| ชื่อเรื่อง | : | ประสบการณ์การเป็นนักการเมืองของพยาบาลวิชาชีพ |
| นักวิจัย | : | พลาธิป สารข้าวคำ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | อารีย์วรรณ อ่วมตานี , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะพยาบาลศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2559 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/52347 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (พย.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2559 การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อบรรยายประสบการณ์การเป็นนักการเมืองของพยาบาลวิชาชีพ โดยใช้ระเบียบวิธีการวิจัยแบบปรากฏการณ์วิทยาการตีความตามแนวคิดของ Heidegger ผู้ให้ข้อมูล คือ พยาบาลวิชาชีพที่มีประสบการณ์การเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 7 ราย เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก การสังเกต การบันทึกภาคสนาม การรวบรวมเอกสารต่างๆ นิตยสาร เว็บไซต์ และ YouTube นำข้อมูลทั้งหมดมาประมวลและวิเคราะห์เนื้อหาตามวิธีการของ van Manen (1990) ผลการศึกษาประสบการณ์การเป็นนักการเมืองของพยาบาลวิชาชีพมีดังต่อไปนี้ 1. การเข้ามาเป็นนักการเมืองของแต่ละคนมีเหตุผลที่ต่างกัน ประกอบด้วย 4 ประเด็นย่อย ได้แก่ 1.1) ครอบครัวผลักดันให้มาร่วมกันทำงาน 1.2) มีอุดมการณ์ทำงานเพื่อความถูกต้อง 1.3) เป็นความชอบของตนจึงเริ่มต้นเข้ามาทำงาน และ 1.4) ได้รับการเชิญชวนให้มีส่วนร่วมงานทางการเมือง 2. สมัครเป็นผู้แทนนั้นต้องใช้ฐานเสียงจากหลายฝ่าย ประกอบด้วย 2 ประเด็นย่อย ได้แก่ 2.1) ฐานเสียงจากชุมชนที่ตนให้การพยาบาลและ 2.2) ฐานเสียงจากหลายส่วนงานให้ความช่วยเหลือ 3. หลากหลายวิธีการเรียนรู้งานทางการเมือง ประกอบด้วย 2 ประเด็นย่อย ได้แก่ 3.1) พัฒนาตนเองให้มีความรู้ด้านกฎหมาย การเมืองและการปกครอง และ 3.2) พรรคเป็นแหล่งที่สองสนับสนุนการเรียนรู้และข้อมูลข่าวสาร 4. เบื้องหลังการทำหน้าที่ วิชาชีพมีส่วนช่วยเป็นพื้นฐาน ประกอบด้วย 7 ประเด็นย่อย ได้แก่ 4.1) ใช้จรรยาบรรณพยาบาลทำงานในหน้าที่ 4.2) แนวคิดการพยาบาลที่มี ใช้ได้ดีกับชุมชน 4.3) ให้ความสนใจการป้องกันแทนการรักษา 4.4) ร่วมเป็นกรรมาธิการด้านที่ตนให้ความสนใจ 4.5) ร่างพระราชบัญญัติให้มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย 4.6) ตั้งกระทู้สด-แห้งถามความสงสัย 4.7) อภิปรายไม่ไว้วางใจหากผลงานไม่บรรลุผล 5. ปัญหาของพยาบาลร่วมด้วยช่วยผลักดัน ประกอบด้วย 3 ประเด็นย่อย ได้แก่ 5.1) พระราชบัญญัติวิชาชีพถูกตราเป็นกฎหมาย 5.2) นโยบายอัตรากำลังคนร่วมด้วยช่วยประสาน 5.3) ติดขัดการงานร้องเรียนมาหาทางช่วยเหลือ 6. แม้การเมืองจะหยุดชะงัก สมาชิกพรรคต้องรู้จักรักษาฐานเสียง ประกอบด้วย 3 ประเด็นย่อย ได้แก่ 6.1) เยี่ยมชาวบ้านจัดการกับปัญหา 6.2) เป็นที่ปรึกษาให้หน่วยงานด้านต่างๆ 6.3) สร้างอาชีพสำหรับตนและช่วยชุมชนมีงานทำ |
| บรรณานุกรม | : |
พลาธิป สารข้าวคำ . (2559). ประสบการณ์การเป็นนักการเมืองของพยาบาลวิชาชีพ.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พลาธิป สารข้าวคำ . 2559. "ประสบการณ์การเป็นนักการเมืองของพยาบาลวิชาชีพ".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พลาธิป สารข้าวคำ . "ประสบการณ์การเป็นนักการเมืองของพยาบาลวิชาชีพ."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2559. Print. พลาธิป สารข้าวคำ . ประสบการณ์การเป็นนักการเมืองของพยาบาลวิชาชีพ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2559.
|
