ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาอัตราการเสียชีวิตใน 30 วันของผู้ป่วยลิ่มเลือดอุดตันในปอดเฉียบพลันชนิดรุนแรงมากและรุนแรงปานกลางที่ได้รับยาละลายลิ่มเลือดในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ช่วงระยะเวลา 10 ปี

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาอัตราการเสียชีวิตใน 30 วันของผู้ป่วยลิ่มเลือดอุดตันในปอดเฉียบพลันชนิดรุนแรงมากและรุนแรงปานกลางที่ได้รับยาละลายลิ่มเลือดในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ช่วงระยะเวลา 10 ปี
นักวิจัย : ซารียะห์ อูแด
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สุพจน์ ศรีมหาโชตะ , จิราณัติ ชลธีศุภชัย , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2558
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/51337
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558

ที่มา: ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในปอดฉับพลันชนิดรุนแรง (Acute massive and submassive pulmonary embolism)เป็นภาวะที่มีอัตราตายสูง. การรักษาประกอบด้วยการให้ยาละลายลิ่มเลือดและการผ่าตัด. ในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงต่อการผ่าตัด การให้ยาละลายลิ่มเลือดสามารถลดการอุดตัน แก้ไขการไหลเวียนเลือดล้มเหลวได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการให้ยาละลายลิ่มเลือดสามารถให้ได้ 2 วิธีคือทางเส้นดำและทางเส้นเลือดแดงปอดโดยตรง แต่ข้อมูลมีค่อนข้างจำกัด. การศึกษานี้จึงต้องการศึกษาผลของการให้ยาละลายลิ่มเลือดทั้ง 2 ทางต่อการลดอัตราการตายในผู้ป่วยที่มีลิ่มเลือดอุดตันในปอดฉับพลันชนิดรุนแรง วิธีการวิจัย: การศึกษาข้อมูลย้อนหลังของผู้ป่วยลิ่มเลือดอุดตันในปอดฉับพลันชนิดรุนแรงด้วยการให้ยาละลายลิ่มเลือดทั้งทางเส้นเลือดดำและทางเส้นเลือดแดงปอดจำนวน 65 คน โดยศึกษาอัตราการตายใน 30 วันของผู้ป่วยที่ได้รับยาทั้งหมดและจำแนกออกเป็นวิธีที่ได้รับยา นอกจากนั้นยังศึกษาการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากาการได้ยา และการเกิดลิ่มเลือดอุดตันในปอดซ้ำใน 3 เดือน ผลการศึกษา: ผู้ป่วยจำนวน 65 คน (อายุ 56 ปี), 56.9% วินิจฉัยเป็น massive pulmonary embolism. ผู้ป่วย 52.3% ได้รับการรักษาโดย intrapulmonary thrombolysis. ผู้ป่วย acute pulmonary embolism มีอัตราการตายใน 30 วันเท่ากับ 26.2% โดยที่ได้รับยาละลายลิ่มเลือดทางเส้นเลือดดำ มีอัตราตายเท่ากับ 41.9% และ 11.7% ในผู้ป่วยที่ได้รับทางเส้นเลือดแดงปอด (P= 0.006). ความดันก่อนการรักษาเท่ากับ 101.9± 24.2 mmHg (97.6±25.9 mmHg ในกลุ่ม systemic thrombolysis, 105.3±22.4 mmHg ในกลุ่ม intrapulmonary thrombolysis, P= 0.21), ความดันในปอดก่อนการรักษา (RVSP) เท่ากับ 41.06±16.66 mmHg (58.4±18.8 mmHg ในกลุ่ม systemic thrombolysis, 55.7±16.2 mmHg ในกลุ่ม intrapulmonary thrombolysis, P= 0.58) ผู้ป่วยจำนวน 6 คน (9.2%) ที่ได้รับยาละลายลิ่มเลือดมี major bleeding โดยทั้งหมดได้รับทางเส้นเลือดดำ (systemic thrombolysis). อัตราการเกิดลิ่มเลือดอุดตันซ้ำในระยะเวลา 3 เดือนเท่ากับ 1.5% สรุป: โรคลิ่มเลือดอุดตันในปอดเฉียบพลันยังถือเป็นโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตที่สูง. การให้ยาละลายลิ่มเลือดถือเป็นการรักษาที่สามารถลดอัตราการเสียชีวิต. การให้ยาทางเส้นเลือดแดงปอดโดยตรง (intrapulmonary thrombolysis) มีประสิทธิภาพในแง่สามารถช่วยลดอัตราการเสียชีวิต นอกจากนั้นยังมีความปลอดภัยในแง่การเกิดเลือดออกน้อย. ที่มา: ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในปอดฉับพลันชนิดรุนแรง (Acute massive and submassive pulmonary embolism)เป็นภาวะที่มีอัตราตายสูง. การรักษาประกอบด้วยการให้ยาละลายลิ่มเลือดและการผ่าตัด. ในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงต่อการผ่าตัด การให้ยาละลายลิ่มเลือดสามารถลดการอุดตัน แก้ไขการไหลเวียนเลือดล้มเหลวได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการให้ยาละลายลิ่มเลือดสามารถให้ได้ 2 วิธีคือทางเส้นดำและทางเส้นเลือดแดงปอดโดยตรง แต่ข้อมูลมีค่อนข้างจำกัด. การศึกษานี้จึงต้องการศึกษาผลของการให้ยาละลายลิ่มเลือดทั้ง 2 ทางต่อการลดอัตราการตายในผู้ป่วยที่มีลิ่มเลือดอุดตันในปอดฉับพลันชนิดรุนแรง วิธีการวิจัย: การศึกษาข้อมูลย้อนหลังของผู้ป่วยลิ่มเลือดอุดตันในปอดฉับพลันชนิดรุนแรงด้วยการให้ยาละลายลิ่มเลือดทั้งทางเส้นเลือดดำและทางเส้นเลือดแดงปอดจำนวน 65 คน โดยศึกษาอัตราการตายใน 30 วันของผู้ป่วยที่ได้รับยาทั้งหมดและจำแนกออกเป็นวิธีที่ได้รับยา นอกจากนั้นยังศึกษาการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากาการได้ยา และการเกิดลิ่มเลือดอุดตันในปอดซ้ำใน 3 เดือน ผลการศึกษา: ผู้ป่วยจำนวน 65 คน (อายุ 56 ปี), 56.9% วินิจฉัยเป็น massive pulmonary embolism. ผู้ป่ววย 52.3% ได้รับการรักษาโดย intrapulmonary thrombolysis. ผู้ป่วย acute pulmonary embolism มีอัตราการตายใน 30 วันเท่ากับ 26.2% โดยที่ได้รับยาละลายลิ่มเลือดทางเส้นเลือดดำ มีอัตราตายเท่ากับ 41.9% และ 11.7% ในผู้ป่วยที่ได้รับทางเส้นเลือดแดงปอด (P= 0.006). ความดันก่อนการรักษาเท่ากับ 101.9± 24.2 mmHg (97.6±25.9 mmHg ในกลุ่ม systemic thrombolysis, 105.3±22.4 mmHg ในกลุ่ม intrapulmonary thrombolysis, P= 0.21), ความดันในปอดก่อนการรักษา (RVSP) เท่ากับ 41.06±16.66 mmHg (58.4±18.8 mmHg ในกลุ่ม systemic thrombolysis, 55.7±16.2 mmHg ในกลุ่ม intrapulmonary thrombolysis, P= 0.58) ผู้ป่วยจำนวน 6 คน (9.2%) ที่ได้รับยาละลายลิ่มเลือดมี major bleeding โดยทั้งหมดได้รับทางเส้นเลือดดำ (systemic thrombolysis). อัตราการเกิดลิ่มเลือดอุดตันซ้ำในระยะเวลา 3 เดือนเท่ากับ 1.5% สรุป: โรคลิ่มเลือดอุดตันในปอดเฉียบพลันยังถือเป็นโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตที่สูง. การให้ยาละลายลิ่มเลือดถือเป็นการรักษาที่สามารถลดอัตราการเสียชีิวิต. การให้ยาทางเส้นเลือดแดงปอดโดยตรง (intrapulmonary thrombolysis) มีประสิทธิภาพในแง่สามารถช่วยลดอัตราการเสียชิวิต นอกจากนั้นยังมีความปลอดภัยในแง่การเกิดเลือดออกน้อย.

บรรณานุกรม :
ซารียะห์ อูแด . (2558). การศึกษาอัตราการเสียชีวิตใน 30 วันของผู้ป่วยลิ่มเลือดอุดตันในปอดเฉียบพลันชนิดรุนแรงมากและรุนแรงปานกลางที่ได้รับยาละลายลิ่มเลือดในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ช่วงระยะเวลา 10 ปี.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ซารียะห์ อูแด . 2558. "การศึกษาอัตราการเสียชีวิตใน 30 วันของผู้ป่วยลิ่มเลือดอุดตันในปอดเฉียบพลันชนิดรุนแรงมากและรุนแรงปานกลางที่ได้รับยาละลายลิ่มเลือดในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ช่วงระยะเวลา 10 ปี".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ซารียะห์ อูแด . "การศึกษาอัตราการเสียชีวิตใน 30 วันของผู้ป่วยลิ่มเลือดอุดตันในปอดเฉียบพลันชนิดรุนแรงมากและรุนแรงปานกลางที่ได้รับยาละลายลิ่มเลือดในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ช่วงระยะเวลา 10 ปี."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558. Print.
ซารียะห์ อูแด . การศึกษาอัตราการเสียชีวิตใน 30 วันของผู้ป่วยลิ่มเลือดอุดตันในปอดเฉียบพลันชนิดรุนแรงมากและรุนแรงปานกลางที่ได้รับยาละลายลิ่มเลือดในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ช่วงระยะเวลา 10 ปี. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2558.