ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาระบบการกระจายยาที่หออายุรกรรมพิเศษ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาระบบการกระจายยาที่หออายุรกรรมพิเศษ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
นักวิจัย : วรรณี อิทธิวัฒนกุล
คำค้น : โรงพยาบาล -- ระบบการจ่ายยา , ยา , การใช้ยา
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สุธาทิพย์ พิชญไพบูลย์ , ภิรมย์ กมลรัตนกุล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2539
อ้างอิง : 9746333682 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/48195
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ภ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2539

การวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อหารูปแบบระบบกระจายยาที่เหมาะสมและเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ สำหรับโรงพยาบาลที่เป็นโรงเรียนแพทย์ขนาดใหญ่ โดนนำหลักการกระจายยาแบบยูนิ]โด๊สมาประยุกต์ใช้ กำหนดปริมาณการใช้ยาเม็ด ยาฉีด และ ยาน้ำ ไม่เกิน 24 ชั่วโมง และแสดงผลจากการพัฒนาระบบการกระจายยา ได้แก่ ผลต่อระบบการกระจายยา ผลต่อปริมาณงานของบุคลากรทางการแพทย์ และต้นทุนโดยรวมของการดำเนินงาน นอกจากนี้ได้ทำการสำรวจความพึงพอใจของผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง โดยทำการคัดเลือกหอผู้ป่วย 1 แห่ง ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อทำการศึกษาในช่วงเวลา ตั้งแต่เดือน พฤษภาคม 2538 – กุมภาพันธ์ 2539 ผลการศึกษาการพัฒนาระบบการกระจายยา พบว่าสามารถนำมาใช้ได้ในทางปฏิบัติ โดยมีหลักในการปฏิบัติ คือ เภสัชกรเป็นผู้รับคำสั่งแพทย์เอง การกำหนดปริมาณยาเม็ด ยาฉีด และ ยาน้ำให้มีปริมาณการใช้ไม่เกิน 24 ชั่วโมง การมีแบบบันทึกการใช้ยาของผู้ป่วย และแบบบันทึกการจัดยาของฝ่ายเภสัชกรรม การมีส่วนร่วมรับผิดชอบในการใช้ยาของผู้ป่วย สำหรับผลที่เกิดจากการพัฒนาระบบการกระจายยา มีดังนี้ คือ ผลต่อระบบการกระจายยา พบมูลค่ายาเม็ดและยาฉีดลดลง 66350.48 บาท (80.88%) และ 234,583.50 บาท (66.20%) คิดเป็นมูลค่ายาคงคลังลดลงโดยรวมทั้งสิ้น 318,629.48 บาท (68.98%) การศึกษาผล[ต่]อปริมาณงานทั้งหมดของแผนกพยาบาลไม่พบความแตกต่างก่อนและหลังมีการเปลี่ยนแปลงระบบ สำหรับผลต่อปริมาณงานของฝ่ายเภสัชกรรม พบว่างานในส่วนที่เกี่ยวกับการจัดยาหรือใบสั่งยาของเภสัชกร และผู้ช่วยเภสัชกร เพิ่มขึ้นจากในระบบเดิม 1723.65% และ 216.19% ตามลำดับ (∝ = 0.05) ส่วนงานที่ไม่เกี่ยวกับใบสั่งยาหรือการจัดยาทั้งของเภสัชกรและผู้ช่วยเภสัชกร พบว่าไม่แตกต่างกันทั้งสองระบบ ผลการศึกษาต้นทุนโดยรวมของการดำเนินงานพบว่า ต้นทุนในการดำเนินงานในระบบการกระจายยาแบบใหม่สูงกว่าในระบบเดิม เฉลี่ยวันละ 372.90 บาท ผลการศึกษาความพึงพอใจของผู้ปฏิบัติงาน พบว่า ส่วนใหญ่มีความพอใจระบบการกระจายยาแบบใหม่ การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าระบบการกระจายยาที่พัฒนามาแล้วนี้สามารถนำมาใช้ได้ในทางปฏิบัติจริง แต่ผลที่เกิดจากการพัฒนาระบบการกระจายนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังมีผลอีกหลายประการที่ไม่ได้ทำการศึกษาได้แก่ การที่มีเภสัชกรขึ้นไปปฏิบัติงานบนหอผู้ป่วย ดูแลและจัดการเรื่องยา ทำให้พยาบาลมีเวลาในการดูแลผู้ป่วยมากขึ้น การที่ผู้ป่วยได้รับยาถูกต้อง และปลอดภัย ทำให้ระยะเวลาที่ผู้ป่วยอยู่โรงพยาบาลลดลง การลดอัตราความคลาดเคลื่อนในการใช้ยาเหล่านี้ล้วนแต่น่าจะได้มีการศึกษาต่อไป

บรรณานุกรม :
วรรณี อิทธิวัฒนกุล . (2539). การพัฒนาระบบการกระจายยาที่หออายุรกรรมพิเศษ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วรรณี อิทธิวัฒนกุล . 2539. "การพัฒนาระบบการกระจายยาที่หออายุรกรรมพิเศษ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วรรณี อิทธิวัฒนกุล . "การพัฒนาระบบการกระจายยาที่หออายุรกรรมพิเศษ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2539. Print.
วรรณี อิทธิวัฒนกุล . การพัฒนาระบบการกระจายยาที่หออายุรกรรมพิเศษ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2539.