่อกัน : การแจกแจงแลมดาของตูกี. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551.