| ชื่อเรื่อง | : | การเปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้บริหารและครูภาษาไทย เกี่ยวกับคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของหัวหน้าหมวดวิชาภาษาไทย ในโรงเรียนมัธยมศึกษา เขตการศึกษา 5 |
| นักวิจัย | : | สำราญ ไกรทอง |
| คำค้น | : | ภาษาไทย -- การศึกษาและการสอน (มัธยมศึกษา) , หัวหน้าหมวดวิชาภาษาไทย , ความคาดหวัง (จิตวิทยา) |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | สุจริต เพียรชอบ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2530 |
| อ้างอิง | : | 9745675555 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/48217 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2530 วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อศึกษาความคิดเห็นของผู้บริหารและครูภาษาไทยเกี่ยวกับคุณลักษณะที่พึงประสงค์ด้านความรู้ ด้านทักษะ และด้านลักษณะนิสัยของหัวหน้าหมวดวิชาภาษาไทยในโรงเรียนมัธยมศึกษา เขตการศึกษา 5 2. เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้บริหารและครูภาษาไทยเกี่ยวกับคุณลักษณะที่พึงประสงค์ด้านความรู้ ด้านทักษะ และด้านลักษณะนิสัยของหัวหน้าหมวดวิชาภาษาไทยในโรงเรียนมัธยมศึกษา เขตการค้า 5 การดำเนินการวิจัย ผู้วิจัยสร้างแบบสอบถามขึ้น 1 ชุด มีลักษณะเป็นแบบตรวจคำตอบ แบบมาตราส่วนประเมินค่า และแบบปลายเปิด จากนั้นนำไปสอบถามผู้บริหาร จำนวน 117 คน และครูภาษาไทย จำนวน 417 คน จากโรงเรียนรัฐบาล เขตการศึกษา 5 จำนวน 117 โรง การวิเคราะห์ข้อมูลใช้วิธีค่าร้อยละ ค่ามัชฌิมเลขคณิต ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และเปรียบเทียบความคิดเห็นระหว่างผู้บริหาร และครูภาษาไทย โดยทดสอบค่าที แล้วนำมาเสนอในรูปตารางประกอบความเรียง ผลการวิจัย 1. ผู้บริหารและครูภาษาไทยเห็นว่า คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของหัวหน้าหมวดวิชาภาษาไทย ด้านความรู้ ได้แก่ ความรู้ทั่วไป ความรู้ในการบริหารงาน การนิเทศ และความรู้เฉพาะงานในหน้าที่ในด้านหลักสูตรและเอกสารการใช้หลักสูตร เนื้อหาวิชา วิธีสอน สื่อสารสอน การวัดผลและการประเมินผล เป็นคุณลักษณะที่พึงประสงค์มาก เมื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้บริหารและครูภาษาไทย เกี่ยวกับคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของหัวหน้าหมวดวิชาภาษาไทยด้านความรู้ได้แก่ ความรู้ทั่วไป ความรู้เฉพาะงานในหน้าที่ในด้าน เนื้อหาวิชา การวัดผลและการประเมินผล ปรากฏว่าไม่แตกต่างกันที่ระดับความมีนัยสำคัญ 0.05 แต่มีความเห็นว่าความรู้ในการบริหารงาน การนิเทศ ความรู้ เฉพาะงานในหน้าที่ในด้านหลักสูตรและเอกสารการใช้หลักสูตร วิธีการสอน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 2. ผู้บริหารและครูภาษาไทยเห็นว่า คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของหัวหน้าหมวดวิชาภาษาไทยด้านทักษะ ได้แก่ทักษะความเป็นผู้นำ มนุษยสัมพันธ์ กระบวนการหมู่พวก การบริหารงานบุคคล และทักษะการประเมินผลงาน เป็นคุณลักษณะที่พึงประสงค์มาก เมื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้บริหารและครูภาษาไทย เกี่ยวกับคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของหัวหน้าหมวดวิชาภาษาไทย ด้านทักษะได้แก่ ทักษะมนุษยสัมพันธ์ กระบวนการหมู่พวก และทักษะการบริหารงานบุคคล ปรากฏว่าไม่แตกต่างกันที่ระดับความมีนัยสำคัญ 0.05 แต่มีความเห็นว่าทักษะความเป็นผู้นำ และทักษะการประเมินผลงานแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 3. ผู้บริหารเห็นว่าคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของหัวหน้าหมวดวิชาภาษาไทยด้านลักษณะนิสัยเป็นคุณลักษณะที่พึงประสงค์มากที่สุด ในขณะที่ครูภาษาไทยเห็นว่าเป็นคุณลักษณะที่พึงมาก ส่วนข้อที่ผู้บริหารและครูภาษาไทยเห็นสอดคล้องกันว่าเป็นคุณลักษณะที่พึงประสงค์มากที่สุด ได้แก่ เป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต สนใจและเอาใจใส่ในหน้าที่อยู่เสมอ ปฏิบัติงานเสมอต้นเสมอปลายมีเหตุผล มีความยุติธรรมและปราศจากอคติ เมื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้บริหารและครูภาษาไทย เกี่ยวกับคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของหัวหน้าหมวดวิชาภาษาไทยด้านลักษณะนิสัย ปรากฏว่าไม่แตกต่างกันที่ดับความมีนัยสำคัญ 0.05 |
| บรรณานุกรม | : |
สำราญ ไกรทอง . (2530). การเปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้บริหารและครูภาษาไทย เกี่ยวกับคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของหัวหน้าหมวดวิชาภาษาไทย ในโรงเรียนมัธยมศึกษา เขตการศึกษา 5.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สำราญ ไกรทอง . 2530. "การเปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้บริหารและครูภาษาไทย เกี่ยวกับคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของหัวหน้าหมวดวิชาภาษาไทย ในโรงเรียนมัธยมศึกษา เขตการศึกษา 5".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สำราญ ไกรทอง . "การเปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้บริหารและครูภาษาไทย เกี่ยวกับคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของหัวหน้าหมวดวิชาภาษาไทย ในโรงเรียนมัธยมศึกษา เขตการศึกษา 5."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2530. Print. สำราญ ไกรทอง . การเปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้บริหารและครูภาษาไทย เกี่ยวกับคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของหัวหน้าหมวดวิชาภาษาไทย ในโรงเรียนมัธยมศึกษา เขตการศึกษา 5. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2530.
|
