| ชื่อเรื่อง | : | อิทธิพลของรูปแบบข้อสอบที่มีต่อความตรงเชิงโครงสร้างของโมเดลการวัดสมรรถนะทางคณิตศาสตร์ตามแนวทางพิซ่า: การประยุกต์ใช้การตรวจสอบอิทธิพลของวิธีการวัดด้วยเทคนิคซีทีซียูและเทคนิคซีทีซีเอ็ม |
| นักวิจัย | : | วรัญญู ฉายาบรรณ์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ณัฏฐภรณ์ หลาวทอง , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2558 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/50588 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558 การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงบรรยาย โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อตรวจสอบความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ของโมเดลการวัดสมรรถนะทางคณิตศาสตร์แบบทั่วไป (โมเดลแบบ GENE) โมเดลแบบ CTCU และโมเดลแบบ CTCM และ 2) เพื่อวิเคราะห์อิทธิพลของรูปแบบข้อสอบที่มีต่อความตรงเชิงโครงสร้างของโมเดลแบบ GENE เทียบกับโมเดลแบบ CTCU และโมเดลแบบ CTCM กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในกรุงเทพมหานคร จำนวน 549 คน ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัยในโมเดลแบบ GENE ประกอบด้วยตัวแปรแฝง 3 ตัวแปร ได้แก่ สมรรถนะด้านการคิดในเชิงคณิตศาสตร์ สมรรถนะด้านการใช้หลักการทางคณิตศาสตร์ และสมรรถนะด้านการตีความทางคณิตศาสตร์ ซึ่งตัวแปรแฝงทั้งหมดวัดจากตัวแปรสังเกตได้ 27 ตัวแปร เครื่องมือที่ใช้วิจัย ได้แก่ แบบวัดสมรรถนะทางคณิตศาสตร์ตามแนวทาง PISA จำนวน 3 ฉบับ โดยทั้ง 3 ฉบับใช้ข้อคำถามที่เหมือนกัน แต่ต่างกันที่รูปแบบการตอบ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. โมเดลการวัดแบบ GENE ที่ปรับแล้วมีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (ค่าไค-สแควร์ = 281.98, p = 0.752, df = 299, GFI = 0.96, AGFI = 0.95, CFI = 1.00, RFI = 0.98, SRMR = 0.031, RMSEA = 0.000) โมเดลการวัดแบบ CTCU ยังไม่สอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (ค่าไค-สแควร์ = 1213.06, p = 0.00, df = 294, GFI = 0.86, AGFI = 0.82, CFI = 0.95, RFI = 0.92, SRMR = 0.058, RMSEA = 0.076) โมเดลการวัดแบบ CTCM ยังไม่สอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (ค่าไค-สแควร์ = 1072.95, p = 0.00, df = 291, GFI = 0.87, AGFI = 0.84, CFI = 0.96, RFI = 0.93, SRMR = 0.049, RMSEA = 0.070) 2. ผลการตรวจสอบอิทธิพลของวิธีการวัดที่เป็นผลมาจากรูปแบบข้อสอบ เมื่อเปรียบเทียบดัชนี ความสอดคล้องระหว่างโมเดลแบบ GENE (ค่าไค-สแควร์ = 1456.41, p = 0.00, df = 306, GFI = 0.84, AGFI = 0.81, CFI = 0.92, RFI = 0.94, SRMR = 0.060, RMSEA = 0.080) กับโมเดลแบบ CTCU พบว่า โมเดลแบบ CTCU สอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์มากกว่าโมเดลแบบ GENE อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และขนาดความสัมพันธ์ของความคลาดเคลื่อนที่มาจากการใช้รูปแบบข้อสอบเดียวกันภายใต้องค์ประกอบเดียวกันทั้งหมดมีค่าค่อนข้างต่ำ แสดงว่าไม่เกิดอิทธิพลของวิธีการวัดอันเป็นผลมาจากรูปแบบข้อสอบ เมื่อเปรียบเทียบดัชนี ความสอดคล้องระหว่างโมเดลแบบ GENE กับโมเดลแบบ CTCM พบว่า โมเดลแบบ CTCM สอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์มากกว่าโมเดลแบบ GENE อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และน้ำหนักองค์ประกอบที่เป็นผลมาจากรูปแบบข้อสอบมีค่าต่ำกว่าน้ำหนักองค์ประกอบที่เป็นผลมาจากสมรรถนะทางคณิตศาสตร์ แสดงว่าไม่เกิดอิทธิพลของวิธีการวัดอันเป็นผลมาจากรูปแบบข้อสอบ |
| บรรณานุกรม | : |
วรัญญู ฉายาบรรณ์ . (2558). อิทธิพลของรูปแบบข้อสอบที่มีต่อความตรงเชิงโครงสร้างของโมเดลการวัดสมรรถนะทางคณิตศาสตร์ตามแนวทางพิซ่า: การประยุกต์ใช้การตรวจสอบอิทธิพลของวิธีการวัดด้วยเทคนิคซีทีซียูและเทคนิคซีทีซีเอ็ม.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วรัญญู ฉายาบรรณ์ . 2558. "อิทธิพลของรูปแบบข้อสอบที่มีต่อความตรงเชิงโครงสร้างของโมเดลการวัดสมรรถนะทางคณิตศาสตร์ตามแนวทางพิซ่า: การประยุกต์ใช้การตรวจสอบอิทธิพลของวิธีการวัดด้วยเทคนิคซีทีซียูและเทคนิคซีทีซีเอ็ม".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วรัญญู ฉายาบรรณ์ . "อิทธิพลของรูปแบบข้อสอบที่มีต่อความตรงเชิงโครงสร้างของโมเดลการวัดสมรรถนะทางคณิตศาสตร์ตามแนวทางพิซ่า: การประยุกต์ใช้การตรวจสอบอิทธิพลของวิธีการวัดด้วยเทคนิคซีทีซียูและเทคนิคซีทีซีเอ็ม."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558. Print. วรัญญู ฉายาบรรณ์ . อิทธิพลของรูปแบบข้อสอบที่มีต่อความตรงเชิงโครงสร้างของโมเดลการวัดสมรรถนะทางคณิตศาสตร์ตามแนวทางพิซ่า: การประยุกต์ใช้การตรวจสอบอิทธิพลของวิธีการวัดด้วยเทคนิคซีทีซียูและเทคนิคซีทีซีเอ็ม. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2558.
|
