ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความคุ้มค่าของการตรวจการกลายพันธุ์ของยีนอีจีเอฟอาร์ก่อนเริ่มการรักษาด้วยยาสูตรที่ 2 ในผู้ป่วยมะเร็งปอดชนิดอะดีโนคาร์สิโนมาระยะลุกลาม

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความคุ้มค่าของการตรวจการกลายพันธุ์ของยีนอีจีเอฟอาร์ก่อนเริ่มการรักษาด้วยยาสูตรที่ 2 ในผู้ป่วยมะเร็งปอดชนิดอะดีโนคาร์สิโนมาระยะลุกลาม
นักวิจัย : ธนาวดี สิริธนดีพันธ์
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สืบพงศ์ ธนสารวิมล , ปิยะ หาญวรวงศ์ชัย , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2558
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/51034
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558

ที่มา: การกลายพันธุ์ของยีนอีจีเอฟอาร์บนผิวเซลล์มะเร็งปอดเป็นปัจจัยสำคัญต่อการรักษาด้วยยาอีจีเอฟอาร์ทีเคไอ ผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะลุกลามที่ไม่มีการกลายพันธุ์จะตอบสนองต่อยาทีเคไอไม่ดีเท่าผู้ที่มีการกลายพันธุ์ ปัจจุบันกรมบัญชีกลางกำหนดให้สามารถเบิกจ่ายค่ายาอีจีเอฟอาร์ทีเคไอได้ (ประมาณ 60,000 บาทต่อเดือน) เมื่อใช้เป็นการรักษาสูตรที่สองเป็นต้นไปโดยไม่ต้องตรวจอีจีเอฟอาร์ วิธีการศึกษา: รวบรวมข้อมูลผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะลุกลามที่ผ่านการรักษาด้วยเคมีบำบัดสูตรมารตฐานเป็นสูตรแรกในช่วงปี พ.ศ.2553-2558 และแบ่งข้อมูลผู้ป่วยเป็นสองกลุ่มคือกลุ่มที่ได้รับการตรวจ (กลุ่ม ก) กับกลุ่มที่ไม่ได้รับการตรวจอีจีเอฟอาร์ (กลุ่ม ข) ก่อนเริ่มการรักษาสูตรที่สอง เก็บข้อมูลระยะปลอดการลุกลามของโรคคือช่วงเวลาตั้งแต่รับการรักษาสูตรที่สอง (ยาอีจีเอฟอาร์ทีเคไอหรือเคมีบำบัด) จนกระทั่งโรคลุกลามภายหลังยาสูตรที่สองหรือสูตรที่สาม (เคมีบำบัดหรือยาอีจีเอฟอาร์ทีเคไอ) ยกเว้นกลุ่ม ก ที่อีจีเอฟอาร์ไม่มีการกลายพันธุ์จะนับระยะปลอดโรคแค่ช่วงของการได้รับยาเคมีบำบัดสูตรที่สองเท่านั้น วัดผลโดยเปรียบเทียบระยะปลอดการลุกลามของโรคที่ปรับเป็นปีที่มีคุณภาพชีวิตและเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงคำนวณออกมาเป็นอัตราส่วนความแตกต่างของค่าใช้จ่ายต่อความแตกต่างของปีที่มีคุณภาพชีวิต โดยกำหนดให้อัตราส่วนที่น้อยกว่า 3 เท่าของค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศต่อรายถือว่ามีความคุ้มค่า (ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศต่อรายมีค่า 5,977.4 ดอลล่าสหรัฐ) ผลการศึกษา: รวบรวมข้อมูลผู้ป่วย 185 ราย ได้รับการตรวจการกลายพันธุ์อีจีเอฟอาร์ 95 ราย (ร้อยละ 51) กลุ่ม ก มีค่ามัธยฐานระยะปลอดการลุกลามของโรคนานกว่ากลุ่ม ข อย่างมีนัยสำคัญ (14.9 และ 9.57 เดือนตามลำดับ p 0.008) ปีที่มีคุณภาพชีวิตคิดเป็น 0.87 และ 0.58 ในกลุ่ม ก และ ข ตามลำดับ ค่าเฉลี่ยค่าใช้จ่ายในกลุ่ม ก และ ข มีค่า 735,563.50 และ 724,720.30 บาท อัตราส่วนความแตกต่างของค่าใช้จ่ายต่อความแตกต่างของปีที่มีคุณภาพชีวิตได้ 37,390.34 บาท/ 1 ปีคุณภาพชีวิตที่เพิ่มขึ้น สรุปผล: การตรวจการกลายพันธุ์ของยีนอีจีเอฟอาร์ก่อนเริ่มการรักษาสูตรที่สองในผู้ป่วยมะร็งปอดระยะลุกลามทำให้มีระยะปลอดการลุกลามของโรคนานขึ้นและมีความคุ้มค่า

บรรณานุกรม :
ธนาวดี สิริธนดีพันธ์ . (2558). ความคุ้มค่าของการตรวจการกลายพันธุ์ของยีนอีจีเอฟอาร์ก่อนเริ่มการรักษาด้วยยาสูตรที่ 2 ในผู้ป่วยมะเร็งปอดชนิดอะดีโนคาร์สิโนมาระยะลุกลาม.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธนาวดี สิริธนดีพันธ์ . 2558. "ความคุ้มค่าของการตรวจการกลายพันธุ์ของยีนอีจีเอฟอาร์ก่อนเริ่มการรักษาด้วยยาสูตรที่ 2 ในผู้ป่วยมะเร็งปอดชนิดอะดีโนคาร์สิโนมาระยะลุกลาม".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธนาวดี สิริธนดีพันธ์ . "ความคุ้มค่าของการตรวจการกลายพันธุ์ของยีนอีจีเอฟอาร์ก่อนเริ่มการรักษาด้วยยาสูตรที่ 2 ในผู้ป่วยมะเร็งปอดชนิดอะดีโนคาร์สิโนมาระยะลุกลาม."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558. Print.
ธนาวดี สิริธนดีพันธ์ . ความคุ้มค่าของการตรวจการกลายพันธุ์ของยีนอีจีเอฟอาร์ก่อนเริ่มการรักษาด้วยยาสูตรที่ 2 ในผู้ป่วยมะเร็งปอดชนิดอะดีโนคาร์สิโนมาระยะลุกลาม. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2558.