ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเปรียบเทียบความสามารถของการทรงตัวระหว่างในสภาวะปกติและในสภาวะอดนอนโดยใช้วีอ์บาลานซ์บอร์ด

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเปรียบเทียบความสามารถของการทรงตัวระหว่างในสภาวะปกติและในสภาวะอดนอนโดยใช้วีอ์บาลานซ์บอร์ด
นักวิจัย : วีรเกียรติ พันธุมะโอภาส
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ไพโรจน์ ลดาวิจิตรกุล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2558
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/50335
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558

การทดสอบความสามารถการทรงตัวของร่างกายมนุษย์ได้ถูกประยุกต์ใช้อย่างเพื่อทดสอบสมรรถภาพร่างกายเนื่องจากในการทรงตัวจำเป็นต้องใช้การทำงานร่วมกันของระบบต่างๆ งานวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาปัจจัยด้านระยะเวลาที่ร่างกายยังคงตื่นนอน (การอดนอน) ที่มีผลต่อความสามารถในการทรงตัว โดยศึกษาและทดสอบความสามารถในการทรงตัวของมนุษย์ผ่านวิธีการต่างๆ ได้แก่ วิธีการทดสอบเชิงคลินิกดัดแปลงเพื่อทดสอบปฏิสัมพันธ์ของการรับรู้ความรู้สึกในการทรงตัว (mCTSIB) วิธีการทดสอบขีดจำกัดของการทรงตัว (LOS) และวิธีการประเมินสมรรถนะแบบฟิตส์ (Fitts’ Performance Test) โดยใช้วีอ์บาลานซ์บอร์ด (Wii Balance Board) เพื่อตรวจวัดตำแหน่งของจุดศูนย์กลางความดันของผู้เข้าร่วมการทดลอง ผู้เข้าร่วมการทดลอง 17 คน ได้เข้าร่วมงานวิจัยนี้โดยทำการทดสอบความสามารถการทรงตัวของแต่ละคนทุกๆ 2 ชั่วโมง เริ่มทดสอบครั้งแรกที่เวลา 20 นาฬิกา (ตื่นนอนต่อเนื่อง 12 ชั่วโมง) เรื่อยไปจนกระทั่งเวลา 6 นาฬิกาของวันถัดไป (ตื่นนอนต่อเนื่อง 22 ชั่วโมง) ผลการวิจัยพบว่าระยะเวลาที่ผู้เข้าร่วมการทดลองยังคงตื่นอยู่มีผลต่อความสามารถในการทรงตัวที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 สำหรับทั้ง 3 วิธีการทดสอบ ในการทดสอบ mCTSIB พบว่าพื้นที่สนับสนุนการทรงตัว (SS) และค่าระยะทางการเคลื่อนที่ของจุดศูนย์กลางความดัน (SL) เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ระยเวลาตื่นนอนต่อเนื่อง 20 ชั่วโมง และ 22 ชั่วโมง ตามลำดับ ในการทดสอบ LOS พบว่าความเร็วในการเอนตัว (MVL) และระยะทางที่ทำได้ในการเคลื่อนตัวครั้งแรก (EPE) มีค่าเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทั้งคู่เมื่อที่ระยะเวลาที่ยังคงตื่นนอนต่อเนื่อง 16 ชั่วโมง และในการทดสอบสมรรถนะ Fitts’ Performance Test พบว่า ดัชนีสมรรถนะ (IP) และ ค่าจุดตัดแกน Y (Y-Intercept แสดงถึงเวลาที่ใช้การการเคลื่อนจุดศูนย์กลางความดัน) โดยทั้งคู่มีค่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญทั้งคู่เมื่อที่ระยะเวลาตื่นนอนต่อเนื่อง 18 ชั่วโมง และ 16 ชั่วโมง ตามลำดับ จากผลการทดลองทั้งหมดสามารถสรุปได้ว่าความสามารถการทรงตัวของมนุษย์จะเปลี่ยนแปลงไปเมื่ออยู่ในสภาวะตื่นนอนอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้อาจมีผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานและความปลอดภัยได้

บรรณานุกรม :
วีรเกียรติ พันธุมะโอภาส . (2558). การเปรียบเทียบความสามารถของการทรงตัวระหว่างในสภาวะปกติและในสภาวะอดนอนโดยใช้วีอ์บาลานซ์บอร์ด.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วีรเกียรติ พันธุมะโอภาส . 2558. "การเปรียบเทียบความสามารถของการทรงตัวระหว่างในสภาวะปกติและในสภาวะอดนอนโดยใช้วีอ์บาลานซ์บอร์ด".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วีรเกียรติ พันธุมะโอภาส . "การเปรียบเทียบความสามารถของการทรงตัวระหว่างในสภาวะปกติและในสภาวะอดนอนโดยใช้วีอ์บาลานซ์บอร์ด."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558. Print.
วีรเกียรติ พันธุมะโอภาส . การเปรียบเทียบความสามารถของการทรงตัวระหว่างในสภาวะปกติและในสภาวะอดนอนโดยใช้วีอ์บาลานซ์บอร์ด. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2558.