ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การจัดดุลยภาพระหว่างอุปสงค์และอุปทานทางการเกษตร : ศึกษาเฉพาะกรณีจังหวัดศรีสะเกษ

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การจัดดุลยภาพระหว่างอุปสงค์และอุปทานทางการเกษตร : ศึกษาเฉพาะกรณีจังหวัดศรีสะเกษ
นักวิจัย : ศิริวรรณ สงวนเชื้อ
คำค้น : เกษตรกรรม -- แง่เศรษฐกิจ
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สมชาย รัตนโกมุท , วารินทร์ วงศ์หาญเชาว์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2535
อ้างอิง : 9745810797 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/48795
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2535

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพิจารณาหารูปแบบการวิเคราะห์เศรษฐกิจส่วนรวมของภาคเกษตรของจังหวัดศรีสะเกษ โดยพิจาณาทางด้านประชากร อุปสงค์ อุปทาน ปัจจัยการผลิต กำลังแรงงาน และตัวชี้วัดทางเศรษฐศาสตร์ โดยอาศัยแบบจำลองที่ใช้ในโปรแกรม CAPPA (Computerized system for Agricultural and Population Planning Assistance and training) แบบจำลองนี้เป็นเครื่องมือในการฝึกอบรม และช่วยเหลือการวางแผนในด้านเกษตรกรรม ภายใต้เงื่อนไขต่างๆ ที่มีอยู่ในแต่ละประเทศ โดยคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างประชากรและการพัฒนาทางการเกษตร โดยในการศึกษานี้ได้แบ่งกรณีศึกษาออกเป็น 4 กรณี คือ 1. เมื่อกำหนดให้อุปสงค์และอุปทานของระบบเศรษฐกิจเติบโตตามปกติ 2. เมื่อมีการจำกัดทางด้านอุปสงค์โดยการควบคุมอัตราการเพิ่มของประชากรให้เท่ากับร้อยละ 1.006 3. เมื่อมีการเพิ่มอุปทานโดยการใช้นโยบายการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรของกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 4. เมื่อมีการพิจารณาทั้งทางด้านอุปสงค์และอุปทานพร้อมกัน จากการศึกษาพบว่า จังหวัดศรีสะเกษสามารถพึ่งตนเองได้ ในด้านการผลิตสินค้าเกษตรกรรมและยังมีผลผลิตเหลือส่งออกไปยังจังหวัดอื่นๆ แต่จังหวัดศรีสะเกษต้องอาศัยปัจจัยการผลิตที่มาจากภาคอุตสาหกรรมจากนอกจังหวัด อย่างไรก็ตามในอนาคตจังหวัดศรีสะเกษมีแนวโน้มที่จะผลิตสินค้าอุตสาหกรรมได้มากขึ้น แนวโน้มประชากรของจังหวัดศรีสะเกษจะเริ่มหันเหไปประกอบอาชีพนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นทำให้สัดส่วนประชากรในภาคเกษตรลดลง ผลผลิตที่ผลิตได้จากภาคเกษตรโดยส่วนใหญ่แล้วจะผลิตเพื่อการส่งออก ยกเว้นข้าว กำลังแรงที่ใช้ในการเพาะปลูก ส่วนใหญ่จะเป็นแรงงานคน และแรงงานสัตว์ ส่วนมูลค่าเพิ่มของการผลิตพบว่า มีแนวโน้มสูงขึ้น ทั้งนี้ภายใต้ข้อสมมติว่า ระดับราคาคงที่ ดังนั้นการที่มูลค่าเพิ่มเฉลี่ยต่อไร่สูงขึ้นจะเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของผลผลิตต่อไร่ทำให้มูลค่าเพิ่มเฉลี่ยต่อไร่สูงขึ้น สำหรับการเปรียบเทียบกรณีศึกษาทั้ง 4 กรณีพบว่า เมื่อมีการจำกัดอุปสงค์โดยการควบคุมอัตราการเพิ่มของประชากรจะไม่มีผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดทั้งในภาคเกษตรและนอกภาคเกษตรอัตราการว่างงานลดลง การบริโภคอาหารลดลง ทำให้มีอุปทานส่วนเกิน และมีการส่งออกมากขึ้น แต่ในกรณีที่มีการเพิ่มอุปทานโดยการใช้นโยบายการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรก็จะไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางด้านประชากร แต่อัตราการว่างงานลดลงการส่งออกสูงขึ้น ผลผลิตมากขึ้นและประสิทธิภาพการผลิตสูงขึ้น ส่วนในกรณีของการใช้นโยบายควบคุมด้านอุปสงค์และอุปทานพร้อมกันจะเป็นกรณีที่ให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดที่สูงที่สุด และระดับของการว่างงานต่ำสุด เมื่อเปรียบเทียบกับทั้ง 3 กรณี

บรรณานุกรม :
ศิริวรรณ สงวนเชื้อ . (2535). การจัดดุลยภาพระหว่างอุปสงค์และอุปทานทางการเกษตร : ศึกษาเฉพาะกรณีจังหวัดศรีสะเกษ.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศิริวรรณ สงวนเชื้อ . 2535. "การจัดดุลยภาพระหว่างอุปสงค์และอุปทานทางการเกษตร : ศึกษาเฉพาะกรณีจังหวัดศรีสะเกษ".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศิริวรรณ สงวนเชื้อ . "การจัดดุลยภาพระหว่างอุปสงค์และอุปทานทางการเกษตร : ศึกษาเฉพาะกรณีจังหวัดศรีสะเกษ."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2535. Print.
ศิริวรรณ สงวนเชื้อ . การจัดดุลยภาพระหว่างอุปสงค์และอุปทานทางการเกษตร : ศึกษาเฉพาะกรณีจังหวัดศรีสะเกษ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2535.