ยานยนต์ไฟฟ้า-ไฮโดรเจน VS เอทานอล-ไบโอดีเซล
Technology

ฤๅว่ายุคน้ำมันกำลังจะผ่านไป ทั้ง ๆ ที่น้ำมันยังมีเหลือใช้ เหมือนกับยุคหินที่ผ่านไป แต่เราก็ยังมีหินไว้ใช้อย่างมากพอถึงปัจจุบัน!
วันนี้เรามี Internet of Things ระบบไอทีอัศจรรย์ อาจทำงานแทนมนุษย์ได้ ช่วยคิด ช่วยสั่งการ...ขาดก็แต่หัวใจความเป็นมนุษย์...
คุณอนันต์-โทษมหันต์ รถยนต์หรือยานยนต์ไฟฟ้าและรถพลังไฮโดรเจนแทนที่น้ำมันกำลังจะเข้ามาแทนที่ เชื้อเพลิงฟอสซิลและ
ก๊าซธรรมชาติ จนส่งผลกระทบต่อเชื้อเพลิงชีวภาพ เชื้อเพลิงสะอาดที่ภาครัฐเคยผลักดัน เพื่อให้เกษตรกรมีโอกาสจำหน่ายพืชผลได้อย่างมั่นคง
วันนี้เรามี Internet of Things ระบบไอทีอัศจรรย์ อาจทำงานแทนมนุษย์ได้ ช่วยคิด ช่วยสั่งการ...ขาดก็แต่หัวใจความเป็นมนุษย์...
คุณอนันต์-โทษมหันต์ รถยนต์หรือยานยนต์ไฟฟ้าและรถพลังไฮโดรเจนแทนที่น้ำมันกำลังจะเข้ามาแทนที่ เชื้อเพลิงฟอสซิลและ
ก๊าซธรรมชาติ จนส่งผลกระทบต่อเชื้อเพลิงชีวภาพ เชื้อเพลิงสะอาดที่ภาครัฐเคยผลักดัน เพื่อให้เกษตรกรมีโอกาสจำหน่ายพืชผลได้อย่างมั่นคง
ใน ขณะที่น้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกดิ่งลงอย่างมีนัยสำคัญ และหาเหตุผลในการที่จะกลับมาราคาสูงเหมือนเดิมอีกแทบจะไม่ได้ถึงแม้เกิดใน
ทศวรรษหน้าก็ตาม จึงส่งผลกระทบโดยตรงทันทีกับเชื้อเพลิงชีวภาพ อย่างเอทานอลและไบโอดีเซลของไทย ซึ่งโดยปกติราคาก็สูงกว่าน้ำมัน
จากซากดึกดำบรรพ์ (ฟอสซิล) อยู่แล้ว แต่ที่ยังอยู่กันได้ก็เนื่องจากภาครัฐยังอุดหนุนอยู่ เมื่อราคาน้ำมันต่ำลงทั่วโลก ช่องว่างระหว่างราคาก็ยิ่งห่างมากขึ้น
อาจจะเกินเยียวยาหรือไม่ ภาครัฐเท่านั้นที่จะตอบได้ สำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) กับเชื้อเพลิงชีวภาพ คงต้องบอกว่าเกินกว่าคำว่าน้อยใจ
เมื่อกระทรวงพลังงานกลัวตกกระแส รถเชื้อเพลิงใหม่อย่างไฮโดรเจนและรถไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ ก็รีบประกาศแผนการส่งเสริมออกมาอย่างเป็นรูปธรรมทันที
โดยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้
ทศวรรษหน้าก็ตาม จึงส่งผลกระทบโดยตรงทันทีกับเชื้อเพลิงชีวภาพ อย่างเอทานอลและไบโอดีเซลของไทย ซึ่งโดยปกติราคาก็สูงกว่าน้ำมัน
จากซากดึกดำบรรพ์ (ฟอสซิล) อยู่แล้ว แต่ที่ยังอยู่กันได้ก็เนื่องจากภาครัฐยังอุดหนุนอยู่ เมื่อราคาน้ำมันต่ำลงทั่วโลก ช่องว่างระหว่างราคาก็ยิ่งห่างมากขึ้น
อาจจะเกินเยียวยาหรือไม่ ภาครัฐเท่านั้นที่จะตอบได้ สำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) กับเชื้อเพลิงชีวภาพ คงต้องบอกว่าเกินกว่าคำว่าน้อยใจ
เมื่อกระทรวงพลังงานกลัวตกกระแส รถเชื้อเพลิงใหม่อย่างไฮโดรเจนและรถไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ ก็รีบประกาศแผนการส่งเสริมออกมาอย่างเป็นรูปธรรมทันที
โดยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้
ระยะที่ 1 พ.ศ. 2559 – 2560 เตรียมความพร้อมและเน้นโครงการนำร่องในภาคบริการสาธารณะ อาทิ รถรับ-ส่ง ภายในโรงแรมและสถานศึกษา เป็นต้น
ระยะที่ 2 พ.ศ. 2561 – 2563 กำหนดรูปแบบและมาตรการจูงใจภาคเอกชนให้มีการลงทุนสถานีอัดประจุไฟ (Charging Station) กำหนดโครงสร้างและค่าบริการ
ระยะที่ 3 พ.ศ. 2564 – 2579 กำหนดเป้าหมายจะให้มียานยนต์ไฟฟ้า 1.2 ล้านคัน และ สถานีอัดประจุไฟฟ้า ประมาณ 700 – 1,000 แห่ง ไปจนถึงเข้าสู่ EV Smart Charging และ V2G (Vehicle to Grid)
นอกจากนี้ทาง 3 การไฟฟ้ายังมีแผนส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐอีกมากมาย จนอาจจะต้องมีภาพยนตร์เรื่อง “รถเก๋งไฟฟ้า...มาหาแล้วเธอ” เร็ว ๆ นี้ก็อาจเป็นได้

การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีด้านพลังงานสำหรับยานยนต์ พลังงานที่มนุษย์ต้องอาศัยจากฟอสซิลน้ำมันมาตลอดเวลาที่จำความได้ โดยกว่า 30%
ของพลังงานที่มนุษย์ใช้ไปกับการขนส่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งยานยนต์ การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ ผู้ซื้อเทคโนโลยีอย่างประเทศไทย ภาครัฐคงต้องคิดให้หนักว่า
“ไทยอยู่ตรงไหนของเทคโนโลยีเหล่านี้” หากเป็นการลงทุนของภาคเอกชน เรามักต้องพิจารณา IRR : Internal Rate of Return สำหรับภาครัฐ
แล้วงานนี้คงต้องหาโมเดลทางเศรษฐกิจมาคำนวณว่าไทยได้อะไรจากการเปลี่ยนผ่าน เทคโนโลยี ในฐานะลูกค้าชั้นดีของเทคโนโลยี มีผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจ
สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างไร เมื่อเปรียบเทียบกับ IRR ของภาคเอกชนแล้วต่ำกว่าสิบหรือไม่ ใครเป็นผู้ได้รับประโยชน์บ้าง ชุมชน
ผู้ประกอบการ หรือใคร?...และนี่คือคำถามเดียวกับที่ภาคเอกชนถูกถามเวลานำเสนอโครงการขอ สัมปทานจากภาครัฐ
ของพลังงานที่มนุษย์ใช้ไปกับการขนส่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งยานยนต์ การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ ผู้ซื้อเทคโนโลยีอย่างประเทศไทย ภาครัฐคงต้องคิดให้หนักว่า
“ไทยอยู่ตรงไหนของเทคโนโลยีเหล่านี้” หากเป็นการลงทุนของภาคเอกชน เรามักต้องพิจารณา IRR : Internal Rate of Return สำหรับภาครัฐ
แล้วงานนี้คงต้องหาโมเดลทางเศรษฐกิจมาคำนวณว่าไทยได้อะไรจากการเปลี่ยนผ่าน เทคโนโลยี ในฐานะลูกค้าชั้นดีของเทคโนโลยี มีผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจ
สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างไร เมื่อเปรียบเทียบกับ IRR ของภาคเอกชนแล้วต่ำกว่าสิบหรือไม่ ใครเป็นผู้ได้รับประโยชน์บ้าง ชุมชน
ผู้ประกอบการ หรือใคร?...และนี่คือคำถามเดียวกับที่ภาคเอกชนถูกถามเวลานำเสนอโครงการขอ สัมปทานจากภาครัฐ
---------------------------------------------------------
ขอบคุณที่มาข้อมูล
energysavingmedia.com
ขอบคุณที่มาข้อมูล
energysavingmedia.com
