| ชื่อเรื่อง | : | การจัดการความรู้เพื้อฟื้นฟูชุมชนและรับมือกับภัยพิบัติ : กรณีศึกษา บ้านน้ำเค็ม จังหวัดพังงา |
| นักวิจัย | : | ภศิกา ผลารักษ์ |
| คำค้น | : | การบริหารองค์ความรู้ , ภัยพิบัติ -- ไทย -- พังงา , Knowledge management , Disasters -- Thailand -- Phang-Nga |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | นฤมล อรุโณทัย , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2550 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/52098 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ศศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550 วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเรียนรู้ การจัดการความรู้และการจัดการตนเองเพื่อฟื้นฟูชุมชนและรับมือกับภัยพิบัติสึนามิที่บ้านน้ำเค็ม จังหวัดพังงา ใน 3 ระยะเวลาคือ 1. ช่วงฉุกเฉิน 2. ช่วงฟื้นฟู 3. ช่วงเตรียมความพร้อม และวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อการเรียนรู้และการจัดการความรู้เพื่อรับมือภัยพิบัติสึนามิของผู้ประสบภัยสึนามิที่บ้านน้ำเค็ม จังหวัดพังงา ใน 3 ช่วงเวลา โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพในการเก็บข้อมูลคือ การทบทวนเอกสาร การสัมภาษณ์เชิงลึก การสนทนากลุ่ม การสังเกตแบบมีส่วนร่วม ผลการศึกษาพบว่า แกนนำและผู้ประสบภัยสึนามิบ้านน้ำเค็มมีจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้และการจัดการความรู้เพื่อรับมือกับภัยพิบัติสึนามิในท่ามกลางสถานการณ์ภัยพิบัติช่วงฉุกเฉิน โดยมีนักพัฒนาเอกชนเป็นผู้มีบทบาทหลักในการช่วยเหลือด้านการจัดระบบชาวบ้าน เกิดการเรียนรู้ร่วมกันในสถานการณ์จริง โดยใช้กระบวนการกลุ่มและการประชุมเพื่อจัดการความรู้ร่วมกันนำไปสู่การจัดการตนเองในช่วงนี้คือ 1. เกิดการจัดการระบบหัวหน้าแถว หัวหน้าโซน เป็นการดูแลกันเองของผู้ประสบภัยสึนามิภายในศูนย์พักชั่วคราวบางม่วง 2. เกิดพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้ประสบภัยสึนามิในรูปแบบของ "สภากาแฟ" และพัฒนามาเป็น "ศูนย์ประสานงานชุมชนบ้านน้ำเค็ม" และ "ธนาคารชุมชนบ้านน้ำเค็ม" ซึ่งมีบทบาทหลักในการเป็นศูนย์กลางประสานความช่วยเหลือให้กับผู้ประสบภัยสึนามิบ้านน้ำเค็มในช่วงฟื้นฟูและช่วงเตรียมความพร้อมปัจจัยที่มีผลต่อการเรียนรู้และการจัดการความรู้ของผู้ประสบภัยสึนามิในช่วงฉุกเฉินคือ 1. ความพยายามรวมตัวกันเพื่อแก้ปัญหาหลังสถานการณ์ภัยพิบัติสึนามิ เช่น ความช่วยเหลือจากภาครัฐที่ล่าช้าไม่ทันท่วงทีและความช่วยเหลือที่ไม่เท่าเทียมกัน 2. ความเห็นอกเห็นใจในเพื่อนร่วมชุมชนเนื่องจากต้องเผชิญความเดือดร้อนเหมือนๆ กัน 3. การสนับสนุนการทำงานจากนักพัฒนาเอกชน 4. ความร่วมมือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5. ผู้นำชุมชนมีความเข้มแข็งและกระตุ้นให้เกิดการรวมตัวได้ ช่วงฟื้นฟู 1. การที่ผู้ประสบภัยสามารถรวมกลุ่มแก้ปัญหาและจัดการตนเองในเรื่องต่างๆ ได้ ทำให้ผู้ประสบภัยกลายเป็นศูนย์กลางของความช่วยเหลือและมีการเรียนรู้และจัดการความรู้ที่ต่อเนื่อง ช่วงเตรียมความพร้อม 1. สถานการณ์แผ่นดินไหวในทะเลที่มีอย่างต่อเนื่องทำให้บ้านน้ำเค็มยังคงเป็นชุมชนที่เสี่ยงต่อการได้รับภัยพิบัติสึนามิ 2. การช่วยเหลือที่ต่อเนื่องขององค์กรพัฒนาเอกชน 3. นโยบายจากภาครัฐ 4. ผู้นำสามารถขยายผลการทำงานในระดับเครือข่าย 5. ศูนย์ประสานงานชุมชนที่เกิดขึ้นมีกลไกการจัดการความรู้ที่ชัดเจนและ 6. การได้รับการยอมรับทางสังคมให้เป็นชุมชนต้นแบบด้านการรับมือกับภัยพิบัติ ปัจจัยทั้ง 3 ช่วงนี้ทำให้ชุมชนบ้านน้ำเค็มเป็นชุมชนที่สามารถจัดการความรู้เพื่อรับมือกับความเสี่ยงต่อการได้รับภัยพิบัติสึนามิได้ |
| บรรณานุกรม | : |
ภศิกา ผลารักษ์ . (2550). การจัดการความรู้เพื้อฟื้นฟูชุมชนและรับมือกับภัยพิบัติ : กรณีศึกษา บ้านน้ำเค็ม จังหวัดพังงา.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ภศิกา ผลารักษ์ . 2550. "การจัดการความรู้เพื้อฟื้นฟูชุมชนและรับมือกับภัยพิบัติ : กรณีศึกษา บ้านน้ำเค็ม จังหวัดพังงา".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ภศิกา ผลารักษ์ . "การจัดการความรู้เพื้อฟื้นฟูชุมชนและรับมือกับภัยพิบัติ : กรณีศึกษา บ้านน้ำเค็ม จังหวัดพังงา."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550. Print. ภศิกา ผลารักษ์ . การจัดการความรู้เพื้อฟื้นฟูชุมชนและรับมือกับภัยพิบัติ : กรณีศึกษา บ้านน้ำเค็ม จังหวัดพังงา. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2550.
|
