| ชื่อเรื่อง | : | ปฏิสัมพันธ์ระหว่างลักษณะของข้อความกับพื้นความรู้เดิม ที่มีต่อความสามารถในการฟังเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา กรุงเทพมหานคร |
| นักวิจัย | : | สมพร วันประกอบ |
| คำค้น | : | ภาษาอังกฤษ -- การทดสอบความสามารถ , การฟัง |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | สุมิตรา อังวัฒนกุล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2538 |
| อ้างอิง | : | 9746320769 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/48647 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2538 การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสามารถในการฟังเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา กรุงเทพมหานคร ที่ฟังข้อความที่มีลักษณะต่างกัน และมีพื้นความรู้เดิมในเรื่องที่ฟังต่างกัน และวิเคราะห์ปฏิสัมพันธ์ระหว่างลักษณะของข้อความที่ฟังกับฟื้นความรู้เดิมในเรื่องที่ฟังที่มีต่อความสามารถในการฟังเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษของนักเรียน ตัวอย่างประชากรที่ใช้ในการวิจัยคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ในภาคปลาย ปีการศึกษา 2537 ในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา กรุงเทพมหานคร จำนวน 330 คน ซึ่งได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยเครื่องมือที่ใช้คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างประชากรได้แก่ แบบสอบความสามารถในการฟังภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร และเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ได้แก่ แบบสอบความสามารถในการฟังเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษ และแบบสอบพื้นความรู้เดิมในเรื่องที่ฟัง แบบสอบทั้ง 3 ฉบับได้รับการตรวจความครอบคลุมเนื้อหา และความถูกต้องเหมาะสมในการใช้ภาษา จากผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 ท่าน ก่อนนำไปทดลองใช้ 2 ครั้ง ได้ค่าความเที่ยงของแบบสอบความสามารถในการฟังภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารเท่ากับ 0.89 ค่าความเที่ยงของแบบสอบความสามารถในการฟังเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษเท่ากับ 0.86 และค่าความเที่ยงของแบบสอบพื้นความรู้เดิมในเรื่องที่ฟังเท่ากับ 0.85 ผู้วิจัยนำแบบสอบทั้ง 3 ฉบับไปทดสอบกับตัวอย่างประชากรที่เลือกไว้ แล้วนำคะแนนที่ได้มาวิเคราะห์ตามวิธีการทางสถิติ โดยการหาค่ามัชฌิมเลขคณิต ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์ความแปรปรวนแบบ 2 ทาง และวิเคราะห์ความแตกต่างรายคู่โดยวิธีของตูกี แล้วนำเสนอในรูปตารางประกอบความเรียง ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. ความสามารถในการฟังเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษของนักเรียนที่ฟังข้อความที่มีลักษณะของข้อความต่างกัน คือข้อความที่ไม่ปรับภาษา ข้อความที่มีการปรับภาษาแบบใช้โครงสร้างของประโยคที่ไม่ซับซ้อน และข้อความที่มีการปรับภาษาแบบการช้ำความ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. ความสามารถในการฟังเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษของนักเรียนที่มีฟื้นความรู้เดิมในเรื่องที่ฟังต่างกัน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3. มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างลักษณะของข้อความที่ฟังกับพื้นความรู้เดิมในเรื่องที่ฟังต่อความสามารถในการฟังเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 |
| บรรณานุกรม | : |
สมพร วันประกอบ . (2538). ปฏิสัมพันธ์ระหว่างลักษณะของข้อความกับพื้นความรู้เดิม ที่มีต่อความสามารถในการฟังเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา กรุงเทพมหานคร.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สมพร วันประกอบ . 2538. "ปฏิสัมพันธ์ระหว่างลักษณะของข้อความกับพื้นความรู้เดิม ที่มีต่อความสามารถในการฟังเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา กรุงเทพมหานคร".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สมพร วันประกอบ . "ปฏิสัมพันธ์ระหว่างลักษณะของข้อความกับพื้นความรู้เดิม ที่มีต่อความสามารถในการฟังเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา กรุงเทพมหานคร."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2538. Print. สมพร วันประกอบ . ปฏิสัมพันธ์ระหว่างลักษณะของข้อความกับพื้นความรู้เดิม ที่มีต่อความสามารถในการฟังเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา กรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2538.
|
