WHO เตือน!! ระดับมลพิษพาโลกแย่แน่ถ้าไม่เร่งแก้ไข
love The Earth

ขณะนี้มีผลการศึกษาใหม่จากองค์การ อนามัยโลก The World Health Organization (WHO) ได้ถูกเปิดเผยออกมา โดยเป็นการค้นพบว่ากว่า 80% ของประชากร
ผู้อยู่อาศัยภายในเมืองกำลังเผชิญกับปัญหาคุณภาพอากาศที่ย่ำแย่ เข้าขั้นวิกฤตเกินกว่าค่ามาตรฐานที่ทางองค์การอนามัยโลกได้กำหนดไว้ ซึ่งหลังจากทีมนักวิจัย
ได้ทำการวิเคราะห์รายละเอียดและเปรียบเทียบสถานที่ ต่าง ๆ จากทั้งหมด 795 เมือง ใน 67 ประเทศบนโลกมาตั้งแต่ปี 2008-2013 ได้เล็งเห็นว่าระดับของปริมาณ
ฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศเป็นปัจจัยสำคัญที่ ส่งผลเสียแก่สุขภาพความเป็นอยู่ของมนุษย์ ซึ่งจะก่อให้เกิดอันตรายเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ รวมถึงมีความเสี่ยงต่อ
การสะสมเป็นโรคมะเร็งปอด โรคหอบหืด หรือแม้กระทั่งเส้นเลือดอุดตันอีกด้วย เพราะจากสถิติแล้ว มีผู้คนทั่วโลกได้เสียชีวิตลงด้วยสาเหตุจากมลพิษชนิดนี้ถึงปีละ 3 ล้านคนเลยทีเดียว
ผู้อยู่อาศัยภายในเมืองกำลังเผชิญกับปัญหาคุณภาพอากาศที่ย่ำแย่ เข้าขั้นวิกฤตเกินกว่าค่ามาตรฐานที่ทางองค์การอนามัยโลกได้กำหนดไว้ ซึ่งหลังจากทีมนักวิจัย
ได้ทำการวิเคราะห์รายละเอียดและเปรียบเทียบสถานที่ ต่าง ๆ จากทั้งหมด 795 เมือง ใน 67 ประเทศบนโลกมาตั้งแต่ปี 2008-2013 ได้เล็งเห็นว่าระดับของปริมาณ
ฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศเป็นปัจจัยสำคัญที่ ส่งผลเสียแก่สุขภาพความเป็นอยู่ของมนุษย์ ซึ่งจะก่อให้เกิดอันตรายเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ รวมถึงมีความเสี่ยงต่อ
การสะสมเป็นโรคมะเร็งปอด โรคหอบหืด หรือแม้กระทั่งเส้นเลือดอุดตันอีกด้วย เพราะจากสถิติแล้ว มีผู้คนทั่วโลกได้เสียชีวิตลงด้วยสาเหตุจากมลพิษชนิดนี้ถึงปีละ 3 ล้านคนเลยทีเดียว
โดย ตามที่องค์การอนามัยโลกเปิดเผย ระดับของปัญหามลพิษมีอัตราสูงขึ้นกว่า 5-10 เท่าของค่ามาตรฐานเดิมเลยทีเดียว ซึ่งถ้าวัดตามเกณฑ์แล้ว ประชากรที่อาศัยอยู่ในเมืองที่มีรายได้ต่ำ-
รายได้ปานกลางถือเป็นกลุ่มใหญ่ ที่ถูกจัดอยู่ในจำพวกที่ได้รับผลกระทบมากเป็นอันดับหนึ่ง พร้อมกันนั้นมีปริมาณเมืองกว่า 98% ต้องเผชิญกับสภาพคุณภาพอากาศที่เลวร้าย เมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศ
ที่มีรายได้สูงซึ่งมีแค่เพียง 56% เท่านั้น ทั้งนี้กลุ่มประเทศแถบยุโรป อเมริกาและภูมิภาคในบริเวณตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกนั้น จัดเป็นสถานที่ที่มีคุณภาพทางอากาศโดยรวมอยู่ใน
เกณฑ์ที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้ ผิดกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และทางภาคตะวันออกของท้องทะเลเมดิเตอร์ เรเนียนซึ่งถูกจัดอยู่ในส่วนที่มีมลพิษมากเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตามแม้ว่า
ผลงานการศึกษาจะไม่ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลเจาะลึกของ เมืองในทวีปแอฟริกาอย่างละเอียด แต่ถ้านับเฉพาะตัวเมืองที่ได้รับการลงพื้นที่แล้ว มลภาวะทางอากาศในภูมิภาคนี้ถือว่าอยู่
ในระดับที่สูงเกินกว่าค่าเฉลี่ยเช่น กัน
รายได้ปานกลางถือเป็นกลุ่มใหญ่ ที่ถูกจัดอยู่ในจำพวกที่ได้รับผลกระทบมากเป็นอันดับหนึ่ง พร้อมกันนั้นมีปริมาณเมืองกว่า 98% ต้องเผชิญกับสภาพคุณภาพอากาศที่เลวร้าย เมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศ
ที่มีรายได้สูงซึ่งมีแค่เพียง 56% เท่านั้น ทั้งนี้กลุ่มประเทศแถบยุโรป อเมริกาและภูมิภาคในบริเวณตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกนั้น จัดเป็นสถานที่ที่มีคุณภาพทางอากาศโดยรวมอยู่ใน
เกณฑ์ที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้ ผิดกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และทางภาคตะวันออกของท้องทะเลเมดิเตอร์ เรเนียนซึ่งถูกจัดอยู่ในส่วนที่มีมลพิษมากเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตามแม้ว่า
ผลงานการศึกษาจะไม่ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลเจาะลึกของ เมืองในทวีปแอฟริกาอย่างละเอียด แต่ถ้านับเฉพาะตัวเมืองที่ได้รับการลงพื้นที่แล้ว มลภาวะทางอากาศในภูมิภาคนี้ถือว่าอยู่
ในระดับที่สูงเกินกว่าค่าเฉลี่ยเช่น กัน
ทั้ง นี้เป็นเรื่องที่ชัดเจนว่าระดับของปัญหามลพิษทางอากาศเริ่มสร้างผลกระทบ อย่างมากในปีที่ผ่านมา แม้ความจริงจะเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้ว แต่จากผลการศึกษาใหม่แสดงให้เห็นว่าในตลอด
ช่วงระยะเวลา 5 ปีนี้ ระดับมลพิษทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นถึง 8% เลยทีเดียว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่องค์การอนามัยโลกก็ได้มีการชื่นชมและยกย่องการทำงาน ของรัฐบาลในหลายประเทศทั่วโลก
สำหรับการดูแลและตรวจสอบคุณภาพทางอากาศ ตลอดจนเป็นอีกแรงหนึ่งในการเดินหน้าขับเคลื่อนโลก ด้วยแนวคิดวิธีการลดระดับปัญหามลพิษภายในประเทศ รวมทั้งกระตุ้นและรณรงค์
ผลักดันให้ประชาชนเห็นถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม ร่วมลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แล้วหันมาใช้รถจักรยานหรือเลือกที่จะ เดินกันมากขึ้นแทน ซึ่งหากแผนงานปรับปรุงโครงสร้าง
พื้นฐานดำเนินการไปได้ด้วยดีและประสบผล สำเร็จ ทางองค์การอนามัยโลกเชื่อมั่นว่าการส่งเสริมนี้จะสามารถช่วยป้องกันและลด อัตราการเสียชีวิตของประชากรลงได้ถึง 15% อีกด้วย
ช่วงระยะเวลา 5 ปีนี้ ระดับมลพิษทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นถึง 8% เลยทีเดียว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่องค์การอนามัยโลกก็ได้มีการชื่นชมและยกย่องการทำงาน ของรัฐบาลในหลายประเทศทั่วโลก
สำหรับการดูแลและตรวจสอบคุณภาพทางอากาศ ตลอดจนเป็นอีกแรงหนึ่งในการเดินหน้าขับเคลื่อนโลก ด้วยแนวคิดวิธีการลดระดับปัญหามลพิษภายในประเทศ รวมทั้งกระตุ้นและรณรงค์
ผลักดันให้ประชาชนเห็นถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม ร่วมลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แล้วหันมาใช้รถจักรยานหรือเลือกที่จะ เดินกันมากขึ้นแทน ซึ่งหากแผนงานปรับปรุงโครงสร้าง
พื้นฐานดำเนินการไปได้ด้วยดีและประสบผล สำเร็จ ทางองค์การอนามัยโลกเชื่อมั่นว่าการส่งเสริมนี้จะสามารถช่วยป้องกันและลด อัตราการเสียชีวิตของประชากรลงได้ถึง 15% อีกด้วย


ขอบคุณที่มาข้อมูล
energysavingmedia.com
energysavingmedia.com
