อาหารที่มีไขมันต่ำไม่ได้ช่วยควบคุมความเสี่ยงของโรคหัวใจหรือช่วยให้คุณมีอายุยืนยาวขึ้น
food for Health

จากวารสาร BMJ-British Medical Journal เมื่อ 5 มีนาคม 2547
นักวิทยาศาสตร์ทางเภสัชกรรมและหมอได้กล่าวไว้ในบทบรรณาธิการของวารสารทาง วิชาการแบบเปิด Journal Open Heart ว่า อาหารที่มีไขมันต่ำไม่ได้ควบคุมความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจหรือช่วยทำให้คน เรามีอายุยืนยาวขึ้น
Dr. James DiNicolantonio ได้โต้แย้งว่า คำแนะนำในเรื่องการรับประทานอาหารในปัจจุบันที่ว่าให้รับประทานคาร์โบไฮเดรต และไขมันไม่อิ่มตัวโอเมก้า-6 แทนไขมันอิ่มตัวด้วยการอาศัยหลักฐานในช่วงปี 1950 นั้นไม่ถูกต้อง เขายังยืนกรานอีกว่า แนวทางแนะนำเกี่ยวกับการรับประทานควรถูกทบทวนโดยด่วนและการกล่าวร้ายการรับ ประทานไขมันอิ่มตัวที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพนั้นไม่เป็นจริง DiNicolantonio ยังได้ชี้ให้เห็นว่าข้อสรุปในการเลิกรับประทานไขมันอิ่มตัวในปี 1952 เกิดจากการเชื่อมโยงอาหารที่ไขมันอิ่มตัวสูงเข้ากับการเสียชีวิตด้วยโรค หัวใจ การศึกษาครั้งนั้นได้อาศัยข้อสรุปจากการศึกษาทั้งหมด 6 ประเทศ แต่เลือกที่จะนิ่งเฉยต่อผลการศึกษาอื่นในอีก 16 ประเทศ ซึ่งไม่ได้ตรงตามข้อสันนิษฐานดังกล่าว และยังมีผลวิเคราะห์ในอีก 22 ประเทศที่ตามมาในภายหลัง และพิสูจน์ให้เห็นว่าข้อสันนิษฐานดังกล่าวไม่เป็นความจริง
อย่างไรก็ตาม ภาพลักษณ์ที่ไม่ดีนี้ก็ยังคงติดอยู่ความเชื่อของคนจนมาถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา Eisenhower ในวัย 50 ปื มันได้ไปกระตุ้นความเชื่อที่ว่าไขมันอิ่มตัวเหล่านี้ไปเพิ่มปริมาณคอเลสเตอร อลและไขมันนั้นต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจ ซึ่งเป็นทฤษฎีที่ยังมีข้อบกพร่องอยู่ นอกจากนี้อาหารที่มีความหนาแน่นของคอเลสเตอรอลสูง ยังคงถูกเชื่อว่าถ้าลดปริมาณการบริโภคลงได้ จะช่วยควบคุมโรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับระบบการเผาผลาญได้เองตามธรรมชาติ แต่หลักฐานจากการศึกษาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้บอกผลลัพธ์ที่แตกต่างออกไป
DiNicolantonio ได้บอกอีกว่า ขณะนี้ยังมีข้อโต้แย้งที่กำลังเป็นที่สนใจกันอยู่ คือการบริโภคคาร์โบไฮเดรตที่ผ่านกระบวนการ ว่าเป็นสาเหตุที่อยู่เบื้องหลังในการเพิ่มขึ้นของโรคอ้วนและเบาหวานในสหรัฐ อเมริกา
ในขณะที่อาหารที่มีไขมันต่ำอาจจะลดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีแบบ LDL ลงได้ แต่การบริโภคคาร์โบไฮเดรตอาจจะเพิ่มปริมาณไขมันไม่ดีแบบ LDL ในร่างกายได้ เพราะคาร์โบไฮเดรตสามารถเปลี่ยนไปเป็น LDL รูปแบบ B ที่มีความหนาแน่นน้อย ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพหัวใจมากกว่า LDL รูปแบบ A ที่มีความหนาแน่นสูง
มากไปกว่านั้น หลายๆงานวิจัยได้ร่วมกันบอกว่าอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำนั้นดีสำหรับการลด น้ำหนักและลดปริมาณไขมันได้มากกว่าอาหารที่มีไขมันต่ำ ในขณะที่การศึกษาอย่างกว้างขวางก็ไม่พบข้อที่พิสูจน์ได้ว่าอาหารที่มีไขมัน ต่ำจะป้องกันกลุ่มโรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้ แต่แนวทางแนะนำเกี่ยวกับการบริโภคมากมายได้แนะนำให้เพิ่มการบริโภคไขมันไม่ อิ่มตัวแทนและให้งดอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว
อย่างไรก็ตาม ผลการวิจัยเมื่อเร็วๆนี้ได้แสดงให้เห็นว่าการรับประทานกรดไขมันโอเมก้า-6 ที่ไม่มีองค์ประกอบของกรดไขมันโอเมก้า-3 แทนการรับประทานไขมันอิ่มตัวหรือไขมันแบบทรานซ์นั้น ดูเหมือนเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเสียชีวิตจากกลุ่มโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ มากขึ้น
DiNicolantonio ยังได้กล่าวไว้ในคลิปวิดีโออีกว่า “พวกเราต้องมีการรณรงค์เกี่ยวกับสุขภาพออกสู่สาธารณะ ให้มากเท่าที่เคยมีมาในปี 70 และ 80 ที่ห้ามการรับประทานไขมันอิ่มตัว ที่ทำให้พวกเราเข้าใจผิดมาโดยตลอด”
อย่างไรก็ตามเขาได้กล่าวในตอนท้ายว่าการรับประทานที่ดีที่สุดเพื่อรักษา สุขภาพของหัวใจคือ การลดการบริโภคอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตที่ผ่านกระบวนการ น้ำตาล และอาหารที่ผ่านกรรมวิธีการผลิต และสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจวายก็ไม่ควรคิดว่าการรับประทานคาร์โบไฮเดรตที่ ผ่านกระบวนการหรือกรดไขมันโอเมก้า-6 สามารถทดแทนการรับประทานไขมันอิ่มตัวได้ เพราะอาหารเหล่านั้นประกอบด้วยน้ำมันข้าวโพดหรือน้ำมันดอกคำฝอยที่ผ่าน กรรมวิธีในปริมาณสูง
ที่มา: http://www.sciencedaily.com/releases/2014/03/140305191429.htm (Low saturated fat diets don’t curb heart disease risk or help you live longer)
ขอบคุณข้อมูล
vcharkarn.com
