ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การปฏิบัติวิชาชีพของสถาปนิกในงานบริหารและอำนวยการก่อสร้างช่วงปี พ.ศ. 2547-2557

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การปฏิบัติวิชาชีพของสถาปนิกในงานบริหารและอำนวยการก่อสร้างช่วงปี พ.ศ. 2547-2557
นักวิจัย : ปรมิตร รุ่งสมบูรณ์
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ไตรวัฒน์ วิรยศิริ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2558
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/50505
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (สถ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558

การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาในเชิงประจักษ์ให้มีความรู้และความเข้าใจในการปฏิบัติวิชาชีพของสถาปนิกในงานบริหารและอำนวยการก่อสร้างซึ่งเป็นชนิดงานและขอบเขตหน้าที่ตามกฎหมายของสถาปนิก ระเบียบวิธีวิจัยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มตัวอย่างสถาปนิกที่ปฏิบัติวิชาชีพในองค์กรผู้บริหารและอำนวยการก่อสร้างและองค์กรรับจ้างก่อสร้าง โดยจำแนกการศึกษาออกเป็น พื้นฐานเส้นทางวิชาชีพ การเติบโตและการพัฒนาในวิชาชีพ ขอบเขตบทบาทหน้าที่ ทักษะและองค์ความรู้ที่จำเป็น รวมทั้งปัญหาและอุปสรรคที่พบในการปฏิบัติวิชาชีพ และนำมาวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของปัจจัยต่างๆ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อวิชาชีพและเป็นแนวทางในการปรับปรุง พัฒนา และส่งเสริมวิชาชีพของสถาปนิกในงานดังกล่าว ผลการวิจัยพบว่า สถาปนิกที่ปฏิบัติวิชาชีพในงานบริหารและอำนวยการก่อสร้างทั้งในองค์กรผู้บริหารและอำนวยการก่อสร้างและองค์กรผู้รับจ้างก่อสร้างมีลักษณะการปฏิบัติวิชาชีพและปัจจัยด้านต่างๆที่ใกล้เคียงกันทั้งเส้นทางการเข้าสู่วิชาชีพ ขอบเขตงานในการปฏิบัติวิชาชีพแต่ละช่วงของโครงการ ความสำคัญและการพัฒนาทักษะและองค์ความรู้ รวมทั้งปัญหาและอุปสรรคที่พบในการปฏิบัติวิชาชีพ จากการศึกษาสรุปได้ว่าสถาปนิกในงานบริหารและอำนวยการก่อสร้างทั้งสององค์กรนั้นมีความสำคัญต่อการเติบโตของธุรกิจการก่อสร้างและงานสถาปัตยกรรม โดยมีขอบเขตหน้าที่ในการควบคุมดูแลการก่อสร้างในส่วนงานสถาปัตยกรรมของโครงการ สถาปนิกมีทักษะในการมองภาพของโครงการในรูปแบบสามมิติ เพื่อให้เข้าใจถึงความสัมพันธ์ขององค์ประกอบต่างๆในโครงการก่อสร้าง และมีความสำคัญในการตัดสินใจและประสานงานกับฝ่ายต่างๆเพื่อกำหนดรายละเอียดขั้นตอนการดำเนินงาน รวมทั้งสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับแนวคิดของผู้ออกแบบและความต้องการของเจ้าของโครงการตลอดจนผู้ใช้อาคาร ด้วยการนำเอาทักษะด้านหลักการบริหารจัดการมาผสมผสานกับองค์ความรู้ด้านการก่อสร้างและงานสถาปัตยกรรม ซึ่งประกอบด้วย ทักษะด้านการควบคุมและการประสานงาน ทักษะด้านการวางแผน ความรู้ด้านการอ่านแบบและประสานแบบก่อสร้าง ความรู้ด้านเทคนิคและวัสดุก่อสร้าง และความรู้ด้านมาตรฐานการก่อสร้าง เพื่อทำให้โครงการประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ดังนั้นการศึกษาหาแนวทางการพัฒนาและส่งเสริมสถาปนิกในงานบริหารและอำนวยการก่อสร้างจึงเป็นสิ่งสำคัญ ข้อเสนอแนะจากการวิจัย ทางสถาบันการศึกษาและองค์กรทางวิชาชีพควรมุ่งเน้นในการสร้างความร่วมมือและประสานงานกันเพื่อพัฒนาและส่งเสริมสถาปนิกที่ปฏิบัติวิชาชีพในงานบริหารและอำนวยการก่อสร้าง ทั้งในด้านการเปิดมุมมองให้เห็นความสำคัญของสถาปนิกที่ปฏิบัติวิชาชีพในงานบริหารและอำนวยการก่อสร้าง ด้านการพัฒนาทักษะและองค์ความรู้ที่จำเป็น รวมทั้งการศึกษาหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาในการปฏิบัติวิชาชีพและปัญหาในด้านการเลื่อนระดับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เพื่อเป็นการพัฒนาวิชาชีพสถาปัตยกรรมในองค์รวมและสร้างแนวทางในการปฏิบัติวิชาชีพแก่สถาปนิกในอนาคต

บรรณานุกรม :
ปรมิตร รุ่งสมบูรณ์ . (2558). การปฏิบัติวิชาชีพของสถาปนิกในงานบริหารและอำนวยการก่อสร้างช่วงปี พ.ศ. 2547-2557.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปรมิตร รุ่งสมบูรณ์ . 2558. "การปฏิบัติวิชาชีพของสถาปนิกในงานบริหารและอำนวยการก่อสร้างช่วงปี พ.ศ. 2547-2557".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปรมิตร รุ่งสมบูรณ์ . "การปฏิบัติวิชาชีพของสถาปนิกในงานบริหารและอำนวยการก่อสร้างช่วงปี พ.ศ. 2547-2557."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558. Print.
ปรมิตร รุ่งสมบูรณ์ . การปฏิบัติวิชาชีพของสถาปนิกในงานบริหารและอำนวยการก่อสร้างช่วงปี พ.ศ. 2547-2557. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2558.