| ชื่อเรื่อง | : | การวิเคราะห์การกัดเซาะและการตกตะกอน ตอนท้ายเขื่อนห้วยแงด โครงการเขื่อนน้ำเข็กโดยใช้คอมพิวเตอร์ |
| นักวิจัย | : | สมพร รัตนบุรี |
| คำค้น | : | การกัดเซาะ (วิศวกรรมชลศาสตร์) , การตกตะกอน , Scour (Hydraulic engineering) , Sedimentation and deposition |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | สุรวุฒิ ประดิษฐานนท์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2536 |
| อ้างอิง | : | 9745830577 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/47631 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2536 การศึกษานี้มุ่งวิเคราะห์การกัดเซาะและการตกตะกอนในล้ำน้ำเข็ก ช่วงท้ายเขื่อนห้วยแงดถึงหน้าเขื่อนบ้านเข็กใหญ่ ในโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนน้ำเข็ก ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยใช้โปรแกรม HEC-6 รุ่น 4.0 ช่วยวิเคราะห์การกัดเซาะและการตกตะกอนในลำน้ำ และอ่างเก็บน้ำ ขั้นตอนของการศึกษาประกอบด้วย การเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งจากแหล่งข้อมูลต่างๆที่มีอยู่แล้ว และจากการสำรวจภาคสนาม การวิเคราะห์ข้อมูล การปรับเทียบแบบจำลอง และการใช้แบบจำลองในการวิเคราะห์การกัดเซาะและการตกตะกอนทั้งในกรณีที่ไม่มีการสร้างเขื่อน และกรณีที่มีการสร้างเขื่อน นอกจากนั้น ยังได้เปรียบเทียบผลการวิเคราะห์ครั้งนี้กับผลการวิเคราะห์ของกฟผ. ซึ่งใช้โปรแกรม HEC-6 รุ่น 3.2 ที่ใช้ความสัมพันธ์ Toffaleti ผลการศึกษาสรุปได้ว่า หลังจากมีการก่อสร้างเขื่อน และดำเนินงานโครงการผ่านไปเป็นเวลา 50 ปี จะเกิดการกัดเซาะในลำน้ำตั้งแต่ท้ายเขื่อนห้วยแงดจนถึงรูปตัดขวางที่ 14 (PH-A) ซึ่งเป็นบริเวณโรงผลิตไฟฟ้า หลังจากนั้นจะเริ่มมีการตกตะกอนตั้งแต่รูปตัดขวางที่ 13 จนถึงหน้าเขื่อนบ้านเข็กใหญ่ โดยจะมีการตกตะกอนมากที่สุดบริเวณรูปตัดขวางที่ 13 และการตกตะกอนส่วนใหญ่จะอยู่ห่างจากเขื่อนบ้านเข็กใหญ่ไปทางเหนือน้ำมากกว่า 2.5 กม.โดยขนาดของตะกอนประมาณ 78% เป็นตะกอนทราย (Silt) เมื่อเปรียบเทียบผลการศึกษาครั้งนี้กับผลการศึกษาของ กฟฝ. ปรากฏว่าแนวโน้มของการกัดเซาะและการตกตะกอนส่วนใหญ่จะใกล้เคียงกัน กล่าวคือ จะมีการกัดเซาะในลำน้ำตั้งแต่ท้ายเขื่อนห้วยแงดจนถึงรูปตัดขวางก่อนถึงโรงผลิตไฟฟ้า และจะมีการตกตะกอนที่รูปตัดขวางทางท้ายน้ำของโรงผลิตไฟฟ้าจนถึงหน้าเขื่อนบ้านแข็กใหญ่ ซึ่งจากผลการศึกษาทั้งสองครั้งแสดงให้เห็นว่าปัญหาเรื่องการกัดเซาะและตกตะกอนไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินงาน และประสิทธิภาพของโครงการตลอดอายุการใช้งาน อนึ่ง จากการศึกษาครั้งนี้พบว่าโปรแกรม HEC-6 เป็นโปรแกรมสำหรับการไหล 1 มิติ ไม่เหมาะสมที่จะใช้ในการวิเคราะห์การกัดเซาะและการตกตะกอน ในกรณีที่ศึกษาลำน้ำภูเขา ที่การเปลี่ยนแปลงสภาพทางกายภาพของลำน้ำได้รับอิทธิพลจากสภาพทางธรณีวิทยามากกว่าอิทธิพลจากการกัดเซาะ และการตกตะกอน |
| บรรณานุกรม | : |
สมพร รัตนบุรี . (2536). การวิเคราะห์การกัดเซาะและการตกตะกอน ตอนท้ายเขื่อนห้วยแงด โครงการเขื่อนน้ำเข็กโดยใช้คอมพิวเตอร์.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สมพร รัตนบุรี . 2536. "การวิเคราะห์การกัดเซาะและการตกตะกอน ตอนท้ายเขื่อนห้วยแงด โครงการเขื่อนน้ำเข็กโดยใช้คอมพิวเตอร์".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สมพร รัตนบุรี . "การวิเคราะห์การกัดเซาะและการตกตะกอน ตอนท้ายเขื่อนห้วยแงด โครงการเขื่อนน้ำเข็กโดยใช้คอมพิวเตอร์."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2536. Print. สมพร รัตนบุรี . การวิเคราะห์การกัดเซาะและการตกตะกอน ตอนท้ายเขื่อนห้วยแงด โครงการเขื่อนน้ำเข็กโดยใช้คอมพิวเตอร์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2536.
|
