| ชื่อเรื่อง | : | ผลของการให้อาหารในวัยเยาว์ต่อความสามารถในการผสมพันธุ์ของแมลงวันผลไม้ชนิด Bactrocera dorsalis (Hendel)และ Bactrocera correcta (Bezzi) |
| นักวิจัย | : | สุขสม ชินวินิจกุล , วัชรีพร โอฬารกนก |
| คำค้น | : | แมลงวันผลไม้ |
| หน่วยงาน | : | กรมส่งเสริมการเกษตร |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2554 |
| อ้างอิง | : | http://www.research.doae.go.th/webrsh/show-rsh.asp?res_no=4055&action=Q&keyword=%E1%C1%C5%A7%C7%D1%B9%BC%C5%E4%C1%E9&res_author=&res_subject=&res_div_name=&res_abstract= |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | เทคโนโลยีแมลงเป็นหมัน (Sterile Insect Technique-SIT) เป็นเทคโนโลยีที่นิยมใช้กันอย่างกว้างขวางในการลดประชากรหรือกำจัดแมลงวันผลไม้ให้หมดไป ประกอบด้วยการผลิตขยายแมลงชนิดเป้าหมายและปล่อยแมลงเป็นหมันสู่ธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เพศผู้ที่เป็นหมันผสมพันธุ์กับเพศเมียในธรรมชาติ ทำให้ได้ไข่ที่ไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้ลดศักยภาพในการขยายพันธุ์ของประชากรแมลงวันผลไม้ เป้าหมายหลักของเทคโนโลยีแมลงเป็นหมัน คือ ผลิตแมลงเพศผู้เป็นหมันที่สามารถแข่งขันกับเพศผู้ในธรรมชาติเพื่อผสมพันธุ์กับเมียได้สูงที่สุด ด้วยต้นทุนที่ต่ำ ภายในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรได้นำเทคโนโลยีแมลงเป็นหมันมาใช้ควบคุมแมลงวันผลไม้ในประเทศไทยตั้งแต่ปี ๒๕๓๑ และปัจจุบันยังคงดำเนินการในพื้นที่โดยได้รับความสำเร็จในระดับหนึ่ง การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของอาหารสูตรต่างๆที่ให้แก่ตัวเต็มวัยแมลงวันผลไม้เป็นหมันเพศผู้ชนิด Bactrocera dorsalis และ B. correcta ศึกษาความสามารถในการผสมพันธุ์ของแมลงที่ได้รับอาหารสูตรต่างๆ ในวัยเยาว์ และศึกษาสูตรอาหารที่เหมาะสมสำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพการผสมพันธุ์ของแมลงเป็นหมันเพศผู้ บนสมมุติฐานว่าแมลงวันผลไม้เป็นหมันเพศผู้ที่ได้รับอาหารตั้งแต่วัยเยาว์มีความสามารถในการจับคู่ผสมพันธุ์สูงกว่าแมลงที่ไม่ได้รับอาหาร โดยคาดหวังว่าจะเป็นทางเลือกในการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันผสมพันธุ์ของแมลงวันผลไม้เป็นหมันเพศผู้ในธรรมชาติ ซึ่งจะส่งผลด้านลดค่าใช้จ่ายในการใช้เทคโนโลยีแมลงเป็นหมัน ผลการทดสอบการผสมพันธุ์ของแมลงเป็นหมันเพศผู้จากโรงเพาะเลี้ยงหลังให้อาหารสูตรต่างกันในวัยเยาว์ ตั้งแต่ออกจากดักแด้จนตัวเต็มวัยมีอายุ ๒ วันเต็ม โดยทดสอบต่อเนื่อง ๑๕ วันสำหรับ B. dorsalis และ ๑๘ วันสำหรับ B. correcta ในกรงทดลองภาคสนาม ซึ่งใช้จำนวนคู่ผสมพันธุ์เป็นค่าสังเกตโดยแสดงผลเปรียบเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ ปรากฏว่าอาหารสูตร ๑) น้ำตาลและน้ำ สูตร ๒) น้ำตาลผสมยีสต์โปรตีนไฮโดรไลเสท อัตรา ๒: ๑ โดยปริมาตรและน้ำ สูตร ๓) น้ำตาลผสมยีสต์โปรตีนไฮโดรไลเสท อัตรา ๓: ๑ โดยปริมาตรและน้ำ และสูตร ๔) ยีสต์โปรตีนไฮโดรไลเสทและน้ำ ให้ผลอย่างไม่แตกต่างในแมลงเป็นหมันเพศผู้ชนิด B. dorsalis แต่ B. correcta เป็นหมันเพศผู้ที่ได้รับอาหารสูตร ๒) และสูตร ๓) มีจำนวนคู่ผสมพันธุ์สูงกว่าแมลงเป็นหมันที่ได้รับอาหารสูตร ๑) และสูตร ๔) อย่างมีนัยสำคัญ และแมลงเป็นหมันเพศผู้ทั้ง ๒ ชนิดที่ได้รับอาหารทุกสูตรมีจำนวนคู่ผสมพันธุ์มากกว่าอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับแมลงที่ได้รับอาหารสูตร ๕) คือน้ำอย่างเดียว จากผลการวิจัย หากแมลงวันผลไม้เป็นหมันเพศผู้ที่จะปล่อยสู่ธรรมชาติได้รับอาหารที่มีโปรตีนและน้ำตาลประกอบอยู่ด้วยอย่างเพียงพอในช่วงอายุและเวลาที่เหมาะสม แมลงจะมีความแข็งแรง มีระบบสืบพันธุ์ที่สมบูรณ์พร้อมและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการแข่งขันกับเพศผู้ในธรรมชาติเพื่อผสมพันธุ์กับเพศเมีย ทำให้การขยายพันธุ์ของแมลงในธรรมชาติลดลง ซึ่งจะทำให้สามารถคุมกำเนิดแมลงในพื้นที่ได้เร็วขึ้น เป็นการลดต้นทุนการใช้เทคโนโลยีแมลงเป็นหมันลงด้วย |
| บรรณานุกรม | : |
สุขสม ชินวินิจกุล , วัชรีพร โอฬารกนก . (2554). ผลของการให้อาหารในวัยเยาว์ต่อความสามารถในการผสมพันธุ์ของแมลงวันผลไม้ชนิด Bactrocera dorsalis (Hendel)และ Bactrocera correcta (Bezzi).
กรุงเทพมหานคร : กรมส่งเสริมการเกษตร. สุขสม ชินวินิจกุล , วัชรีพร โอฬารกนก . 2554. "ผลของการให้อาหารในวัยเยาว์ต่อความสามารถในการผสมพันธุ์ของแมลงวันผลไม้ชนิด Bactrocera dorsalis (Hendel)และ Bactrocera correcta (Bezzi)".
กรุงเทพมหานคร : กรมส่งเสริมการเกษตร. สุขสม ชินวินิจกุล , วัชรีพร โอฬารกนก . "ผลของการให้อาหารในวัยเยาว์ต่อความสามารถในการผสมพันธุ์ของแมลงวันผลไม้ชนิด Bactrocera dorsalis (Hendel)และ Bactrocera correcta (Bezzi)."
กรุงเทพมหานคร : กรมส่งเสริมการเกษตร, 2554. Print. สุขสม ชินวินิจกุล , วัชรีพร โอฬารกนก . ผลของการให้อาหารในวัยเยาว์ต่อความสามารถในการผสมพันธุ์ของแมลงวันผลไม้ชนิด Bactrocera dorsalis (Hendel)และ Bactrocera correcta (Bezzi). กรุงเทพมหานคร : กรมส่งเสริมการเกษตร; 2554.
|
